ไทยมี ‘หนี้’ สูงอันดับ 11 ของโลก เฉียด 260% ต่อ GDP
ตามข้อมูลจากรายงานติดตามภาวะหนี้โลก (Global Debt Monitor) ฉบับล่าสุดของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ระบุว่า ยอดหนี้สะสมในทุกภาคส่วนทั่วโลก ในไตรมาส 1 ของปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับสูงสุด ‘เป็นประวัติการณ์’ ที่ 348 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ปริมาณหนี้จะพุ่งสูงขึ้น แต่ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ยังยืดหยุ่น ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP โลกจึงยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 305% มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023
โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณหนี้ทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มาจากหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และจีนที่เพิ่มขึ้น การสะสมหนี้ของภาคธุรกิจจีน โดยเฉพาะ บริษัทนอกภาคการเงินของจีนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ หากไม่นับรวมจีน หนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นแตะระดับสถิติใหม่ที่ 36.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีภาครัฐเป็นผู้กู้ยืมหลัก
อีกเหตุผลสำคัญคือ ‘การเฟื่องฟูของหุ้นกู้เอกชนสหรัฐฯ จากกระแส AI’ เห็นได้จาก ตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนในสหรัฐฯ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนหลักจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกหุ้นกู้ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อนำเงินไปลงทุนในแผนการลงทุนระยะยาว
หนี้ส่วนใหญ่ของไทยอยู่ในภาคครัวเรือน
สำหรับภาพรวมสัดส่วนหนี้สินรวมต่อ GDP ของไทยพบว่า สูงอันดับที่ 11 ของโลก อยู่ที่ 259.1% ของ GDP ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 โดยแบ่งเป็นภาคส่วนต่างๆ ดังนี้
- หนี้ครัวเรือน: อยู่ที่ระดับ 86.9% ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (87.5%)
- หนี้ภาคธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-financial corporates): อยู่ที่ 79.0% ลดลงจากปีก่อนหน้า (81.2%)
- หนี้ภาครัฐ: อยู่ที่ 59.9% ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า (57.2%)
- หนี้ภาคการเงิน: ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 33.3%
ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล