กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ครม. เพื่อแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม
กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ครม. เพื่อแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม ปฏิรูประบบพลังงานทั้งระบบ ด้วยหลักธรรมาภิบาลและความยุติธรรมทางพลังงาน
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดเวที “ค่าไฟแฟร์ คือ ค่าไฟที่แคร์ประชาชน” เผยแพร่ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการกำหนดอัตราราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อภาคครัวเรือน ที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่า พลังงานไฟฟ้าไม่ใช่เป็นเพียงสินค้าเชิงพาณิชย์ แต่เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสิทธิหลายประการของประชาชน เช่น สิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ สิทธิในสุขภาพ สิทธิในการศึกษา และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยรัฐจะต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร โดยต้องมองประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิ (rights-holder)
ระหว่างปี 2560-2568 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาพลังงานและการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้ากว่า 70 กรณี และจากการศึกษาเอกสารงานวิชาการ การรับฟังความคิดเห็น และการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะ พบความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงไฟฟ้า และความไม่เป็นธรรมของโครงสร้างราคา จนภาระค่าไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพด้านอื่น โดยประชาชนทุกระดับรายได้ จัดให้ “ค่าไฟฟ้า” เป็นภาระที่แพงเกินเหตุในลำดับที่สองรองจากค่าอาหาร และประชากรเกือบ 17 ล้านคน มีภาระค่าไฟฟ้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ
นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคการเข้าถึงไฟฟ้าของกลุ่มประชากรที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง เช่น กลุ่มชุมชนบนเกาะและพื้นที่ห่างไกล กลุ่มชาติพันธุ์และผู้อาศัยในเขตอุทยาน/พื้นที่ป่า ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง กลุ่มผู้อาศัยในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิหรือพื้นที่ทับซ้อน เช่น พื้นที่ริมทางรถไฟ เขตชลประทาน ต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราวหรือไฟพ่วง ซึ่งต้องเสียค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าปกติ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพหากถูกตัดไฟ อุปสรรคเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อนและกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชน
จากผลการศึกษา กสม. เห็นว่า “ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นธรรม” ในมิติสิทธิมนุษยชน หมายถึง อัตราค่าบริการพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและคำนึงถึงผลตอบแทนที่เหมาะสมของการลงทุนในการประกอบกิจการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดให้มีมาตรการเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงและแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้โดยไม่กระทบต่อสิทธิในการมีมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ
จากข้อค้นพบดังกล่าว กสม. จึงได้ประมวลและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอต่อ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและเร่งปฏิรูประบบพลังงานทั้งระบบ บนหลักธรรมาภิบาลพลังงาน (energy governance) และหลักความยุติธรรมทางพลังงาน (energy justice) ที่ต้องแบ่งสรรประโยชน์และภาระทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม บนกรอบแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ (1) สิทธิในมาตรฐานการดำรงชีพที่เพียงพอ (2) สิทธิในการมีส่วนร่วม (3) สิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (4) สิทธิในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและได้รับการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม (5) สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี และ (6) สิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและได้รับบริการของรัฐที่มีคุณภาพ
ข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) แบ่งสรรต้นทุนและผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม เพื่อให้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ผลักภาระความเสี่ยงมาสู่ประชาชนเกินสมควร (2) เพิ่มการคุ้มครองและขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่จ่ายได้สำหรับกลุ่มที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง อาทิ กลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบโครงข่ายของรัฐ ผู้มีรายได้น้อย ผู้เช่าที่อยู่อาศัย และผู้ป่วยติดเตียง (3) เร่งกระจายอำนาจในระบบการผลิตไฟฟ้า โดยให้ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น (4) เพิ่มความโปร่งใส การมีส่วนร่วมที่มีความหมาย และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลกิจการพลังงาน
นอกจากนี้ กสม. ยังมีข้อเสนอแนะเชิงมาตรการเพื่อนำไปปฏิบัติในระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งครอบคลุม 4 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่
(1) การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เป็นธรรมและสามารถจ่ายได้ เช่น ทบทวนแนวทางการจัดทำแผนพลังงานให้ยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยี และผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า ศึกษาแนวทางในการกำหนด “เพดานการรับภาระต้นทุนจากกำลังผลิตสำรองส่วนเกิน” อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนจากการวางแผนกำลังผลิตไฟฟ้าที่สูงเกินความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง และทบทวนกลไกสัญญารับซื้อไฟฟ้าและโครงสร้างต้นทุนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป
(2) การคุ้มครองกลุ่มประชากรที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบางให้เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและได้รับบริการของรัฐที่มีคุณภาพ เช่น จัดทำแผนขยายการเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่นอกโครงข่าย ทบทวนหลักเกณฑ์และประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารสิทธิหรือจำเป็นต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราว และแนวทางการอุดหนุนค่าไฟฟ้าไปสู่ระบบช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า รวมถึงกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง เพื่อหลีกเลี่ยงการงดจ่ายไฟฟ้าแก่ครัวเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้เครื่องมือแพทย์ไฟฟ้า
(3) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาและได้รับการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม และการกระจายอำนาจในระบบพลังงาน เช่น ส่งเสริมระบบพลังงานกระจายศูนย์ (decentralized energy) เปิดโอกาสให้เกิดผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่มากขึ้น ทบทวนแนวทางและอัตรารับซื้อไฟฟ้าคืนจากพลังงานหมุนเวียนภาคประชาชน (net billing) ให้เหมาะสม เป็นธรรม และจูงใจต่อการลงทุนมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือมาตรการทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้มากขึ้น
(4) การยกระดับธรรมาภิบาลพลังงาน การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย เช่น เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า ต้นทุนพลังงาน แผน PDP และสัญญารับซื้อไฟฟ้า ในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และตรวจสอบได้ง่าย พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำนโยบายและแผนพลังงานที่สะท้อนความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง รวมถึงส่งเสริมกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลในการกำกับดูแลกิจการพลังงาน รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน องค์กรผู้บริโภค ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในการติดตาม ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะต่อนโยบายพลังงาน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ครม. เพื่อแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ
- สปส. ชวนลงทะเบียนเลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคม” อย่าปล่อยให้สิทธิหลุดมือ
- “ปลัดดีอี” หอบหลักฐานแจงยิบยันบิ๊กโปรเจกต์ “TH-AI Passport” ทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอน
- นายกสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ร้องกมธ.สาธารณสุข สภาฯ แก้ปัญหากฎหมายวิชาชีพล่าช้า
- กกต.แจงคลิปพกโพยเข้าเลือก สว. อ้างศาลฯ ยันไม่ผิดกฎหมาย
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath