โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯต่อกัมพูชาแล้ว เตรียมเลือกประธาน คาดใช้เวลา 1 เดือน

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มิถุนายน 2569 เวลา 1.54 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ไทยแจ้งชื่อ 2 ผู้ประนอมฯ ให้กัมพูชาทราบวันนี้ เตรียมเลือกประธาน คาดใช้เวลา 1 เดือนก่อนเดินกลไก UNCLOS เชื่อไร้ข้อกังขาความเป็นกลาง ย้ำต้องเคลียร์เขตแดนทะเลให้จบก่อนคุยผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการหลังฝ่ายไทย และกัมพูชา ตั้งคณะเจรจา และผู้ประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ว่า กระบวนการประนอมภาคบังคับ เราไม่ต้องเป็นกังวล ซึ่งเหตุผลที่ไทยเข้าร่วมในกระบวนการ เพราะหากไม่เข้าร่วม แต่กระบวนการนี้ยังเดินหน้าต่อไป และสหประชาชาติจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้ประนอมฯ ที่เราไม่รู้จัก แทนประเทศไทย ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจะไม่มีคำพิพากษา แต่จะเป็นคำแนะนำ แนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเขตแดนทางทะเล ส่วนจะปฏิบัติอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ โดยต้องนำไปสู่การเจรจาระหว่างไทย และกัมพูชา ต่อไป ตนขอย้ำว่า คณะประนอมภาคบังคับนี้ไม่ใช่ศาลระหว่างประเทศ ซึ่งขอบเขตของการประนอมฯ มีข้อจำกัดเรื่องการกำหนดอาณาเขตทางทะเลและไหล่ทวีป ส่วนการพัฒนาร่วมในบริเวณเขตทับซ้อนจะเป็นเรื่องหลังจากนี้ เพราะถ้าสามารถกำหนดเขตแดนทางทะเลได้อย่างชัดเจน อาจไม่มีปัญหาเรื่องเขตทับซ้อน หรือมีน้อยมาก และขอยืนยันว่าไทยมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงขั้นตอนดำเนินการหลังจากนี้ ว่า จะมีการคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานโดยคณะผู้ประนอมที่ได้รับการสรรหา และแต่งตั้งโดยฝ่ายไทย และกัมพูชา ซึ่งการคัดเลือกคนที่ 5 ดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนทั้งคณะจะพูดคุยตกลงกันถึงแนวทางการทำงานต่อไป ซึ่งเมื่อได้ข้อตกลงแนวการทำงานแล้วก็จะต้องพูดคุยกับไทย และกัมพูชา ขณะเดียวกัน ผู้ประนอมทั้ง 5 คน จะพูดคุยถึงปัญหา และแนวทางการแก้ไข ซึ่งอาจจะใช้ประสบการณ์จากกรณีของติมอร์-เลสเต และออสเตรเลีย โดยผลลัพธ์ที่จะออกมาจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี และหากยังไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้อย่างสมบูรณ์ ก็ยังต้องพูดคุยกันต่อ เพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในที่สุด

เมื่อถามว่ากรณีของผู้ประนอมคนที่ 5 จะไม่มีข้อกังขาเรื่องความเป็นกลางใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คณะผู้ประนอมทั้ง 4 คน ซึ่งฝ่ายไทยตั้ง 2 คน และฝ่ายกัมพูชาตั้ง 2 คน จะหาคนที่เป็นกลางที่สุด โดยทุกคนมีประสบการณ์ในเรื่องกฎหมายทะเลมากพอสมควร รวมถึง ผลลัพธ์จากการทำงานจะต้องน่าเชื่อถือได้ ซึ่งเชื่อว่า นักกฎหมายย่อมคิดถึงสิ่งเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าคุณลักษณะ และความเหมาะสมของผู้ประนอมคนที่ 5 ต้องเป็นอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ มีประสบการณ์ ที่สำคัญคือเรื่องความเที่ยงธรรม เพราะต้องเป็นผู้มาดูเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเล ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างนั้น ในแง่กฎหมายระหว่างประเทศมีความถูกต้องหรือไม่ เช่นเดียวกับสิ่งที่คนไทยกังวล เรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลที่ลากผ่านเกาะกูดนั้น ก็ต้องมาดูว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศนั้นควรจะเป็นอย่างไร โดยคณะทำงานดังกล่าวจะต้องพิจารณาบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายทางทะเล

