โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

GEd พลิกเกมเกษตรไทย เตือนช้ากว่านี้ "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" แซงแน่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผศ.ดร. ปิยะ กิตติภาดากุล นายกสมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ภาพรวมและทิศทางของเทคโนโลยีเกษตรไทยที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในอนาคต ซึ่งประเด็นที่สังคมให้ความกังวลมากที่สุดคือความแตกต่างระหว่าง GMO และ GEd แม้เครื่องมือที่ใช้จะคล้ายคลึงกัน แต่ผลลัพธ์เชิงวิทยาศาสตร์นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย GMO (Genetically Modified Organism) คือการนำ DNA จากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นมาใส่ข้ามสายพันธุ์ เช่น การนำยีนแมงกะพรุนมาใส่ในพืช

ผศ.ดร. ปิยะ กิตติภาดากุล นายกสมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย 

ในขณะที่ GEd (Gene Editing) ในบริบทของกฎหมายไทยนั้น กำหนดชัดเจนว่าต้อง ไม่มีชิ้นส่วน DNA แปลกปลอมจากพืชหรือสิ่งมีชีวิตอื่นหลงเหลืออยู่ คือการปรับแต่งลำดับเบสที่มีอยู่เดิมในพืชเพื่อให้ยีนบางตัวหยุดทำงานหรือทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติที่เราสามารถกำหนดตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

กลัว GEd วันนี้…พรุ่งนี้ไทยแพ้ เตือนเร่งรับเทคโนโลยีก่อนสาย

“คนไทยต้องเข้าใจว่า ทั้ง GEd และ GMO เหมือนเรื่องผี เราไม่เคยเห็นแต่เรากลัวไว้ก่อน แต่ความจริงคือนวัตกรรม GEd ที่เรากำลังทำ คือการทำให้พืชพัฒนาพันธุ์ได้เร็วขึ้นโดยไม่มีสิ่งแปลกปลอม ซึ่งในเชิงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี GEd จะเข้ามาแก้ปัญหาผลิตภาพ ที่ต่ำมานาน"

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ มันสำปะหลังชนิดแวกซี่ (Waxy) ซึ่งปกติหากใช้วิธีผสมพันธุ์แบบเดิมอาจต้องใช้เวลานานเกือบ 10 ปี และมักประสบปัญหาผลผลิตต่ำ แต่ด้วยเทคโนโลยี GEd นักวิจัยสามารถเจาะจงไปที่ยีนที่ควบคุมแป้งแวกซี่ในสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงได้ทันที

การมีพันธุ์พืชที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแป้งและอาหารระดับโลก จะช่วยให้ไทยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มศักยภาพการส่งออก ปัจจุบันประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน ได้เปิดรับเทคโนโลยีนี้แล้ว หากไทยยังปิดกั้น จะส่งผลให้เราถอยหลังลงเรื่อย ๆ ในขณะที่คู่แข่งอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์กำลังก้าวกระโดด

ชี้ GEd ไทยเกิดได้ เพราะ "ธรรมนัส" ดันกฎหมายปลดล็อก

ผศ.ดร. ปิยะ ยอมรับว่าการที่ประเทศไทยสามารถออกประกาศกระทรวงเพื่อรองรับเทคโนโลยี GEd ได้นั้น ต้องให้เครดิตฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้ ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนกฎหมายให้เกิดขึ้น

“ถ้าไม่มีนักการเมืองขยับ กฎหมายก็ไม่ออก ต่อให้เทคโนโลยีดีแค่ไหนมันก็อยู่แค่ในแล็บ” เนื่องจากประเทศไทยหยุดการพัฒนาด้าน GMO มานานกว่า 30 ปี ทำให้เราสูญเสียบุคลากรวิจัยไปมาก ปัจจุบันมีนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้าน GEd จริงๆ ไม่เกิน 20 คนทั้งประเทศ การมีกฎหมายรองรับจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยฟื้นฟูศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์ไทย อาทิ การทำคลังข้อมูลยีนพืชไทย (Gene Bank) แทนการพึ่งพาข้อมูลจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

หากประเทศไทยต้องการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว จะต้องเลิกใช้ความรู้สึกหรือการเมืองนำหน้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี GEd ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ได้ทุกปัญหา เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งเทคโนโลยี GEd สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วกว่าการปรับปรุงพันธุ์แบบเดิม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีคำถามเรื่อง ต้นทุนการผลิตที่อาจสูงขึ้น รวมถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่อาจทำให้เกษตรกรและคนทั่วไปเข้าถึงและเชื่อถือได้ยาก

"ความปลอดภัยเป็นคนละเรื่องกับความกลัว ทุกวันนี้เราบริโภคสินค้าจากเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่แล้วแต่เรากลับกลัวที่จะปลูกเอง เราต้องก้าวข้ามความกลัวด้วยองค์ความรู้ที่ถูกต้องคือทางออกเดียวที่จะช่วยให้ภาคเกษตรไทยอยู่รอดได้ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” ผศ.ดร. ปิยะ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...