ชง "สภาพัฒน์" เคาะตั้ง "บอร์ดเขตเศรษฐกิจใหม่แม่สอด" ดัน 10 บิ๊กโปรเจ็กต์ทางคู่-มอเตอร์เวย์
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ในการขออนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่แม่สอด จังหวัดตาก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรรมภายใน 3 เดือน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ดีตามขั้นตอนหากเลขา สศช.พิจารณาเห็นชอบแล้วจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่แม่สอด โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 โดยคณะกรรมการต้องประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นพื้นที่จากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างแท้จริง
เร่งอัดงบ 150 ล้าน บูมแม่สอด
ทั้งนี้อาคารสำนักงานเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จะใช้อาคารที่มีอยู่แล้วเป็นที่ทำการ โดยอนุมัติงบประมาณสนับสนุนระยะแรก จำนวน 150 ล้านบาท และจัดทำแผนแม่บทร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งคณะกรรมการฯ จะ รายงานผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีทุก 1 เดือน เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าอย่างชัดเจน
ด้านระยะที่ 2 จะดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชบัญญัติเพื่อรองรับการทำงานในระดับชาติให้เกิดความคล่องตัวและยั่งยืน
ส่วนสาเหตุที่มีการจัดตั้งขนาดกรรมการชุดดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลหลายสมัยได้กำหนดยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก โดยลงทุนด้านโครงสร้างและสาธารณูปโภคไปแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท แต่ผลตอบแทนยังไม่เป็นรูปธรรม ด่านชายแดนต่างๆ ที่มีศักยภาพและเคยเป็นมติครม. หลายสมัยให้สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งนี้กลับพบว่ามีแต่อาคารสำนักงานและโครงสร้างพื้นฐาน แต่ขาดผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะที่ทำงานเต็มเวลาและมีอำนาจเต็ม เนื่องจากขาดกฎหมายเฉพาะที่ช่วย ผลักดันยุทธศาสตร์แห่งชาตินี้ไม่สามารถดำเนินการได้
ดังนั้นการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่แม่สอดจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของพื้นที่ให้ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งจะสร้างผลงานให้รัฐบาลตามกลยุทธ์ NEO Quick Win สร้างความคุ้มค่าทางจีดีพี สร้างการจ้างงาน และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นต้นแบบให้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่อีก 10 แห่ง ให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
คาดดึงดูดการลงทุนพุ่ง 3 แสนล้าน
นอกจากนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่แม่สอดเป็น ประตูเชื่อมต่อการค้าที่สำคัญของไทยสู่เมียนมา บังกลาเทศ จีน ปากีสถาน เนปาล และอินเดีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอาเซียนและเอเชียใต้ ที่สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภคได้มากกว่า 3,000 ล้านคน
ขณะเดียวกันด่านแม่สอดมีศักยภาพสูงมาก ปัจจุบันมีมูลค่าการค้าผ่านแดนมากว่าแสนล้านบาทต่อปี ทั้งที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ แต่หากได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง คาดว่ามูลค่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท จึงเห็นได้ว่าพื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญและควรได้รับการพัฒนาเป็นอันดับต้นๆ
ปลุก GDP โต 5%
รายงานข่าวจากทำเนียบฯ ระบุอีกว่า สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่แม่สอด ได้ตั้งเป้าหมายใน 5 ปี โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศโดยรวมกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี และเกิดการจ้างานในพื้นพื้นที่และกลุ่มอุตสาหกรรมเชื่อมโยงทั่วประเทศ200,000 ตำแหน่ง
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 20-25% และเกิดธุรกิจใหม่ทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่จำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 10 ปี
ดัน 10 บิ๊กโปรเจ็กต์
สำหรับแนวทางการดำเนินงานและโครงการ NEO Quick Winเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คณะกรรมการบริหารฯ จะขับเคลื่อนโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที 10 โครงการสำคัญ ควบคู่ไปกับการวางรากฐานในระยะยาว
ทั้งนี้ในระยะเร่งด่วน (Quick Win) ได้เร่งรัดโครงการ จัดทำผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจดาก ให้เข้าสู่ขั้นตอบ สุดท้าย และขับเคลื่อนโครงการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมแม่สอด พื้นที่ 671 ไร่ รวมถึงดำเนินการจัดตั้ง สถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal)
นอกจากนี้ยังผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ (แม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และโครงการก่อสร้าง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายตาก- แม่สอด รวมถึงโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
อย่างไรก็ดียังมีอีก 3 โครงการ Quick Win สามารถเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม เช่น โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด, โครงการจัดตั้งศูนย์บริการพางการแการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, โครงการพัฒนาแรงงานฝีมือ เป็นต้น