‘ปชป.’ทวงคืนแฟนคลับ เจนY-Zเทใจให้‘ชัชชาติ’
"ชัชชาติ" เดินเครื่องหาเสียงนำวิ่ง 9 กม. ประกาศพร้อมสานต่อพัฒนา กทม. ขณะที่ "มาร์ค" ควง “อนุชา” ลงพื้นที่โหมแก้ปัญหาขยะทั้งระบบ ลั่นทวงคืนคนรัก ปชป.กลับมา "มัลลิกา" พร้อมฟื้นคืนชีพ สข.ปากเสียงให้ ปชช. ลุยสตรีทฟู้ดพาราไดซ์ 24 ชม. ด้าน "เท้ง" บุกสายไหมบอกคนกรุงยี้ระบอบสีน้ำเงิน มั่นใจหากเลือก "ผู้ว่าฯ-สก." ครบทีมเปลี่ยนแปลง กทม.ได้แน่ "รอง ผอ.สถาบันพระปกเกล้า" ฟันเปรี้ยงส้มรากเลือด เจน Y เจน Z เทใจให้อดีตผู้ว่าฯ
เมื่อวันจันทร์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ในนามอิสระ ร่วมกับเพื่อนนักวิ่งออกวิ่งระยะทาง 9 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ พร้อมสร้างกิมมิกด้วยการวิ่งตามเส้นทางเป็นรูปเลขเก้าไทย “๙” และเลขอารบิก “9”
โดยกิจกรรม “วิ่งกับชัชชาติ” นี้เริ่มขึ้นในเวลา 05.30 น. ที่จุดนัดพบบริเวณโค้งตาหวาน สวนลุมพินี จากนั้นเริ่มวิ่งรอบสวนลุมพินีให้เป็นรูปเลข ๙ มุ่งหน้าขึ้นสะพานเขียวเพื่อเชื่อมต่อไปยังสวนเบญจกิติ และวิ่งรอบสวนให้เป็นรูปเลข 9 (อารบิก) รวมระยะทางทั้งสิ้น 9 กิโลเมตร ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร เมื่อสิ้นสุดเส้นทางแรกที่สวนลุมพินีด้วยระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร สถิติเส้นทางวิ่งขึ้นเป็นรูปเลข ๙ นายชัชชาติ ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ได้ก้าวแรกแล้ว”
ทั้งนี้ นโยบายของนายชัชชาติและทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบาย “สวน 15 นาที” ที่มุ่งกระจายพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กเข้าไปในระดับชุมชน เพื่อให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกาย
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ตลาดเอี่ยมสมบัติ เขตสวนหลวง นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน
จากนั้นนายอนุชาให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญด้วย คือเรื่องของความสะอาด เพราะเมื่อมาหาเสียงที่ตลาด ผู้ค้าและผู้ขายให้ความสำคัญเรื่องของสุขลักษณะ เพราะว่าการบริหารจัดการตลาด คืออยากให้ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยด้วยความสบาย โดยพื้นไม่ควรมีน้ำขัง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี เรื่องการบริหารจัดการเรื่องห้องน้ำให้ผู้คนอยากมาใช้ เพื่อความสะดวกความปลอดภัยสำหรับผู้ค้าผู้ขาย ผู้จับจ่ายใช้สอยเป็นหลัก ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนกลับมา
เมื่อถามว่า ปัญหาขยะ กทม.จะมีการจัดการอย่างไร นายอนุชากล่าวว่า ต้องหาพื้นที่ในการกำจัด แต่เราไม่อยากไปสร้างปัญหาให้ประชาชนในต่างจังหวัด เราต้องพยายามพูดคุยกับรัฐบาลว่าจะหาวิธีอย่างไร ขณะนี้โรงเก็บขยะที่มีอยู่ทั้งอ่อนนุชและหนองแขม ต้องทำให้เป็นระบบปิด 100% ไม่ให้มีกลิ่นและน้ำเสียปฏิกูลรั่วไหลเล็ดรอดออกมา รวมถึงการขนส่งบางครั้งมีน้ำหยดริมถนน เราต้องบริหารจัดการให้เป็นระบบปิด ไม่ว่าสถานที่หรือรถขยะไม่ให้มีการรั่วไหล และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ทั้งเอาขยะมูลฝอยไปผลิตไฟฟ้า
นายอนุชากล่าวอีกว่า ดังนั้นเราต้องช่วยแก้ปัญหาต้นทาง ในเรื่องของการรณรงค์การแยกขยะ เรื่องของพลาสติกและรีไซเคิลและการจัดเก็บ ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าเป็นขยะอะไรแล้วเก็บวันไหน และต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจให้เห็นภาพกันอย่างชัดเจน เราบริหารจัดการเองไม่ได้ทั้งหมด แต่แนวนโยบายต้องมาจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐ แต่สุดท้ายแล้วขยะมูลฝอยมันต้องถูกกำจัด ซึ่งปัญหาเรื่องนี้จะไม่ให้เกิดเป็นไปไม่ได้ เราต้องอยู่กับความเป็นจริงว่า จะรณรงค์อย่างไรเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการแยกขยะ
