“ชาวเยอรมัน” แห่ซื้อรถ EV สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังรัฐบาลอัดเงินอุดหนุนสูงสุด 6,000 ยูโร
"ชาวเยอรมัน" แห่ซื้อรถ EV สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังรัฐบาลอัดเงินอุดหนุนสูงสุด 6,000 ยูโร ท่ามกลางแรงกดดันต้นทุนพลังงานสูงและการแข่งขันจากรถยนต์จีนที่รุนแรงขึ้น
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชาวเยอรมันหันมาเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ หลังรัฐบาลเยอรมนีออกมาตรการอุดหนุนครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยลดราคารถใหม่ได้สูงสุดถึง 6,000 ยูโร หรือราว 6,967 ดอลลาร์สหรัฐ
ผลสำรวจของบริษัทประกันภัย HUK-COBURG ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า สัดส่วนผู้ขับขี่ที่เปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมาใช้ EV เพิ่มขึ้นเป็น 7.5% ในไตรมาสแรก จาก 6.3% ในไตรมาสก่อนหน้า และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในช่วงต้นปี 2563
โดยประมาณ 20% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า มาตรการอุดหนุนใหม่ของรัฐบาลมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ขณะที่อีกกว่า 10% กล่าวว่า เงินสนับสนุนจากภาครัฐทำให้เริ่มพิจารณาซื้อ EV เป็นครั้งแรก
รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรี Friedrich Merz ได้ออกมาตรการส่งเสริมการซื้อและเช่ารถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ วงเงินรวม 3 พันล้านยูโร ตั้งแต่ต้นปีนี้ไปจนถึงปี 2029 โดยมุ่งเป้าไปยังครัวเรือนรายได้ต่ำถึงปานกลาง
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถ Plug-in Hybrid และรถยนต์ที่มีระบบ Range Extender ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่รุนแรงขึ้น
ที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปต้องเผชิญกับอุปสงค์ EV ที่ผันผวน และพยายามล็อบบี้สหภาพยุโรปให้ผ่อนคลายกฎการปล่อยคาร์บอน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรม
นอกจากนี้ผู้ผลิตยุโรปยังเผชิญข้อเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งการเข้าถึงแบตเตอรี่ที่ผลิตในภูมิภาคได้อย่างจำกัด และกระบวนการราชการที่ซับซ้อน ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ต้องเผชิญราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ยอร์ก ไรน์แลนเดอร์ กรรมการของ HUK-COBURG ซึ่งดูแลธุรกิจประกันภัยรถยนต์ กล่าวว่า มาตรการอุดหนุนของเยอรมนีกำลังส่งผลอย่างชัดเจนต่อกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการกระตุ้น
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวให้เงินอุดหนุนระหว่าง 1,500-6,000 ยูโร ขึ้นอยู่กับประเภทรถ จำนวนสมาชิกในครอบครัว และระดับรายได้ โดยรัฐบาลประเมินว่า งบประมาณที่จัดสรรไว้จะรองรับรถยนต์ได้ประมาณ 800,000 คัน
ไรน์แลนเดอร์ ยังระบุว่า หากรัฐบาลขยายมาตรการอุดหนุนไปยังรถยนต์ไฟฟ้ามือสองด้วย ก็มีแนวโน้มจะช่วยเร่งกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ได้มากขึ้นอีก
อ้างอิง : www.bloomberg.com