‘กกท.-กองทุนกีฬา’ เตรียมทัพไทยเต็มสูบ สู้ศึกเอเชียนเกมส์-พาราฯ
ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย มีภารกิจสำคัญในการสู้ศึก 2 มหกรรมกีฬายิ่งใหญ่ของทวีปเอเชีย ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในปีนี้ นั่นคือ กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 วันที่ 19 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 วันที่ 18 - 24 ตุลาคม 2569 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผนึกกำลังกับ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันขับเคลื่อน สนับสนุนและผลักดันทัพนักกีฬาไทยให้มีความพร้อมเต็มที่เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ โดยได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมนักกีฬาครบถ้วนในทุกมิติ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้วางแผนร่วมกันโดยได้พิจารณางบประมาณสนับสนุนการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเต็มที่ ให้ทัพนักกีฬาไทยได้เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 16 กันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้นักกีฬาได้เตรียมตัวให้พร้อมเต็มพิกัด ทัพนักกีฬาไทยชุดเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ จะเข้าร่วมการแข่งขัน 43 ชนิดกีฬา จากการเตรียมนักกีฬา 47 สมาคมกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, กอล์ฟ, กระดานโต้คลื่น, กาบัดดี้, ขี่ม้า, เรือใบ, คริกเก็ต, คาราเต้, คูราช, จักรยาน, ซอฟท์บอล, ซอฟท์เทนนิส, ตะกร้อ, ไตรกีฬา, เทควันโด, เทเบิลเทนนิส, เทคบอล, กีฬาทางน้ำ, บาสเกตบอล, เบสบอล, แบดมินตัน, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, ปีนหน้าผา, ฟุตบอล, ฟันดาบ, มวยปล้ำ, มวยสากล, มิกซ์มาร์เชียลอาร์ต (MMA), ยกน้ำหนัก, ยิงธนู, ยิงปืน, ยิมนาสติก, ยูโด, ยูยิตสู, ยิงเป้าบิน, รักบี้ฟุตบอล, เรือพาย, เทนนิส, ลีลาศ, วอลเลย์บอล, วูซู, วินด์เซิร์ฟ, สควอช, อีสปอร์ต, เอ็กซ์ตรีม, ฮอกกี้ และแฮนด์บอล ภายใต้การเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. ได้มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักกีฬา ซึ่งแบ่งช่วงเวลาการทดสอบออกเป็น 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 9-27 กุมภาพันธ์ 2569, ครั้งที่ 2 วันที่ 1 เมษายน - 15 มิถุนายน 2569 และครั้งที่ 3 วันที่ 16 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งผลการทดสอบจาก 2 ครั้งแรกปรากฏว่า สมรรถภาพทางกายของนักกีฬาไทยอยู่ในเกณฑ์ดี-ดีมาก และในการทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน มีความมุ่งหวังว่า นักกีฬาจะมีความพร้อมอยู่ในระดับดีมาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักกีฬาจะแสดงศักยภาพสูงในการแข่งขันครั้งนี้ออกมาได้ นอกเหนือจากทักษะ เทคนิค และแทคติกต่าง ๆ ของแต่ละชนิดกีฬา “เมื่อนักกีฬาไทยมีความพร้อมเต็มที่แล้วจะสามารถทำผลงานออกมาได้ดี ในขณะเดียวกันกำลังใจจากแฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศ ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬา ดังนั้น กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้เตรียมการในเรื่องถ่ายทอดสดการแข่งขันเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผ่านทางช่อง T SPORTS 7” ดร.ก้องศักด กล่าว จากการเตรียมทัพนักกีฬาเช่นนี้ กกท. จึงเชื่อมั่นว่าทัพนักกีฬาไทยจะสร้างความสำเร็จบนเวทีระดับทวีปเอเชียได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเอเชียนเกมส์ หวังไว้ไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง และเมื่อประสบความสำเร็จคว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้แล้วนั้น กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็ได้มีการเตรียมเงินรางวัลตามหลักเกณฑ์สำหรับเหรียญทอง 2,000,000 บาท เหรียญเงิน 1,000,000 บาท เหรียญทองแดง 500,000 บาท สำหรับการเตรียมทัพนักกีฬาไทยชุดเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็ได้ยึดแนวทางเดียวกัน ทั้งการเก็บตัวฝึกซ้อม การถ่ายทอดสด และเงินรางวัลตามหลักเกณฑ์ เหรียญทอง 1,000,000 บาท เหรียญเงิน 500,000 บาท เหรียญทองแดง 250,000 บาท เพื่อให้นักกีฬาพาราไทย มีความพร้อมสำหรับการไล่ล่าความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับเอเชียเช่นเดียวกัน สำหรับทัพนักกีฬาไทย ทำผลงานในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2023 คว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 32 เหรียญทองแดง ติดอันดับ 8 ในตารางเหรียญรางวัล ขณะที่ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่เมืองหางโจว เช่นเดียวกัน ทัพนักกีฬาพาราไทยคว้า 27 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน 55 เหรียญทองแดง ได้อันดับ 7 ด้วยการสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มที่ของ กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทำให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยมีความแข็งแกร่งและพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปสร้างความสำเร็จ และประกาศศักดานำธงไตรรงค์ไปโบกสะบัดบนเวทีมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ของเอเชีย