เมื่อถามว่า ผลโพลล่าสุดคน กทม.ชอบผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรค นายอนุชากล่าวว่า ผลโพลใน กทม.ก็เปลี่ยนไปได้ทุกสัปดาห์ แต่คนของพรรคประชาธิปัตย์ยังมีการลงพื้นที่ต่อเนื่องโดยไม่ได้หายไปไหน สิ่งต่างๆ เหล่านี้เหลืออีก 20 กว่าวัน เราจะทำให้คนที่เคยรักประชาธิปัตย์ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ ได้กลับมาคราวนี้พร้อมเป็นตัวแทนของท่านทำหน้าที่สุดความสามารถ
'ส้ม'ปลุกสู้ 'ระบอบสีน้ำเงิน'
เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ตลาดวงศกร เขตสายไหม กรุงเทพฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. เขตสายไหม พรรค ปชน. ลงพื้นที่ตลาดวงศกรเพื่อช่วยนายภมร พลจันทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสายไหมหาเสียง
ด้านนายภมรกล่าวว่า ในเขตสายไหมอยากจะขับเคลื่อนเรื่องปัญหาขยะ ปัญหาที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็น 2 ประเด็นหลักที่เราอยากผลักดัน
เมื่อถามว่า การหาเสียงผ่านมาสักพักแล้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคประเมินไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือคนกรุงเทพฯ ต้องการ กทม.ที่มีความโปร่งใส คำว่าอิสระคือไม่ได้ถูกครอบงำโดยระบอบใดระบอบหนึ่ง คนกรุงเทพฯ เบื่อกับระบบการเมืองสีน้ำเงิน ระบอบการเมืองสีน้ำเงิน มีพรรคการเมืองมาครอบงำ การถ่วงดุลตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้ สิ่งที่ชาว กทม.ต้องการตอนนี้คือ สก.ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในการพิจารณางบประมาณปีละแสนล้าน
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ฉะนั้นจึงเห็นว่าการเปิดตัวนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ที่มาพร้อมทีมบริหาร มีทีมที่ปรึกษาครบชุด รวมถึงมีทีม สก.ทั้ง 50 เขตที่มีวาระเขตของตนเอง ซึ่งตนมองว่าปัญหากรุงเทพฯ ในปัจจุบันนี้ยังมีหลายอย่างที่เป็นเรื่องยากอยู่ เนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง หากเลือกพรรคประชาชนเข้าไปครบทีม มั่นใจว่าเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน
ด้านนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 14 เริ่มต้นการลงพื้นที่ด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง โดยให้สัมภาษณ์ว่าจะนำความรู้และประสบการณ์ทางด้านการเมืองมาบริหารอย่างมีธรรมาภิบาล และแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งผลักดันนโยบายความมั่นคงและคงอัตลักษณ์ของความเป็นไทยไว้
“อย่างได้ไปร่วมงานไพรด์ ก็ได้รับเสียงสะท้อนเรื่องที่ตัวเองตั้งใจอยากจะผลักดัน คือเรื่องความเท่าเทียม และผนวกเข้ากับความทันสมัยเข้ากับทุกเพศทุกวัย พร้อมถึงจะได้มีการผลักดันในเรื่องของการตั้งกระบอกเสียงของประชาชนที่ถูกยุบไปเมื่อ 13 ปีที่แล้วอย่าง สข. และปรับแก้กฎระเบียบที่ล้าสมัยเพื่อให้มาทำหน้าที่เป็นเสียงที่มาพูดแทนประชาชน” นางมัลลิกากล่าว
เจน X-Yเทใจให้อดีตผู้ว่าฯ
นางมัลลิการะบุว่า ได้พูดคุยกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอยากจะขอเปิดขายของวันจันทร์ และนโยบายค้าขาย 24 ชม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย 14 ด้านของตัวเองอยู่แล้ว รวมถึงจะผลักดันให้สามารถขายของได้ครบทั้ง 7 วัน เป็นเรื่องของการผลักดันสตรีทฟู้ดไปในตัวด้วย ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นสตรีทฟู้ดพาราไดซ์ เป็นสวรรค์การกิน 24 ชม.
