โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ดีลเอ็มแอนด์เอ’ เอเชีย ทะลุ 7.5 แสนล้านดอลลาร์ สวนกระแสสถานการณ์โลกปั่นป่วน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปีนี้โลกเผชิญความปั่นป่วนมากมาย แต่ไม่ได้สะเทือนธุรกิจในและนอกเอเชียแปซิฟิก ที่จำนวนดีลเข้าซื้อและควบรวมกิจการทะลุ 7.5 แสนล้านดอลลาร์

เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงาน ครึ่งแรกของปี 2026 จำนวนข้อตกลงธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน นักลงทุนสนใจภาคส่วนที่กำลังเป็นกระแสเป็นพิเศษ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและเฮลธ์แคร์

การซื้อกิจการทั่วโลกแข็งแกร่งเช่นกัน แม้สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศปั่นป่วนและตลาดผันผวน มูลค่าการทำธุรกรรมทั่วโลกที่ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ก็มีแนวโน้มที่จะทำลายสถิติสูงสุดในปี 2021 ลงได้

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ข้อตกลงที่สำคัญ ได้แก่ การแปรรูปบริษัทโตโยต้า อินดัสทรีส์ คอร์ป มูลค่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์,บริษัทซัน ฟาร์มาซูติคอล อินดัสทรีส์ จำกัด ซื้อกิจการออร์กาโนน บริษัทด้านการดูแลสุขภาพของสหรัฐในราคา 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์,กลุ่มบริษัทซาววี เกมส์ กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการบริษัทพัฒนาเกมมือถือ มูนตัน ในราคา 6 พันล้านดอลลาร์และบริษัทซีเค ฮัทชิสัน โฮลดิงส์ จำกัด ถอนตัวออกจากธุรกิจในสหราชอาณาจักรบางส่วน

“การควบรวมและซื้อกิจการที่นำโดยจีนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความยืดหยุ่นสูงและยังคงมีกิจกรรมที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง” สุชิล บาธิจา หัวหน้าฝ่ายควบรวมและซื้อกิจการสำหรับเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ของโกลด์แมนแซคส์กล่าว

ทั้งนี้ สงครามในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยสำคัญพลิกผันตลาดโลก เมื่ออุปทานน้ำมันและก๊าซติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซขณะที่การเจรจาและการทำข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“สภาพแวดล้อมซับซ้อนและผันผวน ดังนั้นคณะกรรมการบริหารจึงต้องมีความคล่องตัวและมุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเปลี่ยนแปลงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและกฎระเบียบส่งผลกระทบต่อธุรกรรม” ทอม บาร์ชา หัวหน้าฝ่ายเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแบงก์ออฟอเมริกากล่าวและว่า ญี่ปุ่นเป็นตลาดเอ็มแอนด์เอหนาแน่นที่สุดในภูมิภาค ออสเตรเลียมีแรงหนุนที่ดี แนวโน้มสำหรับอินเดียที่ซึ่งกิจกรรมค่อนข้างคึกคักเป็นบวกเช่นกัน

ตลาดหุ้นอินเดียก็อยู่ในภาวะที่ผันผวนอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดัชนี Sensex ตลาดหลักทรัพย์มุมไบร่วงลง 10% ในครึ่งแรกของปี ทำให้ดัชนี Sensex รวมถึงดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงติดอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดในโลก ในขณะเดียวกัน ดัชนี Topix ในโตเกียวเพิ่มขึ้น 17% และดัชนี Kospi ของโซลพุ่งขึ้น 101%

  • บทบาทของจีน

ปีนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคักสำหรับจีนแผ่นดินใหญ่รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า (เกรทเตอร์ไชนา) เฉพาะเดือน ม.ค.เดือนเดียว ปริมาณเอ็มแอนด์เอในต่างประเทศ พุ่งสูงถึงเกือบ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงสุดสำหรับเดือนแรกของปีนับตั้งแต่ปี 2017 แบรนด์ดังอย่าง Puma SE แบรนด์กีฬาจากเยอรมนี และ Allied Gold Corpบริษัทเหมืองแร่จากแคนาดา ต่างก็อยู่ในรายชื่อเป้าหมายการซื้อกิจการของจีน

