โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟล์ทบินตรงจากไทยที่ยาวที่สุด กรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์ กับ Air Canada เที่ยวแคนาดา-สหรัฐฯในทริปเดียว

TODAY

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

สำหรับคนไทยที่อยากไปท่องเที่ยวโซนอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา-แคนาดา) ภาพจำเดิมของการเดินทางมักหนีไม่พ้นการต้อง “ต่อเครื่อง” ผ่านเมืองใหญ่ระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง หรือตะวันออกกลาง ซึ่งบางครั้งไม่ได้เหนื่อยแค่เวลาบิน แต่เหนื่อยกับการพะวงว่าไฟลท์จะดีเลย์ไหม ต้องรีบวิ่งไปเกตต่อไปหรือเปล่า กระเป๋าจะตามมาทันไหม หรือจะเจอประสบการณ์สุดคลาสสิกอย่าง “ต่อเครื่องไม่ทัน”

ล่าสุด TodayBizview มีโอกาสได้ไปทดลองนั่งเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์ ของ Air Canada ทำให้เห็นภาพการเดินทางไปอเมริกาเหนือเปลี่ยนไปมาก เพราะนี่คือการบินตรงจากไทยสู่แคนาดา และเชื่อมต่อไปยังเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ ได้ในทริปเดียว (ในทริปนี้เราเลือกไปเที่ยวต่อที่ลอสแอนเจลิส และกลับมาที่แวนคูเวอร์)

โดย เส้นทางกรุงเทพฯ – แวนคูเวอร์ ของ Air Canada ถือเป็นเส้นทาง long-haul flight (ราว 13.30-15 ชั่วโมง) ที่ให้บริการบินตรงแบบไม่แวะพัก ซึ่งถือเป็นเส้นทางบินที่ยาวที่สุดที่บินจากประเทศไทยไปอเมริกาเหนือตอนนี้เลยทีเดียว (โดย Air Canada เปิดให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์)

พูดง่ายๆ คือ ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ นอน ดูหนัง กินข้าว พักสายตา แล้วตื่นมาอีกทีก็ถึงแวนคูเวอร์ เมืองใหญ่ฝั่งตะวันตกของแคนาดา

ในแง่ความสะดวกสบายบนเครื่อง Air Canada ใช้เครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner ในเส้นทางระยะไกลนี้ ข้อดีของการบินแบบนี้คือ แม้เวลาบินจะยาว แต่ถือว่าที่นั่งสบายพอ มีพื้นที่วางขาไม่อึดอัด อาหารและเครื่องดื่มมาเป็นจังหวะ และต้องถือว่าระบบความบันเทิงบนเครื่องนั้นจัดเต็มมีภาพยนตร์และซีรีส์ใหม่ๆ ระดับรางวัลและขวัญใจมหาชนให้ได้ดูมากมาย

อีกจุดเล็กๆ แต่ช่วยได้มากคือสำหรับสมาชิก Aeroplan ของ Air Canada สามารถใช้บริการส่งข้อความฟรีบนเที่ยวบินที่รองรับ Wi-Fi ได้ โดยต้องใส่หมายเลขสมาชิก Aeroplan ไว้ใน booking ก่อนเช็กอิน และสามารถใช้แอปแชตอย่าง iMessage, WhatsApp, Messenger, LINE, WeChat และอื่นๆ ได้ตามเงื่อนไขของสายการบิน

ที่ว่ามาทั้งหมดก็ทำให้ไฟลท์ยาวกลายเป็นช่วงพักจริงๆ ได้มากกว่าที่คิด

จุดที่ทำให้เส้นทางนี้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่คำว่า “บินตรง” แต่คือความรู้สึกระหว่างทางที่ต่างจากการทรานซิทแบบที่เราคุ้นเคยมาก เพราะการเดินทางยาวๆ สิ่งที่ทำให้เหนื่อยที่สุดบางครั้งไม่ใช่เวลาบิน แต่เป็นช่วงรอยต่อระหว่างไฟลท์เส้นทางนี้ตัดความกังวลนั้นออกไปเยอะมาก เพราะช่วงที่ยาวที่สุดคือการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปแวนคูเวอร์ ไม่ต้องลงกลางทาง ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องระหว่างทาง และไม่ต้องเหนื่อยกับการจัดการตัวเองในสนามบินระหว่างประเทศหลายรอบ

ในเชิงไลฟ์สไตล์ เส้นทางนี้ยังทำให้ทริปอเมริกาเหนือสนุกขึ้น เพราะไม่ได้เป็นแค่การ “แวะต่อเครื่อง” แต่สามารถออกแบบให้กลายเป็นทริป 2 ประเทศ (แคนาดาและอเมริกา) ได้ง่ายๆ

ข้อดีสำคัญของการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่แวนคูเวอร์ แบบ Non-stop เลยคือ เมื่อลงที่สนามบินแวนคูเวอร์ หากจะต่อเข้าเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ สามารถทำได้จบในสนามบิน ด้วยระบบ U.S. Preclearance ที่สนามบินแวนคูเวอร์ได้เลย

หมายถึงการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ตั้งแต่ที่สนามบินแคนาดา ก่อนบินต่อเข้าสหรัฐฯ