เมื่อถามว่าประเมินท่าทีของกัมพูชาอย่างไร หลังจากกัมพูชาระบุว่าอยากคุยเรื่องผลประโยชน์ก่อนการแบ่งเขตแดนทางทะเล นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นั่นเป็นท่าทีของกัมพูชา แต่ไทยยึดหลักว่าจะพูดคุยเรื่องเขตแดนทางทะเลให้เรียบร้อยก่อน เพราะอยากให้อำนาจหน้าที่ของคณะประนอมภาคบังคับจำกัดเฉพาะเรื่องเขตแดนทางทะเลเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ จะนำไปสู่การยุติข้อพิพาทหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะมีคำแนะนำเสนอมาจากคณะประนอม และต้องมาดูกันว่า แนวทางที่เสนอแนะนั้นเป็นอย่างไร ยอมรับได้หรือไม่ ตรงกับผลประโยชน์ของประเทศไทย และหลักกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่งยังต้องไปพูดคุยกันอีกครั้ง หากพูดคุยกันรู้เรื่องก็จะเป็นการนำไปสู่ข้อตกลงระหว่างไทย และกัมพูชา แต่กระบวนการนี้ไทยคำนึงตลอดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ว่าเราต้องรักษาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

เมื่อถามว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้ากัมพูชาไม่ยอมรับ หรือไม่ทำดำเนินการตามคำแนะนำ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาคงค้างอยู่ตรงนั้น ซึ่งสิ่งที่กัมพูชาอยากได้ ทั้งแหล่งพลังงาน และทรัพยากร คงต้องถูกระงับไว้ก่อน โดยสิ่งที่ไทยเสนอตั้งแต่แรก คือ การยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2544 เพราะไม่มีความคืบหน้า จึงอยากเริ่มต้นใหม่ อยากเจรจา 2 ฝ่ายภายใต้บรรยากาศของความเป็นเพื่อนบ้านกัน และภายใต้ UNCLOS ทำไมจึงไม่ลองเปิดโอกาสให้มีเจรจากันก่อนไปสู่กระบวนการอื่น เพราะท้ายที่สุด ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมาพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่สามารถตกลงกันได้เร็วกว่านี้ต้องเลื่อนออกไปอีก แต่ขอให้มั่นใจว่ากระบวนการดังกล่าวเราไม่ต้องกังวล เพราะเป็นการให้แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยต้องกลับไปพิจารณาให้ดี แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็คือตกลงกันไม่ได้ คงต้องมาดูอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งผลต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาจะเป็นการเริ่มกระบวนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการที่กัมพูชาปิดประตูสำหรับการพูดคุย 2 ฝ่าย มีผลกระทบต่อการสร้างบรรยากาศการไว้เนื้อเชื่อใจ รวมถึงกระทบต่อการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ ความร่วมมือชายแดนต่าง ๆ เพราะตกลงกันแล้วว่าจะใช้การพูดคุยกันโดยตรงในทุกเรื่องก่อนไปสู่เรื่องอาณาเขตทางทะเล หรือ กลไกอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการประเทศเผยแพร่ข่าว ในวันนี้ (19 มิ.ย.) ว่า ประเทศไทยได้นำส่งหนังสือตอบของไทยให้กัมพูชา เพื่อแจ้งการเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ตามที่กัมพูชาได้มีหนังสือถึงไทยแจ้งการเริ่มกระบวนการดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 โดยฝ่ายไทยได้แจ้งการแต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต เป็นตัวแทน และรองตัวแทน ในกระบวนการประนอม ตามลำดับ รวมทั้งได้แจ้งชื่อผู้ประนอม 2 คน ที่ฝ่ายไทยแต่งตั้ง ได้แก่ ผู้พิพากษา อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์แมน สัญชาติแอฟริกาใต้ และผู้พิพากษา รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม สัญชาติเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านกฎหมายทะเลและเป็นที่ยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำวัตถุประสงค์ของไทยในกระบวนการนี้ว่าเป็นไปเพื่อการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้ UNCLOS เท่านั้น ทั้งนี้ ภายใน 30 วันหลังจากนี้ ผู้ประนอมทั้ง 4 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจะดำเนินการคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการประนอมต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...