โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสถิติคดีขนยาเสพติดจากไทยไปออสเตรเลีย ครึ่งปี 6 เคส ของกลางพันล้าน

SpringNews

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (ABF) ตรวจจับการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากไทยได้ถึง 6 คดี มีผู้ถูกตั้งข้อหาอย่างน้อย 10 คน ของกลางที่ยึดได้มีทั้งเฮโรอีนและไอซ์ รวมน้ำหนักกว่า 82 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประเมินได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 900-1,000 ล้าน

เจาะคดีใหญ่ที่สนามบินซิดนีย์

สนามบินซิดนีย์กลายเป็นจุดสกัดจับสำคัญ คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) สกัดจับชาย 3 คนจากรัฐวิกตอเรีย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ หลังตรวจพบ เฮโรอีน 34 กิโลกรัม และไอซ์ 8 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางที่เดินทางมาจากประเทศไทย ของกลางมีมูลค่ารวมสูงถึง 24 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 547 ล้านบาท)

ชายชาวนิวเซาท์เวลส์ ซุกเฮโรอีน 20 กก.

วันที่ 24 มกราคม 2569 ชายจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ วัย 26 ปี ถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำเฮโรอีนประมาณ 20 กิโลกรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย ผ่านท่าอากาศยานซิดนีย์

โดยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย ตรวจพบความผิดปกติในกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องสงสัยหลังเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบห่อบรรจุสุญญากาศหลายสิบชิ้นซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง ภายในบรรจุผงสีขาวซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน รวมปริมาณประมาณ 20 กิโลกรัม มูลค่าประเมินราว 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หากหลุดรอดสู่ท้องตลาด

ชายมาเลเซีย ซุกยาไอซ์ในขวดแป้ง

ในเดือนมีนาคม 2569 ชายชาวมาเลเซียวัย 66 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินซิดนีย์หลังเดินทางจากประเทศไทย เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติจากการสแกนกระเป๋าและใช้สุนัขดมกลิ่น จนนำไปสู่การตรวจพบ ยาไอซ์ 5 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนในขวดแป้งฝุ่นฉลากภาษาไทยจำนวน 10 ขวด ซึ่งถูกดัดแปลงโครงสร้างภายในเพื่อบรรจุสารเสพติด

ชาย 3 คน ลักลอบขนเฮโรอีนจากไทยไปซิดนีย์

เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้จับกุมชาย 3 คนที่สนามบินซิดนีย์ ขณะพยายามลักลอบนำเข้า เฮโรอีน 14 กิโลกรัม โดยใช้วิธีซ่อนไว้ในซับในกระเป๋าผ้าลายของฝากยอดนิยมจากประเทศไทย ผู้ต้องหาพยายามวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่แต่ไม่สำเร็จ ถูกรวบตัวได้ในที่สุด

หญิงฝรั่งเศส ลักลอบขน 'บิวเทนไดออล' ใส่ขวดครีมอาบน้ำ

เดือนพฤษภาคม หญิงชาวฝรั่งเศสวัย 31 ปี ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานนานาชาติเพิร์ท หลังเดินทางจากไทยพร้อม สารบิวเทนไดออล (Butanediol) 50 กรัม ในขวดครีมอาบน้ำ ซึ่งสารดังกล่าวจะเปลี่ยนสภาพเป็น "ยาเสียสาว" เมื่อเข้าสู่ร่างกายและมีอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจค้นโทรศัพท์มือถือและพบหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าอาจมีการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายไว้ภายในร่างกาย จึงได้ส่งตัวเธอให้ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ดำเนินการสืบสวนต่อ ในเวลาต่อมา หญิงคนดังกล่าวได้ขับถ่ายเม็ดยาสเตียรอยด์ (Steroid) ออกมาจำนวน 40 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง

คดีสะเทือนวงการ 'แอร์สาวไทย' ขนเฮโรอีน

คดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการจับกุมพนักงานหญิงของสายการบินไทยวัย 26 ปี ที่สนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา เธอถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนเฮโรอีนกว่า 1 กิโลกรัม โดยซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋าผ้าซึ่งมีลวดลายคล้ายสินค้าของฝากที่จำหน่ายในประเทศไทย จำนวน 12 ใบ ขณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมลเบิร์นจากเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เดินทางมาจากประเทศไทย ซึ่งคดีนี้ตอกย้ำว่าเครือข่ายยาเสพติดพยายามใช้ทุกช่องทางในการลำเลียง

เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติระหว่างการสแกนกระเป๋า นำไปสู่การตรวจค้นอย่างละเอียดและพบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าผ้า ผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาและยึดของกลางไว้ดำเนินคดี

ข้อมูลจาก ACIC ระบุว่าการใช้ยาเสพติดในออสเตรเลียพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วง 12 เดือน (ถึง ส.ค. 2025) ชาวออสซี่บริโภคยาเสพติดหลัก 4 ชนิดรวมกว่า 26.8 ตัน ตลาดออสเตรเลียมีความต้องการสูงและยินดีจ่ายแพงสำหรับยาเสพติดคุณภาพดีจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เครือข่ายอาชญากรรมยังคงเสี่ยงลักลอบนำเข้าอย่างต่อเนื่อง

บทลงโทษที่หนักหน่วง

ออสเตรเลียเอาจริงกับคดียาเสพติดเชิงพาณิชย์ ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ในคดีเหล่านี้ถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต หรืออย่างน้อย 25 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของยาเสพติด

ที่มา : sbsไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...