โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"นายเดช" เสียงสั่น ไหว้ท่วมหัว เปิดใจปมหวย 6 ล้าน ทำไปเพราะความโลภ

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“นายเดช” เสียงสั่น-ไหว้ท่วมหัว เปิดใจนาทีเผาหวย 6 ล้าน สารภาพสิ้นไส้ทำเพราะความโลภ วอนกองสลากฯ เมตตาจ่ายเงินให้ “ป้าสายัณห์” เจ้าของตัวจริง

"นายเดช" เสียงสั่น-ไหว้ท่วมหัว เปิดใจนาทีเผาหวย 6 ล้าน สารภาพสิ้นไส้ทำเพราะความโลภ วอนกองสลากฯ เมตตาจ่ายเงินให้ "ป้าสายัณห์" เจ้าของตัวจริง

วันที่ 11 มิ.ย. 69 จากกรณี คดีหวยอลเวง 6 ล้านบาท ที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่นาง สายัณห์ ดอกไม้ หรือ ป้าสายัณห์ หรือ ป้าขยัน อายุ 54 ปี นำลอตเตอรี่ไปให้เพื่อนบ้านตรวจรางวัล ถูกรางวัลที่1 ประจำงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ลอตเตอรี่จะสูญหายปริศนานั้น

ล่าสุดนายเดช เพื่อนบ้านที่ช่วยตรวจลอตเตอรี่ รับสารภาพแล้วเอารางวัลที่ 1 ป้าสายัณห์ไป เผาทิ้งหนีความผิดที่กลางทุ่งนา ป้าแหววช็อกเพิ่งรู้เหมือนกันผัวทำแบบนี้ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายเดช มาชี้จุดตรงบริเวณทุ่งนา ห่างจากบ้านประมาณ 3 กม. ซึ่งเป็นนาของญาติ และเจ้าตัวก็ได้เข้ามาทำนาอยู่ที่บริเวณนี้ประจำ จึงคุ้นชินสถานที่

จุดแรกเป็นกระท่อมกลางทุ่งนา “นายเดช” บอกว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 5-6 โมงเย็น ตนเองได้นำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ของป้าสายัณห์มาที่นี่เพียงลำพัง แล้วทำการม้วนลอตเตอรี่ให้มีขนาดเล็กกลมยาว ก่อนจะเอาไปยัดซ่อนไว้ในซอกเสาของกระท่อม แล้วก็ขี่รถมอเตอร์ไซต์กลับบ้านไป

จากนั้นในวันที่ 6 มิ.ย. 69 เวลาช่วงเย็นเช่นเดียวกัน หลังจากทราบว่าเริ่มเป็นข่าวใหญ่โต จึงรู้สึกกลัวความผิด ก็เลยรถมอเตอร์ไซต์มาเพียงลำพัง แล้วใช้ไม้ขนาดเล็กแหย่ซอกไม้ เพื่อเขี่ยลอตเตอรี่ที่มีมีการม้วนแล้วยัดซ่อนไว้ออกมา แล้วก็นำไปยังบริเวณคันนาที่อยู่ห่างจากกระท่อมประมาณ 50 เมตร แล้วใช้ไฟแช็กที่ปกติใช้สูบบุหรี่ เผาตรงนั้น

โดย นายเดช บอกว่า ตนอยู่รอจนเผาหมดแล้วได้ทำการหยิบหญ้าฟางมากลบทับ แล้วก็เดินทางกลับบ้านโดยปิดเรื่องนี้เงียบไว้คนเดียว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว “นายเดช” ไปชี้จุดเผาลอตเตอรี่กลางทุ่งนาในพื้นที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เจ้าตัวได้ยกมือไหว้สื่อมวลชนทันทีที่ลงจากรถ ก่อนเปิดใจยอมรับสารภาพเป็นครั้งแรกว่า เป็นผู้นำลอตเตอรี่รางวัลที่1 ไปเผาทำลายจริง โดยกล่าวขอโทษ นาง สายัณห์ และสังคมจากใจ พร้อมยอมรับว่าสาเหตุที่ลงมือทำเกิดจากความโลภ และอยากได้เงิน

นายเดช ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจจากอารมณ์ชั่ววูบ และยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการนัดแนะ หรือเตี๊ยมคำให้การกับพยานคนใด รวมถึงภรรยาของตน ทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับวันเกิดเหตุ นายเดช ยอมรับว่าได้นำลอตเตอรี่มาเผาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเลือกพื้นที่กลางทุ่งนาแห่งนี้ เพราะเป็นสถานที่ที่ตนเดินทางมาเป็นประจำ ซึ่งก่อนนำลอตเตอรี่มาเผาได้เดินทางไปไหว้หลวงพ่อสี่พี่น้อง ที่วัดปากน้ำ เพื่อขอให้พ้นจากเรื่องราวทั้งหมด และไม่อยากให้ความผิดทางคดีมาถึงตัว

เมื่อถูกถามว่าเหตุใดจึงไม่คืนลอตเตอรี่ให้กับ นาง สายัณห์ ตั้งแต่แรก นายเดช ยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นมีแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากกระแสสังคม และการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งลอตเตอรี่ยังถูกอายัดไว้แล้ว ทำให้ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินรางวัลได้ จึงตัดสินใจเผาทำลายหลักฐานเพื่อไม่ให้คดีสาวมาถึงตน พร้อมยอมรับว่าในตอนแรกเชื่อว่าตัวเองจะสามารถรอดพ้นจากคดีได้

หลังเสร็จสิ้นการชี้จุดเผาลอตเตอรี่ นายเดชยังได้ยกมือไหว้และกล่าวขอโทษ นาง สายัณห์อีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้เผาลอตเตอรี่ด้วยมือตัวเอง และอยากขอความเห็นใจจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้พิจารณามอบเงินรางวัลแก่ นาง สายัณห์ เพราะเป็นเจ้าของเงินตัวจริง

นายเดช กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจ นาง สายัณห์ เป็นอย่างมาก เพราะเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความผิดของตนเพียงคนเดียว พร้อมขอให้สังคมให้อภัย

“ขอโทษสังคมจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน เมียผมไม่รู้เรื่อง พยานคนอื่นไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมอยากขอโทษพยานทุกคน อยากขอโทษพ่อแม่ที่ทำให้เดือดร้อน ตอนที่ทำผิด ก็คิดถึงหน้าป้าสายัณห์ แต่สุดท้ายมันก็ทำลงไปแล้ว ขอให้อภัยผมด้วยเถอะครับ” นายเดช กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

นายเดช ยังเปิดเผยอีกว่า สาเหตุที่ตัดสินใจยอมรับสารภาพในวันนี้ เนื่องจากหลักฐานของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนจนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป อีกทั้งตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ตนมีความเครียดสะสมอย่างหนัก นอนไม่ค่อยหลับ กินข้าวได้น้อย และหลีกเลี่ยงการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดี เพราะไม่สามารถรับแรงกดดันที่เกิดขึ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...