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการซื้อขายชะลอตัวลงเนื่องจากธุรกรรมหลายรายการประสบปัญหาในการขออนุมัติขั้นสุดท้าย เมื่อเดือนที่แล้ว บริษัท ENN Natural Gas Co. ได้ยกเลิกแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งรวมถึงข้อเสนอซื้อกิจการ ENN Energy Holdings Ltd. มูลค่าเกือบ 12 พันล้านดอลลาร์และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเป็นครั้งที่ 2 บริษัทกล่าวว่ายกเลิกแผนดังกล่าว เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่

ในอีกมุมหนึ่ง แบรนด์ดังบางแบรนด์กำลังประเมินแนวทางการดำเนินธุรกิจของตนอีกครั้งในจีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก General Mills Inc กำลังขายร้านไอศกรีม Häagen-Dazs ในจีนแผ่นดินใหญ่ ตามรอยบริษัทสตาร์บัคส์คอร์ป ขณะที่ Oatly Group AB ของสวีเดนก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้เช่นกัน

“แม้ว่าบางบริษัทจะกำลังประเมินบทบาทของตนใหม่ แต่จีนยังคงเป็นตลาดที่สำคัญเกินกว่าที่บริษัทข้ามชาติจะมองข้ามไปได้” บาธิจาจากโกลด์แมนกล่าว

  • ญี่ปุ่นโตเร็ว

ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าทำเอ็มแอนด์เอครั้งใหญ่ทุบสถิติปีก่อน เมื่อรัฐบาลกำลังผลักดันให้บริษัทเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ

บริษัทไพรเวทอิควิตีก็กำลังซื้อกิจการอย่างแข็งขันเช่นกัน นำไปสู่การแย่งกันซื้อตลาดออนไลน์ Kakaku.com ที่คาดว่าบริษัทลงทุน Bain Capital และ LY Corporation จะแข่งขันกับ EQT AB เพื่อเข้าซื้อกิจการบริษัทดังกล่าว

“จำนวนดีลธุรกิจที่สูงในญี่ปุ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศน่าจะมีอยู่ต่อไป” อากิฮิโกะ มานากะ หัวหน้าร่วมฝ่ายวาณิชธนกิจและควบรวมกิจการของแบงก์ออฟอเมริกาประจำประเทศญี่ปุ่นกล่าว

“นักลงทุนผู้แข็งขันจำนวนมากขึ้นกดดันบริษัทต่างๆ ให้ปรับปรุงผลการดำเนินงานส่งผลให้มีบริษัทจำนวนมากกว่าเดิมที่ขายสินทรัพย์ ไปเป็นธุรกิจส่วนตัว หรือถูกซื้อโดยบริษัทหุ้นนอกตลาด”

ในรายงานที่เผยแพร่สัปดาห์นี้ Bain & Co กล่าวว่า บริษัทหุ้นนอกตลาดของญี่ปุ่น เป็นตลาดหนึ่งที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับนักลงทุน ได้แรงหนุนจากผลตอบแทนแข็งแกร่ง การลงทุนเติบโตและการเปลี่ยนแปลงองค์กร ส่งผลให้การแข่งขันเข้มข้นและยิ่งเพิ่มเพดานสำหรับบริษัทต่างๆ

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่อมีดีลใหญ่

โรหิต แชตเตอร์จี หัวหน้าฝ่ายควบรวมกิจการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค กล่าวว่า การควบรวมกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แรงหนุนจากการรวมกลุ่มในภาคส่วนที่กระจัดกระจาย และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะดาตาเซ็นเตอร์

แหล่งข่าววงในเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า กองทุนเน้นโครงสร้างพื้นฐานใหญ่สุดของโลกบางแห่งกำลังพิจารณาซื้อดาตาเซ็นเตอร์ในเอเชียแปซิฟิกของ Stack Infrastructure Incซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Blue Owl Capital

สินทรัพย์ในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และมาเลเซียอาจทำมูลค่าได้กว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์

“การลงทุนในดาตาเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอนั้นมีขนาดพอๆ กับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา” ชาเตอร์จีกล่าว พร้อมคาดว่าธุรกรรมจะแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

ด้านแมทธิว นิมทซ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจอาเซียนของซิตี้กรุ๊ป กล่าวด้วยว่า การระดมทุนครั้งสำคัญและการทำธุรกรรมขนาดใหญ่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เรากำลังมีส่วนร่วมในการเจรจาที่น่าสนใจหลายแห่งในอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม” นิมทซ์เผย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...