ด้าน ร.อ. ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า กล่าววิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า คนที่จะเข้าไปเป็นผู้ว่าฯ กทม. ประชาชนต้องการคนที่เข้าไปทำงานแล้วแก้ปัญหาได้ ต้องมีบุคลิกแบบ down to earth พอสมควร เพราะเชื่อว่าคนยังโหยหาคนที่ใกล้ชิดประชาชน ลงมาลุยในเรื่องต่างๆ น้ำท่วมก็ลงมาลุย เป็นคนที่ประชาชนสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของผู้ว่าฯ กทม. ที่แตกต่างจากการเลือกนายกฯ
อย่าลืมว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เลือกตั้งซึ่งมีความสวิงสูงมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยฐานเสียงของพรรคปชน.เองก็ยังแข็งแรง แต่พรรค ปชน.เองก็เหนื่อยหากพูดกันตรงๆ
ร.อ. ดร.จารุพลกล่าวว่า เพราะหากวิเคราะห์ฐานเสียงของพรรค ปชน. กลุ่มที่เป็นส้มสุดทางเลย เขาก็คงเลือกอยู่แล้วไม่ว่าพรรคจะส่งใครมาลงเลือกตั้ง แต่จะมีกลุ่มเจน Y เจน Z ที่สนับสนุนพรรค ปชน.ในการเลือกตั้งใหญ่ แต่สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กลุ่มนี้อาจมองที่นายชัชชาติเช่นกัน เพราะนายชัชชาติก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มเจน Z ที่กลุ่มนี้ก็ชื่นชมชื่นชอบนายชัชชาติไม่น้อยเช่นกัน
“ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของ ดร.ชัชชาติก็คือ ในกลุ่มของคนรุ่นใหม่ ทั้งเจน Y เจน Z ก็ยังรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เขาเข้าใจได้ เขาแฮปปี้กับวิธีการทำงานของคุณชัชชาติ แม้คนกลุ่มนี้จะเป็นแฟนคลับพรรคประชาชนในการเลือกตั้งใหญ่ แต่ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผมก็เชื่อว่ายังมีคนจำนวนมากที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ชื่นชมชื่นชอบ ดร.ชัชชาติ อันนี้เป็นข้อได้เปรียบของ ดร.ชัชชาติ คือเก็บได้ทุกเจเนอเรชัน” ร.อ. ดร.จารุพลระบุ
ร.อ. ดร.จารุพลกล่าวด้วยว่า เห็นการทำงานของนายชัชชาติในช่วงที่ผ่านมาแล้วมีความรู้สึกว่า การที่คนทำงานหรือตัวนักการเมืองไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง อาจจะมีประโยชน์หรือดีกว่าการสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเบื่อการเมืองในรูปแบบพรรคการเมือง แล้วก็มีปัญหากันระหว่างพรรคการเมือง คนไทยก็คงเบื่อ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ.