"สนธิญา" ยื่น DSI ส่งหลักฐานแจงทางการออสเตรเลีย ช่วยอดีตแอร์สาวไทยถูกหลอกหิ้วยาเสพติด
"สนธิญา" ยื่น DSI ส่งหลักฐานแจงทางการออสเตรเลีย ช่วยอดีตแอร์สาวไทยถูกหลอกหิ้วยาเสพติด ย้ำไร้เจตนาพร้อมจี้ตรวจสอบมาตรฐานคดีกับขนส่งพัสดุ
วันนี้ 7 ก.ค. 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อติดตามความคืบหน้าและขอความอนุเคราะห์สนับสนุนเอกสารหลักฐาน ในคดีที่ น.ส.มีนา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินไทย ถูกจับกุมในข้อหานำเข้ายาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย
โดยนายสนธิญา เปิดเผยว่า การดำเนินงานในครั้งนี้สืบเนื่องจากการที่ตนได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่านสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ส่งถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ น.ส.มีนา โดยเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าอดีตพนักงานต้อนรับรายนี้ถูกขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหลอกลวงและไม่มีเจตนาในการกระทำความผิด ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากหน่วยงานภาครัฐของไทย ทั้งสำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีแนวโน้มข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกันว่าผู้ต้องหาไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการยาเสพติดดังกล่าว
สำหรับการเดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษในวันนี้ เป็นการเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งประสานงานส่งมอบเอกสารผลการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับผู้ส่งและผู้รับในคดีทั้งหมดให้แก่ทางการออสเตรเลียโดยตรง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยในประเด็นเรื่องเจตนา ซึ่งจะมีผลสำคัญในการบรรเทาโทษหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ น.ส.มีนา ก่อนที่กระบวนการทางศาลของออสเตรเลียจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้
พร้อมกันนี้ นายสนธิญาได้ตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงมาตรฐานการดำเนินคดี เปรียบเทียบกับกรณีการตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนในพัสดุภัณฑ์ผ่านระบบไปรษณีย์ทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งผู้ให้บริการขนส่งไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับสิ่งของภายใน ว่าจะถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากในประเทศไทยมีสถิติการจับกุมผู้ต้องหาที่รับสารภาพว่าเคยลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบไปรษณีย์มาแล้วหลายครั้ง หากไม่มีการดำเนินงานที่เท่าเทียมกันอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือเลือกปฏิบัติ
นายสนธิญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ตนกล้าออกมาเคลื่อนไหวในคดีนี้เพียงคนเดียว เพราะมั่นใจในความสุจริตของตนเองที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องยาเสพติดหรือการทุจริต โดยเชื่อมั่นว่าหากประสานส่งเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานไทยได้ครบถ้วน จะช่วยให้ น.ส.มีนาหลุดพ้นจากคดีและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ โดยไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นนักค้ายาเสพติด