เลิก 3 พฤติกรรมทำลายสุขภาพ! หมอเจษฎ์เตือนภัย ‘หวาน-นิ่ง-ดึก‘ ตัวการสะสมมะเร็ง-โรคเรื้อรังตั้งแต่วัย 25 ปี
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เครือมติชนจัดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ก้าวสู่ปีที่ 18 ของการจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เพื่อต่อยอดแนวคิด “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมการดูแลสุขภาพกาย ใจ อาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับอย่างสมดุล
ในตอนหนึ่ง ช่วง Longevity Talk Longevity สุขภาพดีเริ่มที่ป้องกัน ไม่ใช่การรักษา นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับเทรน Longivity ที่ผ่านมารพ.ทุกรพ. เรามีเป้าหมายเดียเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เครือมติชนจัดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศวกันคือทำอย่างไรให้คนไข้หายดีและไม่เสียชีวิต ไม่ต้องการที่จะพิสูจน์ว่าเขาเป็นอย่างไร ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดูแลคนไข้เก่ง ในสมัยก่อนอยากรักษาโรคที่หายยากได้ เพื่อให้คนไข้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งวัดได้ว่าจะอยู่ได้กี่วัน กี่เดือน
“และปัจจุบันก็มีเทรนที่บอกว่า ‘อยู่ดี แฮปปี้นาน’ คำนี้จะมีประโยชน์อะไร ถ้าวันนี้เราอยู่กับพ่อแม่เราที่อายุ 70 ปี แต่เสียชีวิตตอน 90 แต่ระหว่าง 20 ปีที่มีชีวิตกลับป่วยติดเตียงอย่างเดียว พอมานั่งคำนวนกันว่าถ้าเราต้องมีคนที่มีชีวิตต่อ ด้วยลักษณะแบบนี้ เราไม่โอเค” นพ.เจษฎ์ กล่าว
นพ.เจษฎ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนวัดกันว่าหมอเก่งหรือไม่เก่ง ระบบสาธารณสุขดีหรือไม่ดี วัดกันได้ด้วยคำว่าเป็นปี คือเสียชีวิตตอนอายุ 100 ปี แสดงว่าเก่ง แต่ปัจจุบันไม่ได้เน้นที่คำว่าปี แต่เน้นที่คุณภาพ ซึ่งคุณภาพวัดไม่ได้ มันคือของใครของมัน คนไทยในปัจจุบันผู้ชายอายุเฉลี่ย คือ 75 ปี ผู้หญิง 81 ปี ซึ่งผู้หญิงสามารถอยู่ได้นานกว่าผู้ชาย เนื่องจาก ผู้ชายเกิดอุบัติเหตุ สูบบุหรี่ ดื่มสุรา
“ปัจจุบัน เกิน 20% อายุเกิน 60 ปี ซึ่งถ้าอยากมองอนาคตไปอีก 20 ปีข้างหน้า ต้องมองว่าจะต้องไม่เป็นภาระใคร ไม่เป็นภาระลูกหลาน กลับมาดูแลสุขภาพตนเอง ตรงกับคำว่า อยู่ดีแฮปปี้นาน ดีกว่า อยู่นาน ไม่แฮปปี้ ความชั่วร้ายนั้นเกิดจากสิ่งที่เราทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นพ.เจษฎ์ กล่าว
พิธีกรถามต่อว่า 3 พฤติกรรมแรกที่ทำให้เราเป็นโรคเรื้อรัง ทำลายสุขภาพ มีอะไรบ้าง นพ.เจษฎ์ กล่าวว่า มี 3 คำเลย คือ 1.หวาน ต้องยอมรับว่าสื่อโซเชียลต่างๆ คือ อุตสาหกรรม ต้องยอมรับ สิ่งที่ต้องเคลียร์ให้ชัด คือ อัลตราโพเซสฟู้ด 2.นิ่ง มนุษย์ยุคนี้นิ่ง เพราะมีเพื่อนเป็นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งคนที่เล่นยุคนี้ไม่ใช่วัยรุ่น แต่คือคนแก่ ผู้สูงอายุ สิ่งที่ยึดได้มากที่สุด คือ ซีรีส์จีน ใส่หูฟังไม่เป็น ต้องเปิดดังๆ พร้อมกับของกินมากมาย ทำให้ขยับตัวน้อยลง นี่คือพฤติกรรมของคนส่วนมาก ซึ่งตั้งแต่โควิดมา เป็นทุกคน 3.ดึก การนอนน้อย บางคนชอบบอกว่าอายุมากแล้วเลยพักผ่อนน้อย แต่ต้องไปสังเกตพฤติกรรมตนเอง ว่าเพราะเรากินยาเกินขนาด หรือกินยามากเกินไปหรือไม่ถึงทำให้นอนไม่หลับ
นพ.เจษฎ์ กล่าวว่า พฤติกรรมวัยรุ่น มีคอนเทนต์หนึ่งที่เราเจอกันเยอะ คือ คนที่อายุน้อย เป็นมะเร็งกันเยอะมากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมที่พูดไปก่อนหน้าตั้งแต่ข้อแรก พฤติกรรมเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็เป็น แต่เกิดจากการสั่งสมมานาน 10-20 ปี บางครั้งเกิดจากพฤติกรรมการนอนน้อย การกิน ไม่เลือกกิน กินอย่างไรก็ได้ ปรากฎว่าไปเจอกลุ่มคนอายุน้อย 25-30 ปี นอนไม่ถึง 6 ชม. อยากให้ลองปรับเรื่องของการนอน ไม่ว่าจะเป็นการกินวิตามิน การเล่นโทรศัพท์ให้น้อยลง จะทำให้กราฟนิ่งขึ้น
“แต่สิ่งหนึ่งที่วัยรุ่นสร้างตัวต้องการ คือ เขาไม่ได้สนใจว่ากราฟจะนิ่งหรือไม่นิ่ง แต่เขาสนใจว่าเขาจะทำงานได้มากขึ้นไหม ทุกอย่างเหล่านี้ลิงก์กันหมด เรารู้หมดว่าความสำคัญคืออะไร แต่ 80% ที่คนให้ความสำคัญ คือ อาหาร เมื่อไหร่ก็ตามที่กินเข้าไป ไม่ใช่แค่เลี้ยงร่างกาย ถ้ากินอาหารที่ไม่ดีก็จะเกิดโรคตามมาในอนาคต” นพ.เจษฎ์ กล่าว
ทั้งนี้ งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” จัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย วันที่ 28 มิถุนายน เวลา 10.00-19.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าเพื่อรับของที่ระลึก (จำนวนจำกัด) ผ่านทาง https://evcnx.co/THCV26 และสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยเดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีสามย่าน ทางออก 2 ซึ่งเชื่อมต่อเข้าสู่สามย่านมิตรทาวน์โดยตรง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลิก 3 พฤติกรรมทำลายสุขภาพ! หมอเจษฎ์เตือนภัย ‘หวาน-นิ่ง-ดึก‘ ตัวการสะสมมะเร็ง-โรคเรื้อรังตั้งแต่วัย 25 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th