โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ภัทรพงศ์” สั่ง “กพท.” ถกทุกฝ่าย ผุดมาตรการเพิ่ม คุมเข้ม “ลูกเรือ” รับหิ้วของ

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิถุนายน 2569 เวลา 22.16 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ภัทรพงศ์” สั่ง กพท. ถกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผุดมาตรการเพิ่มเติม คุมเข้ม “ลูกเรือ” รับหิ้วของ ยกระดับแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพิ่มประสานงานด้านการข่าว ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ให้ติดตามกรณีลูกเรือสายการบินของไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังตรวจพบสารเสพติดซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระที่นำเข้าประเทศ พร้อมขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

พร้อมทั้งได้ให้ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ กพท. ขอให้เชิญสายการบิน, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., หน่วยงานด้านศุลกากร และหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด มาประชุมหารือ เพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม รวมทั้งการเข้มงวดกับลูกเรือในการรับฝาก หรือรับหิ้วสิ่งของ การยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มการประสานงานด้านการข่าว เพื่อให้สามารถตรวจจับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องดำเนินการควบคู่กับการรักษามาตรฐานการให้บริการผู้โดยสารไม่ให้ได้รับผลกระทบเกินความจำเป็น

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ลูกเรือรายดังกล่าวเดินทางปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินจากประเทศไทยไปยังนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ปลายทางเรียกตรวจ และพบว่ามีการนำถุงผ้าจำนวนหนึ่งจากประเทศไทยเข้าไป โดยภายในซุกซ่อนสารเสพติดไว้ ปัจจุบันลูกเรือถูกควบคุมตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลออสเตรเลีย

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ลูกเรือทุกคนต้องผ่านการตรวจค้นเช่นเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป แม้ว่าที่สนามบินของไทยจะมีช่องทางพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกเรือผ่านขั้นตอนตรวจค้นได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังคงต้องผ่านการตรวจทั้งตัวบุคคล และสัมภาระตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้การตรวจค้นของสนามบินมุ่งเน้นการค้นหาวัตถุอันตราย อาวุธ หรือวัตถุระเบิดที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยานเป็นหลัก โดยเจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมและใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐาน ซึ่ง กพท. จะเข้าตรวจประเมินระบบเป็นระยะ

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด สัตว์ พืช หรือสิ่งของต้องห้ามอื่น ๆ สนามบินจะประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศุลกากร และหน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติด เพื่อสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร และร่วมตรวจสอบเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่พบสิ่งต้องสงสัย โดยที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง แม้อาจไม่ได้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากนัก

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า กรณีนี้ลูกเรือได้ผ่านการตรวจตามขั้นตอนของสนามบินต้นทางแล้ว แต่เนื่องจากการตรวจด้านความปลอดภัยส่วนใหญ่จะเน้นค้นหาวัตถุอันตรายต่อการบิน ประกอบกับการซุกซ่อนสารเสพติดเป็นไปอย่างแนบเนียน จึงอาจหลุดรอดจากการตรวจได้ ขณะที่เมื่อเดินทางถึงปลายทาง เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียมีการตรวจค้นเพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าสารเสพติดและของผิดกฎหมายโดยตรง จึงสามารถตรวจพบได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...