ปิดฉาก นักแก้กรรม “นิมิตพิสดาร” ตร.รวบคาบ้าน พร้อมแจ้ง 2 ข้อหาหนัก
ตร.รวบคาบ้าน ปิดฉากนักแก้กรรม จากนิมิตพิศวง สู่ นิมิตพิสดาร ลวนลามกระทำอนาจารเหยื่อ
จากกรณีที่มีผู้เสียหาย ร้องทุกข์ถูก อ.ไพศาล อาจารย์แก้กรรมชื่อดังทางภาคเหนือ หลอกลวงอ้างมีกรรม ต้องทำพิธีแก้กรรม แต่กลับถูกกระทำอนาจารนั้น
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ปฏิบัติการตรวจค้น 2 เป้าหมาย คือพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 1 ราย คือ นายไพศาล หรืออาจารย์ไพศาล อายุ 67 ปี ผู้ต้องหา
มีพฤติการณ์คือ ผู้ต้องหามักกล่าวอ้างว่าตนเองมีนิมิตมหัศจรรย์ มีสัมผัสที่หก สามารถติดต่อและรับรู้ถึงเหตุการณ์ในอดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรที่ยังคงผูกพยาบาทและส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบันของผู้คนคอยช่วยเหลือแนะนำวิธีเข้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุของกรรมเพื่อให้หายจากอาการเจ็บป่วยหรือพ้นความทุกข์ แต่กลับมีการล่วงละเมิดทางเพศชายหนุ่มที่ไปขอความช่วยเหลือให้นิมิตแก้กรรม
กระทั่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายไพศาลฯ ผู้ต้องหา จากกรณีที่อ้างว่าสามารถรักษาอาการปวดหัวเรื้อรังได้แล้วล่อลวงกระทำชำเราผู้เสียหาย บังคับให้สำเร็จความใคร่ อ้างเป็นพิธีกรรมพราหมณ์-ฮินดู
และต่อมาวันที่ 11 พ.ค. 69 มีผู้เสียหายรายที่ 2 อายุ 18ปี มาแจ้งความดำเนินคดีกับนายไพศาลฯ เช่นกัน จากกรณีที่ครอบครัวผู้เสียหายพากันเดินทางไปรักษาอาการปวดหลัง ตั้งแต่เดือน ก.พ.ปี2568 แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศ พูดจาลามกอนาจาร กระทำอนาจารกับสัตว์ และบังคับโชว์อวัยวะเพศ
ได้สืบสวนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยละเอียดแล้วน่าเชื่อว่าทั้งสองคดีมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ
โดยล่าสุดเมื่อวานนี้ (19 พ.ค. 69) ตำรวจได้เข้าจับกุม นายไพศาลฯ ที่บ้านพักใน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ในความผิดฐาน
-ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ (โทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000 บาทถึง 400,000 บาท)
-พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร (โทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาทถึง 300,000 บาท)
และได้ตรวจค้นตรวจยึด พยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก แบ่งเป็น 5 ประเภท รวม 198 รายการ
-ประเภทที่ 1 เสื้อผ้า และผ้าขาวม้า ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จำนวน 5 รายการ
-ประเภทที่ 2 หนังสือรุ่นของโรงเรียนต่างๆ จำนวน 13 รายการ
-ประเภทที่ 3 เอกสาร/หนังสือแสดงประวัติพระและวัด จำนวน 85 รายการ
-ประเภทที่ 4 เอกสารแสดงข้อมูลผู้มาติดต่อเข้าพบ/รักษาอาการป่วยกับ นายไพศาลฯ จำนวน
33 รายการ (ซึ่งปรากฏข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของ ผู้เสียหาย)
-ประเภทที่ 5 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 7 รายการ
-ประเภทที่ 6 อื่นๆ จำนวน สำเนาสมุดบัญชี โฉนดที่ดินและเอกสารอื่นๆ 55 รายการ (โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร)
ตำรวจเปิดเผยอีกว่า ค้นพบหลักฐานการอนาจารมากพอสมควร ทั้งข้อความสนทนา รูปภาพอนาจาร รูปภาพเหยื่อ รวมถึงการกระทำอนาจารกับสุนัข
โดยตำรวจเปิดเผยว่า การที่นายไพศาล มีการอ้างนิมิตถึงอดีตชาติ และสามารถระบุตัวตนของผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวร ให้เหยื่อเดินทางไปแก้กรรมนั้น ส่วนหนึ่งอาจนำข้อมูลมาจากหนังสือรุ่นที่ตรวจยึดได้ เนื่องจากมีร่อยรอยการทำสัญลักษณ์ในชื่อของบุคคลในหนังสือรุ่น ซึ่งแต่จะเล่มมีทั้งภาพ ชื่อ และที่อยู่ในหนังสือนั้นๆ
จากการตรวจสอบกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างแล้วจึงทราบว่ามีเพื่อนที่จบการศึกษาจากสถาบันเดียวกันก็ถูกคนมาขอทำพิธีขออโหสิกรรมเช่นเดียวกัน จึงสันนิษฐานว่า ข้อมูลบุคคลที่ถูกล่าวอ้างนั้นบางส่วนอาจนำมาจากหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่างๆ ที่ได้สะสมไว้
สอบถามคำให้การเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และนายไพศาลยังไม่ให้การในชั้นจับกุม ขอปรึกษาทนายก่อน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยืนยัน พยานหลักฐานที่มี สามารถดำเนินคดีได้แน่นอน และเตรียมฝากขังต่อไป