สภาอุยกูร์โลก ประณามโทษประหารชีวิต 2 อุยกูร์ คดีระเบิดราชประสงค์ จี้นานาชาติกดดันไทย
สภาอุยกูร์โลก ประณามโทษประหารชีวิต 2 อุยกูร์ คดีระเบิดแยกราชประสงค์ ชี้กระบวนการพิจารณาคดี 11 ปีละเมิดสิทธิมนุษยชน ร้องรัฐบาลทั่วโลกจี้ไทยพิจารณาชั้นอุทธรณ์โปร่งใส
สภาอุยกูร์โลก (World Uyghur Congress) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อประณามคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ตัดสินประหารชีวิต บิลาล โมฮัมเหม็ด และ ยูซูฟู เมียไรลี สองผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ในคดีลอบวางระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บกว่า 120 คน
เจ้าหน้าที่คุมขังผู้ต้องหาทั้งสองมานานเกือบ 11 ปีนับตั้งแต่จับกุม ผู้ต้องหายืนยันความบริสุทธิ์มาตลอดและเตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
แถลงการณ์จากสภาอุยกูร์โลกระบุว่า กระบวนการพิจารณาคดีนี้ละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมหลายครั้ง ไทยในฐานะประเทศที่ลงนามในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง มีพันธกรณีต้องรักษาสิทธินี้
ผู้เชี่ยวชาญจากสหประชาชาติมองว่าการคุมขังผู้ต้องหาเป็นการคุมขังโดยพลการ ผู้ต้องหาอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติต่อตนอย่างไม่เหมาะสมตลอดการพิจารณาคดี 11 ปี การพิจารณาคดีบางส่วนเกิดขึ้นในศาลทหารที่มีความโปร่งใสจำกัด และศาลไม่ได้จัดหาล่ามแปลภาษาอุยกูร์ที่เหมาะสมให้เป็นเวลาหลายปี
คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลและองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งมองว่าการสืบสวนและพิจารณาคดีเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน เผยให้เห็นข้อบกพร่องในระบบยุติธรรมของไทย องค์กรเหล่านี้เห็นควรให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาเนื่องจากกระบวนการมีความบกพร่อง
ประธานสภาอุยกูร์โลก กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่รัฐบาลจีนกดขี่ชาวอุยกูร์มาอย่างยาวนาน รัฐบาลปักกิ่งมักใช้ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การดำเนินคดีทางการเมือง และการลงโทษที่รุนแรงเพื่อปราบปรามและปิดปากชาวอุยกูร์ การปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมาย การรับประกันการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และการตรวจสอบทางตุลาการอย่างเป็นอิสระถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในคดีที่มีจำเลยเป็นชาวอุยกูร์
คำพิพากษาเกิดขึ้นกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีนที่ต้องการให้ทางการไทยส่งตัวกลุ่มชาวอุยกูร์ที่ทางการไทยคุมขังไว้ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2557 กลับประเทศ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทางการไทยส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปยังจีนแม้จะมีคำเตือนจากนานาชาติหลายครั้ง ปัจจุบันไม่มีใครทราบชะตากรรมของคนกลุ่มนั้น การหายตัวไปเป็นภาพชัดเจนถึงความเสี่ยงที่ชาวอุยกูร์ต้องเผชิญ และเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการปราบปรามข้ามชาติของจีน
ทั้งนี้ สภาอุยกูร์โลกคัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณี แม้ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบต่อการใช้ความรุนแรง แต่ความยุติธรรมต้องไม่แลกมากับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทางสภาขอเรียกร้องให้กระบวนการอุทธรณ์ดำเนินไปอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล การแสวงหาความรับผิดชอบต้องเคารพสิทธิมนุษยชน กระบวนการทางกฎหมาย และหลักนิติธรรม
สภาอุยกูร์โลกเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรระดับนานาชาติกดดันไทยให้จัดการพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ตามมาตรฐานสากล ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป และประเทศสมาชิก และเรียกร้องให้ศาลยกเลิกคำพิพากษาและปล่อยตัวผู้ต้องหาหากไม่สามารถพิสูจน์ความผิดได้จนปราศจากข้อสงสัย หากศาลยืนยันคำพิพากษาเดิมก็เรียกร้องให้พิจารณาบทลงโทษที่ไม่มีการประหารชีวิต
ข้อมูลจาก : uyghurcongress
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง