โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชนเสนอปฏิรูปเกณฑ์ทหาร ยามปกติใช้ระบบสมัครใจ เรียกเกณฑ์ได้เฉพาะช่วงสงคราม

iLaw

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 08.05 น. • iLaw

ทุกปีเมื่อถึงฤดูเกณฑ์ทหาร ชายไทยจำนวนมากต้องลุ้นชะตาตัวเองผ่านการจับใบดำใบแดง บางคนได้กลับไปใช้ชีวิตตามเดิม แต่อีกหลายคนต้องหยุดงาน หยุดการเรียน หรือพักเส้นทางชีวิตไว้ชั่วคราว เพื่อเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 6 เดือนถึง 2 ปี

สำหรับคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว การจับได้ใบแดงอาจไม่ได้กระทบแค่ตัวเอง แต่ยังหมายถึงรายได้ที่หายไป และความไม่แน่นอนที่คนข้างหลังต้องช่วยกันแบกรับ

ผลกระทบของการเกณฑ์ทหารไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวชายไทยที่จับได้ใบแดงหรือครอบครัวของพวกเขา แต่ยังสะท้อนถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจจากการสูญเสียแรงงานวัยหนุ่ม รวมถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในค่ายทหาร ซึ่งในบางกรณีนำไปสู่การเสียชีวิต

และสำหรับชายไทยจำนวนมาก จุดเริ่มต้นของผลกระทบเหล่านี้ อาจอยู่ที่การจับสลากเพียงไม่กี่วินาทีในเดือนเมษายนของทุกปี

ด้วยเหตุนี้ ข้อเสนอเรื่องการ “ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร” จึงถูกผลักดันขึ้นในสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยมีพรรคการเมืองหลายพรรคเสนอแนวทางปฏิรูประบบการรับราชการทหารของไทย แม้การผลักดันให้เกิดขึ้นจริงจะไม่ใช่เรื่องง่าย

ล่าสุด พรรคประชาชนเสนอแก้ไข พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เพื่อปฏิรูประบบการรับราชการทหารใหม่ทั้งระบบ โดยยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในภาวะปกติ และเปิดให้ใช้ระบบสมัครใจเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังคงการเรียกกำลังพลแบบบังคับไว้ในกรณีที่ประเทศเข้าสู่ภาวะสงคราม

การแก้ไขครั้งนี้ เป็นข้อเสนอเพื่อยกเลิกกฎหมายเดิม แล้วจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทนทั้งฉบับ

ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัคร 100%

พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กำหนดให้ชายไทยเมื่ออายุย่างเข้า 18 ปี ต้องขึ้นบัญชีเป็นทหารกองเกินกับสัสดีประจำอำเภอตามภูมิลำเนาทหาร และเมื่ออายุย่างเข้า 21 ปี จะได้รับหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลือก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “จับใบดำใบแดง”

ตามกฎหมายเดิม ภูมิลำเนาทหารไม่ได้อ้างอิงจากทะเบียนบ้านของบุคคลโดยตรง แต่ยึดตามบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง โดยพิจารณาจากบิดาเป็นหลัก พรรคประชาชนจึงเสนอแก้ไขให้ระบบเรียบง่ายขึ้น โดยให้ยึดตามทะเบียนบ้านของบุคคลนั้นแทน เว้นแต่กรณีที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง จึงค่อยอ้างอิงตามบิดาหรือมารดา

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเสนอให้การขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเป็นไปโดยอัตโนมัติเมื่อบุคคลอายุย่างเข้า 18 ปี และให้มีสถานะเป็นทหารกองเกินในวันที่ 1 มกราคมของปีถัดไป โดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง และจะไม่มีการออกหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลือกแบบเดิมอีก

กล่าวโดยสรุป ข้อเสนอของพรรคประชาชนคือการยกเลิกระบบบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติ และเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจทั้งหมด โดยกำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยสามารถสมัครเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการได้ด้วยความสมัครใจ และคัดเลือกจากผู้ที่สมัครเข้ามาเท่านั้น

การใช้คำว่า “บุคคล” ในร่างกฎหมาย ยังเปิดช่องให้การสมัครเข้ารับราชการทหารไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ชายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการขึ้นบัญชีทหารกองเกิน พรรคประชาชนยังคงกำหนดให้ใช้กับ “ชายไทย” ที่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายเช่นเดิม

หากเปรียบเทียบกับระบบปัจจุบัน ในภาวะปกติ การเข้ารับราชการทหารมีอยู่ 2 วิธี คือการสมัครใจ และการจับใบดำใบแดงเพื่อคัดเลือกชายไทยเข้าเป็นทหารกองประจำการเมื่ออายุ 21 ปี แต่ข้อเสนอของพรรคประชาชนจะเหลือเพียงระบบสมัครใจเท่านั้น

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเสนอให้กำหนดไว้ในกฎหมายว่า การฝึกวิชาทหารและการเตรียมความพร้อมในยามสงคราม จะต้องเป็นไปตามหลักสูตรมาตรฐานหรือหลักสากล สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และส่งเสริมหลักการประชาธิปไตยด้วย

ห้ามผู้บังคับบัญชานำพลทหารไปรับใช้ส่วนตัว

ปัญหา “ซักผ้า–ทำอาหารบ้านนาย” เป็นคำที่ใช้เรียกกรณีที่ผู้บังคับบัญชานำพลทหารกองประจำการไปทำงานรับใช้ส่วนตัว เช่น ซักผ้า ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน หรือทำธุระที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหาร แม้พลทหารเหล่านั้นจะอยู่ระหว่างการรับราชการและได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน

พรรคประชาชนเสนอให้ระบุไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนว่า การกระทำลักษณะนี้ถือเป็นความผิดทางวินัย และอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อเสนอยังกำหนดว่า หากเกิดกรณีดังกล่าว ผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการทางวินัย และส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังมองว่าการนำพลทหารไปรับใช้ส่วนตัว ไม่ได้เป็นเพียงการใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการละเมิดต่อร่างกาย ศักดิ์ศรี และความเป็นมนุษย์ด้วย

เรียกเกณฑ์ทหารได้ เมื่อ ครม.เห็นว่าใกล้ภาวะสงคราม

ตามข้อเสนอของพรรคประชาชน ในภาวะปกติที่ประเทศไม่ได้อยู่ในสภาวะคับขัน การรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการจะใช้ระบบสมัครใจเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันอาจทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะใกล้สงคราม คณะรัฐมนตรีสามารถตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อเรียกและตรวจเลือกชายไทยอายุระหว่าง 18 ถึงไม่เกิน 30 ปี เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการได้

ในทางกลับกัน แม้จะเกิดสถานการณ์คับขันหรือมีเหตุที่อาจนำไปสู่ภาวะสงคราม หากประเทศไทยมีกำลังพลเพียงพอต่อการป้องกันประเทศ คณะรัฐมนตรีก็อาจไม่ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อเรียกตรวจเลือกทหารเพิ่มเติมได้

ข้อเสนอนี้ยังคงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ “หนีทหาร” ตามหมายเรียกในยามสงคราม รวมถึงกรณีทุจริตหรือติดสินบนเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร โดยทั้งสองกรณีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...