‘น้ำดื่ม’คลองแสนแสบ
“ขอให้ธนาธรหลุดคดี 112 วัคซีนพระราชทาน การพูดถึงวัคซีนดังกล่าว มิได้ดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด”
นี่..นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ลี้ภัยคดีอาญามาตรา 112 ได้โพสต์ “ขอ” เอาไว้ก่อนหน้าที่ศาลอาญาจะพิเคราะห์แล้วเห็นว่า..
“การกระทำของจำเลยเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิดว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้หรือไม่
พยานหลักฐานโจทก์จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน พิพากษายกฟ้อง”!
ซึ่งก็ส่งผลให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำเลย รอดคุกให้บรรดาสาวกส้มได้เฮลั่น ส่วนผมแม้จะไม่ได้มีความผูกพันใดๆ ก็ต้องขอแสดงความยินดี..
ไปพร้อมๆ กับขอ ไม่อยากให้คิด-มโนกันไปไกล อ๋อ..ที่พรรคส้มไม่ยอมลงชื่อฟ้อง “เขากระโดง” ร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มันเป็นพรรค์นี้เอง!
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น พรรคส้มก็คงจะไม่ไปยื่นเรื่องให้ศาลตั้งคณะไต่สวนอิสระ ป.ป.ช.จากกรณี “ยกคำร้อง” คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก่อนหน้านี้หรอก!
ก็เหมือนกับกรณีของคุณวีระ สมความคิด นั่นแหละ อย่าไปจินตนาการ-คิดเลยเถิดไปว่าแกมีนอก-มีในถึงได้ “ถอนฟ้อง”ป.ป.ช.ท่านอื่นๆจนเหลือเพียงพล.ต.อ.วัชรพล กับคุณสุภา..
และ..ทั้งสองท่านก็ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สั่งจำคุกไปคนละ 3 ปี ซึ่งผมคนหนึ่งล่ะ..ไม่คิดมาก ไม่สงสัยอะไรเลย..สาบาน!
ส่วนนั่น..เห็นพาดหัวข่าว “แนวหน้าออนไลน์”.. แคนาดาสั่งแบนพลเมือง 3 ชาติแอฟริกา ห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 90 วัน!
กับอีกพาดหัว..ยกระดับสกัด “อีโบลา” สธ.สั่งเข้มกักตัว 21 วัน!
ก็ไม่รู้..แบบไหน “ปลอดภัย” หรือ “เสี่ยงน้อย” กว่ากัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่อ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน..
“..ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีการเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และคัดกรองโรค ทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และระบบควบคุมโรค
และขอความร่วมมือผู้เดินทางทุกคนให้ข้อมูลประวัติการเดินทางตามความเป็นจริง เพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ”
ผมก็เห็นต้องเชื่อและไว้วางใจ “หมอ” แต่กระนั้น ถ้ารัฐบาลไทยจะเอาอย่างแคนาดา ผมก็ว่าดีอยู่นะ น่าจะลองพิจารณาดูให้รอบคอบ!
สั่งแบน 3 เดือน แค่มาตรการชั่วคราวคงไม่กระทบรายได้การท่องเที่ยวอะไรมาก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา
ซึ่ง 3 ประเทศที่ว่านี้ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก), ยูกันดา และซูดานใต้ ที่ตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะหลั่งไหลเข้ามาเมืองไทยแล้วกี่มากน้อย?
และเพื่อไม่ให้ประเทศต้อง “ปิด” เหมือนเช่นที่เกิดโรคระบาด “โควิด-19” จึงใคร่ขอวิงวอนคนไทยทั่วทุกพื้นที่ นอกจากช่วยเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังคนต่างด้าวท้าวต่างแดนแล้ว..
ตัวเองก็ต้องซื่อสัตย์ ตรงไป-ตรงมา อย่าปิดบังข้อมูลการเดินทาง ถ้ามีใครกลับจากไปเที่ยว-ไปทำธุระ 3 ประเทศดังกล่าวมา ให้กักตัว หรือไปพบแพทย์ตรวจเช็ก เพื่อความชัวร์!
อย่าประมาท โดยเฉพาะในห้วงสงครามของคนบ้า (อำนาจ-เงินตรา) ในขณะนี้ อาจจะไม่ได้อุบัติแค่ “ไวรัสอีโบลา” เพราะแม้แต่โควิด-19 ที่เชื้อยังหลงเหลืออยู่..
ถึงวันนี้ คณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ WHO ก็ยังสรุปไม่ได้ว่า “หลุดจากแล็บ” หรือ “แพร่จากสัตว์” กันแน่!
เอ้า..แต่นั่นไม่ต้องสรุป ด้วยรู้-เห็นกันไปเป็นที่เรียบร้อย ผมหมายถึงผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร..
เริ่มจาก..ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้หมายเลข 1 นายสมัย ละเลิศ ได้หมายเลข 2 นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ได้หมายเลข 3 นายประทีป วัชรโชคเกษม ได้หมายเลข 4
นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้หมายเลข 5 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ ได้หมายเลข 6 นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ได้หมายเลข 7 นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล ได้หมายเลข 8
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้หมายเลข 9 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้หมายเลข 10 นายประยูร ครองยศ ได้หมายเลข 11 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ได้หมายเลข 12
นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ได้หมายเลข 13 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้หมายเลข 14
เนี่ย..ก็จำกันเอาไว้ รักชอบ-ศรัทธาใครก็ไปกาเบอร์ในคูหาได้ตามอัธยาศัย เบอร์ไหนอิสระ เบอร์ไหนสังกัดพรรคการเมืองสังเกตดูเอาตามป้ายหาเสียงในอีกไม่กี่เพลาจากนี้
แต่ที่แน่ๆ นายภาสพงศ์สมัครในนาม “กลุ่มกรุงเทพฯ บินได้” มีคุณเต้-มงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ เป็นผู้สนับสนุน-อยู่เบื้องหลัง
ซึ่งหากใครอยากนั่ง “รถบินได้” ต้องการดื่มน้ำจากคลองแสนแสบ ก็..
เลือกเลย..เบอร์ 7!.
สันต์ สะตอแมน