โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บีโอไอไฟเขียวลงทุน 9 โครงการ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งทีมกลั่นกรอง Data Center

Businesstoday

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.37 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Businesstoday

บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล รวมถึงพลังงานหมุนเวียน พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ Data Center เพื่อบริหารจัดการด้านพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ต่อประเทศอย่างรอบด้าน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท

โครงการที่ได้รับอนุมัติครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง Data Hosting และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีคุณค่า และเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมสำคัญ

โครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติ ได้แก่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ลงทุนผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ NESCAFÉ มูลค่า 22,935 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับความต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุมัติ 2 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 14,326 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการขนส่งทางอากาศ โดยการเช่าเครื่องบินโดยสารจำนวน 8 ลำ รองรับเส้นทางการบินระหว่างประเทศ

บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection Inc. จากญี่ปุ่น ลงทุนกิจการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล หรือ Data Hosting มูลค่า 7,831 ล้านบาท โดยจะติดตั้ง GPU Server สมรรถนะสูงในศูนย์ข้อมูลที่จังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพฯ เพื่อรองรับบริการด้าน AI และธุรกิจดิจิทัล

ด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มีบริษัท ดูซาน อิเลคโทร-แมททีเรียลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ Doosan Corp. จากเกาหลีใต้ ลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate หรือ CCL ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิต PCB มูลค่า 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ

บริษัท ไต้หวัน ยูเนี่ยน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จากไต้หวัน ลงทุนผลิต Prepreg และ CCL สำหรับใช้ใน AI Server และ Data Center มูลค่า 6,300 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี

บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตผ้าใยแก้วรายใหญ่จากไต้หวัน ลงทุนผลิต Glass Fiber Fabric ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับ CCL เพื่อนำไปผลิต PCB ต่อไป มูลค่า 3,310 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

ขณะที่บริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด ได้รับอนุมัติโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมจำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวม 5,618 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี

นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบให้ปรับปรุงองค์ประกอบและขยายอำนาจหน้าที่ของ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” เป็น “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center”

คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยมีบีโอไอและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการ Data Center ก่อนผู้ลงทุนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน

การพิจารณาจะครอบคลุมหลายมิติ ทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อให้การลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน ซึ่งได้กำหนดกรอบการดำเนินงานเร่งด่วน 7 ด้าน ได้แก่ การกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด การส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA การจัดทำหลักเกณฑ์วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า การศึกษารูปแบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงแก่ Data Center รายใหญ่ การเร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า และการจัดทำ Power & Water Map เพื่อกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม

นายนฤตม์กล่าวว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะดิจิทัล AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมีความต้องการใช้พลังงานและน้ำในระดับสูง

ภาครัฐจึงจำเป็นต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...