คิดว่าเสียงของศิลปินหลายสัญชาติกลายเป็นภาษาสำคัญของ FIFA World Cup หรือไม่?
LSA Says: ในสมัยก่อนเพลงประจำฟุตบอลโลกมักถูกจดจำในฐานะบทเพลงแห่งการเฉลิมฉลอง เสียงที่ถูกออกแบบมาให้ยิ่งใหญ่ สนุก และร้องตามได้จากผู้ชมทั่วโลก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพลงของ FIFA World Cup ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเพลงประกอบการแข่งขันอีกต่อไป หากค่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนว่า “โลก” ในสายตาของอุตสาหกรรมบันเทิงกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการปรากฏตัวของศิลปินที่มีรากหรือเชื้อสายเอเชียและเชื้อสายอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นครั้งที่เสียงจากเอเชียและตะวันออกกลางถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เด่นชัดกว่าที่เคย Jung Kook จาก BTS ศิลปินเกาหลีใต้ได้ร้องเพลง “Dreamers” ร่วมกับ Fahad Al-Kubaisi ศิลปินชาวกาตาร์ในซาวด์แทร็กทางการของ FIFA World Cup Qatar 2022 และขึ้นแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันด้วยกัน นี่ไม่ใช่เพียงการเลือกศิลปินที่มีชื่อเสียง แต่เป็นการประกาศว่าศูนย์กลางของป๊อปคัลเจอร์ไม่ได้อยู่ในฝั่งตะวันตกเพียงด้านเดียวอีกต่อไป
ในปีเดียวกัน Aisha ศิลปินชาวกาตาร์ก็ร่วมร้องเพลง “Hayya Hayya (Better Together)” กับ Trinidad Cardona และ Davido ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกจากซาวด์แทร็กทางการของ FIFA World Cup Qatar 2022 เพลงนี้ถูกวางให้เป็นภาพแทนของการรวมเสียงจากหลายภูมิภาค ทั้งอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นว่า FIFA ไม่ได้ต้องการเพลงที่เป็นสากลในความหมายเดิม แต่ต้องการเพลงที่ประกอบขึ้นจากหลายสำเนียงของโลกจริงๆ
อีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญคือ “Light The Sky” เพลงที่รวม Balqees ศิลปินจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเยเมน, Nora Fatehi ศิลปินเชื้อสายอินเดีย-โมร็อกโก, Rahma Riad ศิลปินชาวอิรัก และ Manal ศิลปินโมร็อกโกไว้ด้วยกัน แม้ทั้งหมดจะไม่ได้มาจากเอเชียในความหมายเดียวกัน แต่เพลงนี้สะท้อนการขยับพื้นที่ของเสียงจากโลกอาหรับ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกาเหนือ เข้ามาอยู่ในเวทีที่เคยถูกครอบงำด้วยป๊อปกระแสหลักจากตะวันตกมากกว่า
เมื่อมาถึง FIFA World Cup 2026 ภาพนี้ยิ่งชัดขึ้นกว่าเดิม การมีชื่อของ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ศิลปินสัญชาติไทยในเพลง “Goals” ร่วมกับ Anitta และ Rema จากอัลบั้มทางการของ FIFA World Cup 2026 คือสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะลิซ่าไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของศิลปินเอเชีย แต่เป็นภาพของศิลปินยุคใหม่ที่ข้ามพรมแดนของภาษา ชาติ และการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในอัลบั้มเดียวกันยังมี Elyanna ศิลปินเชื้อสายปาเลสไตน์-ชิลี ที่ร่วมร้องเพลง “Illuminate” กับ Jessie Reyez โดย FIFA ระบุว่าเพลงนี้ผสมผสานอาร์แอนด์บีทางเลือก ป๊อประดับโลก และอิทธิพลจากตะวันออกกลางเข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน การปรากฏตัวของ Elyanna ทำให้เห็นว่าเอเชียในบริบทของเพลงฟุตบอลโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่เอเชียตะวันออกหรือ K-Pop แต่รวมถึงตะวันออกกลาง เอเชียตะวันตก และชุมชนพลัดถิ่นที่มีบทบาทมากขึ้นในวัฒนธรรมโลก
หากมองรายชื่อเหล่านี้ร่วมกันทั้ง Jung Kook, Fahad Al-Kubaisi, Aisha, Balqees, Nora Fatehi, Rahma Riad, Manal, Elyanna และลิซ่าจะเห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทิศทางใหม่ของ FIFA ที่กำลังมองเพลงประจำการแข่งขันในฐานะ “แผนที่วัฒนธรรม” มากกว่าบทเพลงเชียร์กีฬา ความสำคัญของศิลปินเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่จำนวนผู้ติดตามหรือความดังในระดับโลก แต่คือความสามารถในการเชื่อมผู้ชมหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน Jung Kook พาแฟน K-Pop และผู้ฟังป๊อปเอเชียเข้าสู่สนามฟุตบอลโลก Fahad Al-Kubaisi และ Aisha ทำให้เจ้าภาพกาตาร์มีเสียงของตัวเองในพิธีระดับโลก Balqees, Rahma Riad และ Manal เปิดพื้นที่ให้เสียงของโลกอาหรับและตะวันออกกลาง ขณะที่ Nora Fatehi เชื่อมโยงภาพของเอเชียใต้กับตลาดป๊อปสากล ส่วน Elyanna และลิซ่าคือภาพของศิลปินรุ่นใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบใดกรอบหนึ่งอีกต่อไป
นี่จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่ม “ความหลากหลาย” ให้ดูร่วมสมัย แต่คือการยอมรับว่าอำนาจทางวัฒนธรรมของโลกได้กระจายตัวออกไปแล้ว FIFA World Cup เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่มีผู้ชมกว้างที่สุดในโลก เพลงของฟุตบอลโลกจึงไม่ใช่แค่เพลงที่ต้องไพเราะ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยด้วย ทั้ง K-Pop, Arab pop, Afrobeats, Latin pop และเสียงจากชุมชนพลัดถิ่นต่างๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสหลัก การเลือกศิลปินจากภูมิภาคที่หลากหลายจึงไม่ใช่การ “เปิดโอกาส” แต่เป็นการตามให้ทันความจริงของวัฒนธรรมโลก สำหรับเอเชียและชนชาติอื่นๆ สิ่งนี้มีความหมายมากกว่าการได้เห็นศิลปินของภูมิภาคตัวเองบนเวทีใหญ่ เพราะมันสะท้อนว่าศิลปินเหล่านี้ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงตัวแทนของตลาดอีกต่อไป แต่เริ่มถูกมองเป็นผู้สร้างทิศทางของวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างแท้จริง
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.