โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ที่ไม่มีน้ำนมหรือรู้สึกซึมเศร้าขณะหลั่งน้ำนม เป็นเรื่องเข้าใจได้ และไม่ได้แปลว่าเป็นแม่ที่ไม่ดี: รู้จักภาวะทางสุขภาพของคนเป็นแม่ ทั้งจากความเครียดและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถให้นมได้

Mirror Thailand

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ขึ้นชื่อว่าการเป็นแม่ย่อมไม่เคยเป็นเรื่องง่าย และแม่หลายๆ คน อาจเคยเผชิญหรือกำลังเผชิญแรงกดดันเกี่ยวกับการ ‘ให้นม’ เนื่องจากแม่บางคนไม่มีน้ำนมหลั่งออกมา หรือรู้สึกซึมเศร้าขณะหลั่งน้ำนมจนไม่สามารถให้นมได้ ฯลฯ และด้วยองค์ความรู้ที่ว่าน้ำนมแม่นั้นดีที่สุดสำหรับลูก จึงทำให้แม่ๆ หลายคนพาลรู้สึกผิดหรือกระทั่งคิดว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ดีพอ ทั้งที่จริงแล้ว ภาวะเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เข้าใจได้ และมีคำอธิบายทางการแพทย์

แม่บางคนเผชิญกับปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้น้ำนมน้อยหรือกระทั่งไม่มีน้ำนม ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะแม่คนนั้นพยายามไม่มากพอหรือดูแลตัวเองไม่ดีพอเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยทางกายภาพและโรคประจำตัวหลายอย่างทีเดียว ที่ส่งผลกระทบต่อกลไกผลิตน้ำนม ไม่ว่าจะเป็น

‘เนื้อเยื่อเต้านมเจริญเติบโตไม่เต็มที่’ (Insufficient Glandular Tissue - IGT) ที่แม้จะมีเต้านมที่ดูปกติจากภายนอก แต่เนื้อเยื่อส่วนที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำนมกลับเจริญเติบโตไม่เพียงพอหรือมีจำนวนน้อยเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นได้ตั้งแต่เกิด แม่ๆ ที่มีภาวะเหล่านี้จึงไม่สามารถผลิตน้ำนมได้แม้จะกระตุ้นมากแค่ไหนก็ตาม

บางกรณียังเป็นเรื่องของฮอร์โมนโปรแลกติน (Prolactin) ที่ทำหน้าที่ในการผลิตน้ำนม โดยแม่บางคนอาจมีภาวะ ‘รกค้างหลังคลอด’ ซึ่งทำให้ร่างกายเข้าใจว่ากระบวนการตั้งครรภ์ยังไม่สิ้นสุด จึงทำให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนยังคงสูงและขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนโปรแลกติน ไม่เพียงเท่านั้นแม่บางคนยังอาจเป็น ‘ชีแฮนซินโดรม’ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการหายากที่เกิดจากการตกเลือดอย่างรุนแรงระหว่างคลอด ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงจนขาดเลือดไปเลี้ยงต่อมใต้สมอง และไม่สามารถผลิตฮอร์โมนโปรแลกตินได้

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกภาวะหนึ่งที่อยากชวนให้หลายๆ คนได้รู้จัก นั่นคือ D-MER หรือ Dysmorphic Milk Ejection Reflex ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่หลายคนรู้สึกดิ่งหรือหดหู่ขณะให้นมหรือปั๊มนม โดย D-MER ไม่ใช่และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด และไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตใจแต่เป็นเรื่องของฮอร์โมนในสมองอีกเช่นกัน

โดยปกติแล้ว เมื่อน้ำนมหลั่ง ร่างกายคนเราจะต้องลดฮอร์โมนโดปามีนลงเป็นการชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้ฮอร์โมนโปรแลกตินได้พุ่งขึ้นและทำหน้าที่ผลิตน้ำนม แต่สำหรับคุณแม่ที่เป็น D-MER ระดับโดปามีนจะดิ่งฮวบลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วเกินไปจนเสียสมดุล ซึ่งแม้อาการเหล่านี้จะหายไปหลังหลั่งน้ำนมได้ราวๆ 30 วินาที ถึง 2 นาที และนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการต้องหลั่งน้ำนมในทุกๆ วัน

และที่สำคัญ ‘ความเครียด’ ยังเป็นหนึ่งในตัวการอันดับต้นๆ ที่ทำให้น้ำนมน้อยลงหรือน้ำนมไม่ไหล เนื่องจากความเครียดเป็นตัวการบล็อกฮอร์โมนอ๊อกซิโทซินหรือฮอร์โมนแห่งความสุขที่จะสั่งการให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ ต่อมน้ำนมบีบน้ำนมออกมา ดังนั้นเมื่อแม่บางคนยิ่งเครียด กังวล หรือกดดัน ฮอร์โมนความเครียดก็จะยิ่งหลั่งออกมาแทนอ๊อกซิโทซิน ยิ่งน้ำนมไม่ไหลก็ยิ่งเครียด และกลายเป็นวงจรความกดดันที่ไม่สิ้นสุด

ที่สุดแล้ว เมื่อข้อจำกัดทางร่างกาย ระบบฮอร์โมนที่แปรปรวน หรือแม้แต่กลไกของสมอง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมหรือต้านทานได้ด้วยแรงใจเพียงอย่างเดียว การที่แม่คนหนึ่งไม่มีน้ำนม หรือไม่สามารถให้นมลูกได้ จึงไม่ใช่ความล้มเหลว และไม่ได้เป็นมาตรวัดว่าเราไม่พยายาม หรือรักลูกน้อยกว่าแม่คนไหนๆ

เพราะในความเป็นจริง ‘นมแม่’ ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่กำหนดคุณค่าของความเป็นแม่ของใครเลย ดังนั้น คุณแม่คนไหนที่กำลังเผชิญสิ่งนี้อยู่ เราขอส่งกำลังใจนะคะ

อ้างอิง

https://llli.org/news/insufficient-glandular-tissue-2/

https://d-mer.org/

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/infant-and-young-child-feeding

https://www.who.int/news/item/04-08-2025-on-world-breastfeeding-week-countries-urged-to-invest-in-health-systems-and-support-breastfeeding-mothers

บทความต้นฉบับได้ที่ : แม่ที่ไม่มีน้ำนมหรือรู้สึกซึมเศร้าขณะหลั่งน้ำนม เป็นเรื่องเข้าใจได้ และไม่ได้แปลว่าเป็นแม่ที่ไม่ดี: รู้จักภาวะทางสุขภาพของคนเป็นแม่ ทั้งจากความเครียดและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถให้นมได้

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...