บุกรวบ "พระจอม" บวช 11 วัน โพสต์โชว์ปืน "กระสุนในกระบอกคือคำตอบ" คากุฏิวัดดังตะกั่วป่า ฉี่ม่วง-ค้นบ้านเจอปืน 2 กระบอก
(28 พ.ค. 69) ภายใต้การอำนวยการของ นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และนายดำรง ฉิมทับ นายอำเภตะกั่วป่า ได้สั่งการให้ นายอภิสิทธิ์ ทองแกมนาค ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองร้อย อส.ที่ 7 อ.ตะกั่วป่า สนธิกำลังร่วมกับกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เข้าตรวจสอบกุฏิวัดนิกรวราราม (วัดย่านยาว) ซึ่งเป็นวัดชื่อดังในอำเภตะกั่วป่า เพื่อเข้าควบคุมตัว พระเจษฎา หรือ “พระจอม” อายุ 21 ปี ซึ่งบวชมาได้เพียง 11 วัน
การเข้าจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านว่า พระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดจนสร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชน แถมล่าสุดยังย่ามใจ โพสต์ภาพตนเองกำลังยืนขัดอาวุธปืนลงในสตอรี่โซเชียลมีเดีย พร้อมระบุแคปชั่นสุดระทึกว่า “ธรรมไม่ใช่ทางออก กระสุนปืนในกระบอกคือคำตอบ” เจ้าหน้าที่จึงขออนุญาตเจ้าอาวาสเข้าตรวจค้นกุฏิและตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลปรากฏออกมาเป็นสีม่วง (ผลเป็นบวก)
จากนั้นเจ้าหน้าที่เด็ดหัวผ้าเหลืองนำตัวไปขยายผลตรวจค้นที่บ้านพัก เลขที่ 56/10 หมู่ 2 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบของกลางอาวุธปืนร้ายแรงจำนวน 2 รายการ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องสีดำแขวนไว้บริเวณราวตากผ้าภายในห้องนอน ประกอบด้วย อาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด , อาวุธปืนพกซ่อนยี่ห้อ Trailblazer Firearms LifeCard ขนาด .22 WMR จำนวน 1 กระบอก
จากการสอบถามอดีตพระเจษฎาถึงสาเหตุที่โพสต์ภาพปืนและข้อความข่มขู่ลงโซเชียล เจ้าตัวอ้อมแอ้มปฏิเสธโดยอ้างว่า ตนเองไม่ได้เป็นคนโพสต์ แต่เป็นฝีมือของ "น้อง ๆ ในสังกัด" เป็นคนนำไปลง เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวไปทำพิธีลาสิกขา (สึกจากความเป็นพระ) พร้อมแจ้งข้อหาหนัก "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย"
หลังจากควบคุมตัวอดีตพระจอม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทำการเค้นสอบขยายผลหาแหล่งที่มาของยาเสพติด จนสามารถนำกำลังเข้าจับกุมตัว นายอรรคเดช หรือ “เก่ง” อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้าเม็ดสีส้มประทับตรา WY จำนวน 12 เม็ด โดยซุกซ่อนอยู่ในถุงซิปล็อค 9 เม็ด และแอบซ่อนไว้ในเคสโทรศัพท์มือถืออีก 2 เม็ด รวมถึงอุปกรณ์การเสพอีกจำนวนหนึ่งภายในห้องครัว
เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลล้างบางเครือข่ายนี้ต่อไป