โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟื้นตัวในรอบ 4 เดือน! "ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม" มิ.ย. 69 ไทยช่วยไทยพลัสหนุน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ส.อ.ท. เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มเป็น 88.2 สูงสุดในรอบ 4 เดือน รับแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัส ราคาพลังงานลด และการลงทุนฟื้น แต่ยังห่วงมาตรการการค้าสหรัฐฯ และกำลังซื้ออ่อนแอ

"ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม" เดือนมิถุนายน 2569 ฟื้นตัวในรอบ 4 เดือน แตะ 88.2 รับอานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส-พลังงานถูกลง

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 88.2 เพิ่มขึ้นจาก 84.7 ในเดือนพฤษภาคม ถือเป็นการฟื้นตัวในรอบ 4 เดือน จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ การบริโภคในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว และต้นทุนพลังงานที่ปรับลดลง แม้ผู้ประกอบการยังคงกังวลมาตรการกีดกันทางการค้าและภาคการผลิตบางอุตสาหกรรมที่ยังชะลอตัว

ส.อ.ท. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นในเดือนมิถุนายน มาจากมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยคาดว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 43,200 ล้านบาท ส่งผลดีต่อยอดจำหน่ายสินค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การจัดโปรโมชั่นกลางปีของภาคเอกชน รวมถึงโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ยังช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ รวมทั้งส่งเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

อีกปัจจัยบวกสำคัญ คือ การผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกและราคาดีเซลในประเทศปรับตัวลดลง ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งของผู้ประกอบการ รวมถึงลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและปุ๋ย

ขณะเดียวกัน โครงการ Thailand FastPass ที่เร่งอนุมัติการลงทุน 25 โครงการ มูลค่ารวม 223,000 ล้านบาท และคาดว่าจะต่อยอดสู่การลงทุนรวมกว่า 700,000 ล้านบาท ช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและกระตุ้นอุปสงค์ในห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม

ด้านการส่งออก สินค้ากลุ่มเทคโนโลยียังคงขยายตัวแข็งแกร่ง โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 37.6% ตามความต้องการของตลาดโลก ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ

จับตาหลายปัจจัยท้าทายครึ่งปีหลัง กำลังซื้ออ่อนแอ เข้มงวดสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อหลายปัจจัย ทั้งการขยายรายการสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการ ซึ่งอาจทำให้ผู้ผลิตส่งผ่านต้นทุนได้ยากขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้าของหลายประเทศ รวมถึงภาคการผลิตบางอุตสาหกรรมที่ยังอ่อนแอ สะท้อนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มเหล็ก สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม

ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ยอดขายรถกระบะในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ลดลง 5.13% จากปีก่อน ขณะที่ความต้องการจากต่างประเทศลดลง 12.31% กระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 94.5 เพิ่มขึ้นจาก 91.8 ในเดือนก่อน โดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากมาตรการโซลาร์ภาคประชาชนและแผนลงทุนโครงสร้างพลังงานวงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังต้องติดตามความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา Section 301 ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่อยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจหลัก ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเร่งวางแผนโครงสร้างราคาพลังงานที่เหมาะสม พัฒนาระบบเฝ้าระวังสินค้านำเข้าที่อาจเข้าข่ายการทุ่มตลาด และออกมาตรการส่งเสริมการใช้สินค้าMade in Thailand (MiT) ควบคู่กับการยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหกรรม ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...