โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลกระทบสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ประชาชนอาเซียนลดใช้จ่าย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มตั้งต้นขึ้นเมื่อสิ้นเดือน ก.พ.เมื่อสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน แล้วอิหร่านตอบโต้กลับด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย สร้างความปั่นป่วนให้กับอุปทานน้ำมัน ก๊าซ และสารเคมีทางอุตสาหกรรมบางชนิด ทำให้เกิดเงินเฟ้อสร้างผลสะเทือนไปทั่วโลก

บางประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เสียหายมากกว่าประเทศอื่นเนื่องจากสกุลเงินอ่อนค่าลงมากส่งผลสินค้านำเข้าแพงขึ้น

แม้ราคาน้ำมันลดลงมาอยู่ที่ราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังสหรัฐและอิหร่านทำข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นกันเมื่อสัปดาห์ก่อน จากระดับกว่า 100 ดอลลาร์ตอนที่สงครามเข้มข้น แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ผลกระทบจากเงินเฟ้อและอำนาจซื้อลดลงจะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ร้านค้าปลีกต่างกล่าวถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคกำลังลดค่าใช้จ่าย เช่น หันไปซื้อสินค้าราคาถูกกว่า

สตีเวน คัว ประธานสมาคมซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ครัวเรือนจำนวนมากหันมาซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็นพื้นฐาน เลิกซื้อแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคขนมอบ และนมราคาระดับกลาง หันไปซื้อสินค้าทางเลือกที่ราคาถูกกว่าแทน นอกจากนี้ผู้บริโภคยังพึ่งพาบรรจุภัณฑ์แบบซองขนาดเล็กราคาประหยัดสำหรับใช้ครั้งเดียวมากขึ้น สำหรับสินค้าจำพวกอาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

บูดิฮาร์โจ อิดวนส์จาห์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกและผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าของอินโดนีเซีย กล่าวว่า ผู้บริโภครายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำได้รับผลกระทบหนักที่สุด

“พวกเขากำลังหันไปซื้อสินค้าที่ถูกกว่า คุณภาพต่ำกว่า หรือซื้อในปริมาณและจำนวนที่น้อยลง”

อดิ ลุกมัน ประธานสมาคมผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มแห่งอินโดนีเซีย กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ปัจจุบันครัวเรือนที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็นพื้นฐาน จะซื้อสินค้าอื่นๆ เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น ผู้ผลิตจึงปรับตัวด้วยการลดต้นทุนการผลิต เช่น ใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำกว่า และ “ปรับขนาดผลิตภัณฑ์” ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อลดลงของผู้บริโภค

ในเดือน พ.ค. ฟิลิปปินส์รายงานเงินเฟ้อทั่วไป 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ลดลงเล็กน้อยจาก 7.2% ในเดือน เม.ย. แต่ก็มากกว่า 1.3% เมื่อปีก่อน ในอินโดนีเซียที่ต้องอุดหนุนราคาพลังงานอย่างหนัก เงินเฟ้อขึ้นไปอยู่ที่ 3.1% ในเดือน พ.ค. จาก 2.4% ในเดือน เม.ย.

แม้แต่ในประเทศรายได้สูงอย่างสิงคโปร์ ที่เศรษฐกิจโตเกินคาด 6% ในไตรมาสหนึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ก็ยังต้องเตรียมรับกำลังซื้อที่ลดน้อยลง หลังธนาคารกลางกระชับนโยบายการเงินครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ในเดือน เม.ย.

แม้เงินดอลลาร์สิงคโปร์จะยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย แต่ก็มีสัญญาณบ่งชี้ว่าประชาชนในสิงคโปร์กำลังกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น

สำนักงานสถิติสิงคโปร์ รายงานในเดือน พ.ค.ว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 การเติบโตของสินทรัพย์ชะลอตัวลงขณะที่การเติบโตของหนี้สินเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025

“การเติบโตของหนี้สินแซงหน้าการเติบโตของสินทรัพย์ติดต่อกันสองไตรมาส”

สำหรับประเทศไทย ซึ่งรายงานภาวะเงินฝืด 12 เดือนติดต่อกันถึงเดือน มี.ค. มีอัตราเงินเฟ้อ 2.9% ในเดือน เม.ย. ก่อนอ่อนตัวลงมาเล็กน้อยที่ 2.8% ในเดือน พ.ค. ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ใช้ไบโอดีเซลผลิตจากน้ำมันปาล์มเพื่อรับมือกับราคาพลังงานฟอสซิลสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรุงอาหารและอาหารแพงขึ้น

เวียดนามรายงานเงินเฟ้อ 5.6% ในเดือน พ.ค. สูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค.2020 ส่วนใหญ่เป็นจากต้นทุนการขนส่ง ที่อยู่อาศัย และวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น มาเลเซียเงินเฟ้อ 2% ในเดือน พ.ค. สูงสุดในรอบเกือบสองปี

เมื่อเร็วๆ นี้มาซาโตะ คันดา ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เตือนถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่กับเงินเฟ้อ (stagflation) ต่อประเทศในเอเชีย ในเดือนเม.ย. เอดีบีคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2026 ที่ 4.7% ต่ำกว่า 4.8% ในปีที่แล้ว ภายใต้ “ฉากทัศน์เสถียรภาพในระยะเริ่มต้น” ซึ่งตอนนั้นความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่งเกิดขึ้นหนึ่งหรือสองเดือน

ราห์มา กาฟมี อาจารย์เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอร์ลังกา ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า การฟื้นตัวของกำลังซื้อของครัวเรือนน่าจะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากราคาสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ผู้ผลิตยังคงใช้วัตถุดิบนำเข้าราคาแพงที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ผลิตสินค้าสำหรับไตรมาสถัดไป

ในไทยที่ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักมานาน ทางการปรับลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติประจำปี 2026 ลงจาก 36 ล้านคนมาอยู่ที่ 30-34 ล้านคน เนื่องจากสงครามอิหร่านดันราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น

โรเบิร์ต แดน โรเซส นักเศรษฐศาสตร์จากกลุ่มบริษัทเอสเอ็มของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า แม้ “กำลังซื้อจะลดลง แต่ส่วนที่น่ายินดีคือ การส่งเงินกลับประเทศยังคงทรงตัว และรายได้โดยรวมไม่ได้ลดลงอย่างมาก”

เขาเชื่อว่า เป็นเพราะความไม่แน่นอนมากกว่าที่ส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน

“เมื่อความเชื่อมั่นดีขึ้นและราคาน้ำมันทรงตัว การใช้จ่ายที่เคยชะลอตัวไปบ้างจะกลับมาอย่างรวดเร็ว” โรเซสกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...