'ดร.การดี' แนะรื้องบดิจิทัลปี 70 ชูยุทธศาสตร์ AI ลดซ้ำซ้อน หยุดไทยตกขบวน
ดร. การดี เลี่ยวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรกรับหลักการ วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยระบุว่า งบประมาณด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีในครั้งนี้คือ "งบไร้อนาคต" เนื่องจากมีการจัดสรรที่กระจาย ซ้ำซ้อน ไร้ทิศทาง และมีการใช้คำว่า AI มา "ติดป้ายปลอม" เพื่อขออนุมัติงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยตกขบวนโลกอย่างแท้จริง
ชี้งบ DE สัดส่วนน้อย ซ้ำซ้อนทั้งระบบคลาวด์
ดร.การดี กล่าวว่า งบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ปี 2570 อยู่ที่ 13,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 30% แต่เมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งประเทศคิดเป็นเพียง 0.36% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยหากรัฐบาลต้องการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและยุค AI
นอกจากนี้ยังพบความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะโครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) หรือระบบคลาวด์ภาครัฐ ที่ได้รับงบประมาณปีนี้เกือบ 5,000 ล้านบาท ทำให้ยอดลงทุนสะสมสูงกว่า 8,000 ล้านบาท
แต่ในเวลาเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยังคงตั้งงบประมาณเช่าระบบคลาวด์ของตนเองอีก 55 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1,530 ล้านบาท
จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีพิมพ์เขียวหรือ Roadmap ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างไร และเหตุใดจึงยังปล่อยให้เกิดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในลักษณะดังกล่าว
ตั้งข้อสังเกตงบ AI ไม่สะท้อนการลงทุนที่แท้จริง
อีกประเด็นสำคัญคือ งบประมาณที่ระบุคำว่า "AI" หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" ซึ่งมีมูลค่ารวม 2,583 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 91 หน่วยงาน โดยกว่า 90% ระบุเป็นงบลงทุน
อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบรายละเอียดของโครงการกลับพบว่า หลายรายการเป็นงบก่อสร้างห้องเรียน จัดซื้อครุภัณฑ์ หรือก่อสร้างอาคาร ซึ่งไม่ได้เป็นการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI โดยตรง
ดร.การดี เห็นว่า การนำคำว่า AI ไปใช้ประกอบชื่อโครงการจำนวนมาก อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับศักยภาพด้าน AI ของประเทศ และไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงเทคโนโลยีหรือการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศอย่างแท้จริง
แนะรัฐกำหนดยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ
ดร.การดี เปรียบเทียบการดำเนินงานของไทยกับสิงคโปร์ ซึ่งมีการแต่งตั้งผู้บริหารด้านยุทธศาสตร์ดิจิทัลในระดับกระทรวง และมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศอย่างชัดเจน
ขณะที่ประเทศไทย ยังไม่เห็นยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติที่ชัดเจน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI การยกระดับทักษะแรงงาน ตลอดจนกฎเกณฑ์ด้าน AI Governance ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า บทบาทของหน่วยงานด้านดิจิทัลในปัจจุบันยังให้ความสำคัญกับการจัดซื้อจัดจ้างมากกว่าการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เตือนเร่งวางรากฐาน AI ก่อนไทยเสียโอกาส
ดร.การดี กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยไม่ควรซ้ำรอยบทเรียนจากยุคอีคอมเมิร์ซ ซึ่งไทยไม่สามารถปรับกติกาและสร้างแพลตฟอร์มของตนเองได้ทัน จนผู้ประกอบการ SME จำนวนมากได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติ
จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งวางกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ AI ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้มีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และมุ่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้โอกาสจากเทคโนโลยี AI เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และไม่ตกขบวนการแข่งขันของโลกในอนาคต