โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กด่วน! อาการง่วงนอนทั้งวัน ผิดปกติไหม?

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
อาการและสัญญาณเตือนของ “โรคง่วงนอนมากผิดปกติ” เป็นอย่างไร แล้วสาเหตุมาจากอะไรอ่านเลย

วันนี้ “เดลินิวส์” เอาบทความโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ โดย อ. พญ.ชวนนท์ พิมลศรี เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านประสาทวิทยา มีความชำนาญพิเศษในการรักษาโรคปวดศีรษะ นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้เขียนถึง “โรคง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวัน” เรามาเช็คกันดีกว่าว่าคุณกำลังเป็นอยู่หรือเปล่า

การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจ การนอนหลับในระยะเวลาที่เหมาะสมช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า เสริมสร้างความแข็งแรงของการทำงานในทุกระบบของร่างกาย รวมไปถึงสมาธิ ความจำ และอารมณ์ ในทางกลับกัน การนอนหลับในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณของโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับผิดปกติบางชนิด

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ (Hypersomnia) คืออะไร?

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ (Hypersomnia) เป็นกลุ่มโรคที่ผู้ป่วยมีปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงเวลาที่ควรตื่นตัวได้ดี ได้แก่ช่วงเวลากลางวัน ผู้ป่วยมักมีอาการง่วง เผลอหลับหรืองีบหลับระหว่างวัน ฝืนให้ตื่นไม่ได้ แม้ว่าช่วงกลางคืนจะนอนหลับได้อย่างเพียงพอแล้วก็ตาม บางครั้งรุนแรงถึงระดับที่เผลอหลับในขณะรับประทานอาหาร ทำงาน พูดคุยกับผู้อื่น หรือขับรถ ซึ่งนอกจากจะกระทบกับการใช้ชีวิต ประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่รุนแรงตามมา

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ง่วงนอนผิดปกติ

อาการง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวัน อาจมีสาเหตุได้จากทั้งโรคทางกาย โรคทางจิตใจ โรคความผิดปกติของคุณภาพการนอนหลับ รวมไปถึงพฤติกรรมการนอนพักผ่อนในช่วงกลางคืนที่ไม่เหมาะสม เช่น

  • โรคที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับที่ผิดปกติ เช่น โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น โรคขากระตุกผิดปกติขณะหลับ
  • กลุ่มโรคนาฬิกาชีวิตแปรปรวน (circadian sleep wake rhythm disorder) ทำให้เวลาเข้านอนและตื่นนอนผิดปกติ ทั้งนี้ยังรวมไปถึง การเดินทางไปต่างประเทศที่มีการเปลี่ยนเวลาที่ต่างกันมาก ๆ และการทำงานเป็นกะ
  • ภาวะอดนอนสะสม ซึ่งรวมถึงการมีสุขนิสัยการนอนหลับที่ไม่เหมาะสม
  • โรคนอนไม่หลับ ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนชั่วโมงการนอนไม่เพียงพอ
  • ในกลุ่มระบบประสาทส่วนกลางที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการควบคุมการตื่นตัวของสมอง เช่น โรคลมหลับ (narcolepsy) อุบัติเหตุการกระทบกระเทือนของสมอง (head injury)
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวดบางชนิด

อาการและสัญญาณเตือนของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

อาการง่วงนอนมากผิดปกติสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจในหลายด้าน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์กับผู้อื่น

  • ผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองที่เฉื่อยชา ตื่นตัวลดลง สมาธิและความจำบกพร่อง
    • รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน
    • เมื่อเหนื่อยล้าและมีกิจกรรมทางกายในระหว่างวันที่ลดลง สามารถส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกายและอาจนำไปสู่โรคอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
    • เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากความง่วงนอนระหว่างวัน เช่น อุบัติเหตุจากยานพาหนะ หรืออุบัติเหตุจากการใช้เครื่องจักรขณะที่สมองไม่ตื่นตัวเต็มที่
    • กระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและคนรอบข้าง
    • อัตราการตายสูงขึ้นในรายที่นอนมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อเทียบกับผู้ที่นอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

การวินิจฉัยโรคง่วงนอนมากผิดปกติ : ต้องทำอย่างไรบ้าง?

หากแพทย์ประเมินแล้วว่าอาการง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวันอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการควบคุมการตื่นตัวของระบบประสาทส่วนกลาง แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

  • ตรวจประเมินวงจรการหลับ-ตื่น ด้วย actigraphy
    [* ตรวจประเมินคุณภาพการนอนหลับด้วย polysomnography หรือ sleep test , * ตรวจประเมินความรุนแรงของอาการง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงกลางวันด้วย multiple sleep latency test \(MSLT\) , * ตรวจเลือด น้ำไขสันหลัง หรือเอ็กเรย์สมอง ในบางรายที่แพทย์พิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็น ]

วิธีป้องกันปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวัน

  • เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลาสม่ำเสมอทุกวันทั้งวันทำงานและวันหยุด โดยในวัยผู้ใหญ่แนะนำให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอที่ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน หากตื่นแล้วให้ลุกจากเตียง ไม่ต่อเวลาในการนอนออกไปอีก
    [    * หลีกเลี่ยงการนอนตอนกลางวัน หรือหากงีบกลางวันไม่ควรเกิน 20\-30 นาที และไม่ช้ากว่า 14.00 น เนื่องจากจะส่งผลให้นอนหลับยากในช่วงกลางคืนและวงจรการนอนหลับผิดปกติตามมา ,     * หากมีปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ นอนหลับได้ไม่ต่อเนื่อง มีอาการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป ,     * หากจำเป็นต้องรับประทานยาที่มีผลกับการตื่นตัวหรือการนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการบริหารยาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ,     * ออกกำลังกายและรับแสงสว่างระหว่างวันอย่างเพียงพอ เพื่อกระตุ้นการตื่นตัวที่ดี และหลีกเลี่ยงการรับแสงที่มากไปในช่วงกลางคืน เช่น การใช้จอจากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เนื่องจากจะรบกวนการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดีตามมา. ]
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...