โดยการต่อเครื่องระหว่างประเทศจากแวนคูเวอร์เข้าสหรัฐอเมริกาก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ถึงสนามบินแวนคูเวอร์ให้เดินตามป้าย “USA Connections” ไปยัง In-Transit Facility และไม่จำเป็นต้องรับกระเป๋าที่แวนคูเวอร์ก่อนต่อไปเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ด้วยวิธีนี้เมื่อถึงแคนาดาก็สามารถมุ่งหน้าออกไปเที่ยวทางเมืองต่างๆ ในสหรัฐเมริกาได้ก่อน แล้วค่อยกลับมาเที่ยวที่แคนาดาต่อได้

สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ลงเครื่องที่สนามบินใหญ่ในสหรัฐฯ แล้วต้องรีบต่อไฟลท์ภายในประเทศ เช่น ลง JFK ที่นิวยอร์ก แล้วต้องต่อเครื่องไปเมืองอื่นๆ แต่ติดคิว ตม. จนไม่ทันไฟลท์ จะเข้าใจทันทีว่าการเคลียร์ขั้นตอนสำคัญนี้ได้ตั้งแต่แวนคูเวอร์ช่วยลดความเครียดได้มากแค่ไหน

ส่วนเรื่องเอกสาร คนไทยที่เดินทางไปแคนาดาหรือทรานซิทผ่านแคนาดาควรตรวจสอบเงื่อนไขของตัวเองก่อนเดินทาง โดยจะต้องมีการขอ eTA เป็นเอกสารอนุญาตเดินทาง สามารถขอผ่านทางออนไลน์ได้เลย ถ้าใครมีวีซ่าอเมริกาก็ยิ่งง่ายดาย ผู้ที่เข้าเงื่อนไขและมีค่าธรรมเนียม 7 ดอลลาร์แคนาดา

คอนเซ็ปต์บินตรง กรุงเทพฯ – แวนคูเวอร์ แบบยาวๆ และแวะเที่ยวสหรัฐอเมริกาด้วย ก่อนจะต่อเครื่องไปนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ลาสเวกัส ซีแอตเทิล โตรอนโต หรือเมืองอื่นๆ ในอเมริกาเหนือได้สะดวกขึ้นผ่านฮับของ Air Canada ที่แวนคูเวอร์ถือเป็นแพลนที่น่าลอง เพราะแวนคูเวอร์เองก็เป็นเมืองที่เหมาะกับการเริ่มทริปมาก เป็นเมืองใหญ่ที่มีทั้งภูเขา ทะเล สวนสาธารณะ คาเฟ่ ย่านเดินเล่น และธรรมชาติใกล้เมือง และติดอันดับเมืองน่าอยู่ของโลกสม่ำเสมอหลายปีซ้อน

ภาพของแวนคูเวอร์จึงไม่ใช่แค่เมืองทรานซิท แต่เป็นเมืองที่แวะเที่ยวได้จริง

อีกมุมที่น่าสนใจคือ เส้นทางนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับคนไทยที่อยากไปเที่ยวแคนาดาหรือสหรัฐฯ แต่ยังมีความหมายต่อภาคท่องเที่ยวไทยด้วย เพราะการมีเที่ยวบินตรงจากอเมริกาเหนือเข้าสู่ไทย ช่วยทำให้ไทยเข้าถึงนักท่องเที่ยวระยะไกลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูง เดินทางนาน และมักใช้เวลาอยู่ในประเทศปลายทางมากกว่าทริประยะใกล้

ททท. ระบุว่า ปี 2025 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน และตลาดระยะไกลทำสถิติ 10.8 ล้านคน

โดยสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรต่างมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยเกิน 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก ซึ่งสะท้อนว่าตลาด long-haul ยังมีความสำคัญต่อรายได้ท่องเที่ยวไทย

เมื่อมีเที่ยวบินตรงที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับแวนคูเวอร์ ซึ่งเป็นประตูสู่อเมริกาเหนือ จึงช่วยเพิ่มความสะดวกให้ทั้งสองทาง ฝั่งนักท่องเที่ยวจากแคนาดาและสหรัฐฯ เดินทางมาไทยง่ายขึ้น ขณะที่คนไทยก็มีทางเลือกใหม่ในการเดินทางไปแคนาดาและสหรัฐฯ โดยไม่ต้องต่อเครื่องหลายทอดเหมือนเดิม

สุดท้าย เส้นทางกรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์จึงไม่ใช่แค่ไฟลท์ยาวที่สุดหรือไฟลท์ตรงไกลๆ จากไทย แต่เป็นเส้นทางที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการไปอเมริกาเหนือให้ “ง่ายขึ้น” จากเดิมที่ต้องคิดเรื่องทรานซิทหลายขั้น กลายเป็นการบินตรงถึงแคนาดา แล้วเลือกได้ว่าจะเที่ยวแวนคูเวอร์ต่อ หรือบินเข้าอเมริกาแบบสะดวกมากๆ

สำหรับนักเดินทางไทย นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ทำให้ทริปอเมริกาเหนือไม่จำเป็นต้องเป็นแค่การไปประเทศเดียว แต่สามารถเป็นทริปที่ได้สัมผัสทั้งแคนาดาและสหรัฐฯ ในการเดินทางเดียวกัน

สุดท้ายที่อยากจะบอกคือ เสน่ห์ของเส้นทางนี้ไม่ใช่แค่พาเราไปไกลขึ้น แต่ทำให้การเดินทางระยะไกลรู้สึกง่ายขึ้นกว่าเดิม

#aircanada
#ACBKKMediaFAM26
#ACBKKtoNAmerica

เรื่องโดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...