โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทภ.2 โชว์ภาพ-หลักฐาน บึ้มชายแดน ยันไทยไม่ใช้กำลัง

INN News

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ทภ.2 โชว์ภาพ-หลักฐานเหตุบึ้มชายแดน ยืนยันไทยไม่ใช้กำลัง ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร ตั้งข้อสังเกตอาจเป็นกับระเบิดในพื้นที่กัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำเอกสารข่าว "ชี้แจงกรณีเหตุระเบิดบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา"ตามที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงข่าวต่อสาธารณะ เรื่องเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย จนส่งผลให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 4 นาย เมื่อ 5 ก.ค.69 โดยพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของการระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าเกิดการระเบิดจากกับระเบิดของทหารกับพูชาในพื้นที่ตนเอง และพยายามโยงว่ามีทหารไทยปฏิบัติการอยู่อีกฝั่งรั้วลวดหนามในฝั่งไทยนั้น

กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างรอบด้าน โดยจากการตรวจสอบของหน่วยทหารในพื้นที่และการรวบรวม
ข้อมูลจากพยานบุคคลในที่เกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับชุดสร้างเส้นทาง ได้เข้าไปประสานและแจ้งกำลังฝ่ายกัมพูชาที่อยู่บริเวณแนวรั้วลวดหนามว่า
จะมีการปฏิบัติงานในการทำเส้นทาง ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติภายในพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ได้เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด

การพูดคุยระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีลักษณะของการโต้เถียง การคุกคาม หรือการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่การใช้กำลังแต่อย่างใด หลังการพูดคุยต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปยังพื้นที่ของตน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารของไทยเดินกลับมาบริเวณจุดทำเส้นทางได้ไม่นานได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอยู่นอกแนวรั้วลวดหนามของฝ่ายไทย โดยฝ่ายไทยไม่ได้มีการใช้กำลังหรือดำเนินการทางทหารใดๆในบริเวณที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ถ้อยคำของพยานบุคคล ได้แก่ หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยมีความสอดคล้องกันในลำดับเหตุการณ์ว่า หลังการพูดคุยและแยกย้ายกันแล้ว ระหว่างที่หัวหน้าชุดฯกำลังเดินกลับเข้ามาในพื้นที่วางกำลังของฝ่ายเราซึ่งห่างแนวลวดหนามได้ประมาณ 50 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเสียงร้องขอความช่วยเหลือของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา โดยไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุของการระเบิดในขณะนั้น

กองทัพภาคที่ 2 ได้พิจารณาข้อมูลประกอบจากหลักฐานเบื้องต้นที่ปรากฏต่อสาธารณะ พบว่า ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บของฝ่ายกัมพูชาจำนวน 3 นาย แสดงลักษณะการบาดเจ็บที่กระจุกตัวบริเวณฝ่าเท้า หน้าแข้ง และช่วงขาเป็นหลัก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บที่มีอาการหนักมีบาดแผลบริเวณฝ่าเท้าซ้ายและหน้าแข้ง ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นายมีบาดแผลบริเวณหน้าแข้งใต้หัวเข่าในลักษณะไม่รุนแรง เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะการบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดแต่ละประเภทแล้ว บาดแผลดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการได้รับแรงระเบิดจากบริเวณพื้นดินมากกว่าลักษณะการได้รับผลกระทบจากระเบิดขว้าง

ซึ่งโดยทั่วไปจะทำให้สะเก็ดระเบิดกระจายเข้าสู่หลายส่วนของร่างกาย ทั้งบริเวณลำตัว แขน และใบหน้า และมักก่อให้เกิดการบาดเจ็บในวงกว้างกว่าที่ปรากฏในภาพข่าว อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวเป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อมูลเบื้องต้นและไม่อาจใช้เป็นข้อยุติทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ จึงยังจำเป็นต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้จากการรวบรวมข้อมูลของหน่วยในพื้นที่ ยังพบข้อสังเกตว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชา จึงยังมีข้อสงสัยหลายประการที่ต้องได้รับการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของวัตถุระเบิดที่มีอยู่ในพื้นที่ หรืออุบัติเหตุจากการจัดการวัตถุระเบิดของฝ่ายกัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 จึงขอยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงและกลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกทวิภาคี โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นกลาง และพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการคาดการณ์หรือกล่าวหาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก่อนที่ผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณชนตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความสัมพันธ์อันดี ความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...