โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทีมกู้ภัยไทยติดตั้งอินเทอร์เน็ตในถ้ำเหมืองลาว คาดห่าง 7 ผู้ประสบภัย 15 เมตร

Thai PBS

อัพเดต 9 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (27 พ.ค.2569) ทีมกู้ภัยไทยยังปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องในการเข้าช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยติดเหมือง 7 คน ที่ประเทศลาว หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาต้องยุติภารกิจชั่วคราวจากฝนตกหนักและน้ำไหลเข้าถ้ำเพิ่มขึ้น แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตั้งระบบสาย LAN และอินเทอร์เน็ตภายในถ้ำได้สำเร็จ

สำหรับแผนปฏิบัติการขั้นต่อไป ทีมกู้ภัยจะเร่งจัดทำแผนที่ 3 มิติของพื้นที่ทั้งหมด ควบคู่กับการโรยตัวสำรวจโพรงจากด้านบน เพื่อระบุตำแหน่งของผู้ประสบภัยและจุดน้ำไหลเข้าให้ชัดเจน ก่อนเดินหน้าวางระบบระบายน้ำ เพื่อให้ภารกิจช่วยเหลือเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด

เพจเฟซบุ๊ก จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง ได้โพสต์คลิปการทำงานภายในถ้ำเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือ การติดตั้งระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ต และวางสาย LAN เข้าไปภายในถ้ำ เพื่อใช้ส่งภาพและวิดีโอจากจุดปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยให้การประสานงานของทีมกู้ภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปอนด์ จักรกฤษณ์ ระบุว่า อุปกรณ์แต่ละชิ้นต้องลำเลียงผ่านช่องแคบและกระแสน้ำ ก่อนนำไปติดตั้งบริเวณโถงสุดท้าย ใกล้จุดปล่อยนักประดาน้ำ และห่างจากจุดคาดว่าผู้ประสบภัยอยู่เพียงประมาณ 15 เมตร

ขณะเดียวกัน ทางการ สปป.ลาว ได้สนับสนุนระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1 กิกะไบต์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ "ลาวโทรคม" ช่วยลากสายสัญญาณขึ้นภูเขามายังบริเวณหน้าถ้ำ ท่ามกลางสภาพเส้นทางที่ยากลำบาก เพื่อสนับสนุนการสื่อสารและการทำงานของทีมกู้ภัยให้สามารถติดต่อและส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทุรกันดาร

ยุติภารกิจ เนื่องจากฝนตกหนัก ระดับน้ำในถ้ำสูง

ทีมกู้ภัย ต้องยุติปฏิบัติการในวันที่ 3 เมื่อ 23.40 น. ที่ผ่านมา (26 พ.ค.) ปอนด์ จักรกฤษณ์ เล่าว่า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งถอนกำลังออกจากถ้ำ หลังฝนตกหนักทำให้น้ำไหลกลับเข้าพื้นที่ปฏิบัติการอีกครั้ง หวั่นกระทบความปลอดภัยของทีมค้นหา แม้ทุกฝ่ายพยายามเต็มที่ แต่ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอุปสรรคสำคัญของภารกิจครั้งนี้

สำรวจถ้ำ วางระบบ - ถังอากาศ เหนือ 11 เมตรสุดท้าย

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ นายเก่งกาจ บ้งกาวงศ์ หัวหน้าทีมกู้ภัยไทย ถึงความคืบหน้าล่าสุดว่าเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) ทีมสำรวจของไทยสามารถเข้าไปภายในถ้ำได้แล้วประมาณ 280 เมตร ผ่านทั้งการคลาน คืบตัว และดำน้ำมุดผ่านช่องแคบที่บางช่วงกว้างเพียง 50 เซนติเมตร ก่อนถึงบริเวณโถงน้ำท่วม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทดลองสำรวจเส้นทางการนำถังอากาศเข้าไป รวมถึงประเมินแนวทางนำผู้ประสบภัยออกมา

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหลือระยะอีกประมาณ 11 เมตร จะถึงจุดที่คาดว่าผู้ประสบภัยทั้ง 7 คนหลบอยู่ภายในถ้ำ

นักธรณีวิทยา ชี้ "ถ้ำเหมืองลาว" ยากกว่า "ถ้ำหลวงฯ" ไทย

ขณะเดียวกัน ทีมสำรวจได้เข้าพื้นที่เพื่อโรยตัว ส่งสัญญาณสื่อสาร และใช้เทคโนโลยีสแกนภาพ 3 มิติ เปรียบเทียบเส้นทางใต้ดินกับภูมิประเทศด้านบน เพื่อหาตำแหน่งที่เชื่อมถึงกัน รวมถึงตรวจสอบจุดน้ำไหลเข้าและออกจากภูเขา เพื่อหาวิธีระบายน้ำและลดอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

ด้าน น.ส.ศรสวรรค์ อุทธาเครือ วิศวกรธรณีและนักธรณีวิทยา ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ตัดขวาง ภาพถ่าย และข้อมูลภาคสนามร่วมกับทีมหน้าถ้ำและทีมบนภูเขา จนพบจุดสำคัญ 2 จุด ได้แก่ โพรงอากาศใกล้ปากถ้ำประมาณ 5 จุด ซึ่งอาจใช้หย่อนอาหาร น้ำ อุปกรณ์สื่อสาร หรือไฟส่องสว่างลงไปช่วยผู้ประสบภัยได้ หากตรวจสอบแล้วมีความแข็งแรงเพียงพอ

อีกจุดคือบริเวณที่คาดว่าเป็นทางน้ำไหลเข้าสู่ถ้ำ ซึ่งอยู่สูงกว่าปากถ้ำ ทำให้น้ำฝนและน้ำผิวดินไหลเข้าสู่ถ้ำอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาตำแหน่งดังกล่าว เพื่อวางระบบเบี่ยงทางน้ำและลดปริมาณน้ำภายในถ้ำ

วิศวกรธรณี กล่าวว่า ลักษณะของถ้ำแห่งนี้แตกต่างจากถ้ำหลวง เนื่องจากเป็นชั้นหินที่เปราะบางและระบายน้ำได้ยาก ทำให้น้ำสะสมอยู่ภายในถ้ำได้ง่าย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการพังถล่มมากกว่า โดยเฉพาะหากมีฝนตกหนักในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัย

่อ่านข่าว :

เปิดภาพภายในถ้ำเหมืองลาว ทางแคบ-น้ำสูง-โคลน ทีมกู้ภัยเร่งช่วย 7 ชีวิต

กู้ภัยไทยเดินทางเข้าร่วมภารกิจ ช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำในลาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

แกะรอยผู้ก่อเหตุยิงครอบครัว ตร.ปัตตานี สืบสวนเชื่อถูกล็อกเป้า

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยุโรปอ่วมคลื่นความร้อนทุบสถิติ จีนฝนถล่ม-อินเดียร้อนทะลุ 47 องศาฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...