โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหพัฒน์มองเศรษฐกิจแบบ‘สามล้อถีบ’

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 มิ.ย. เวลา 19.34 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. เวลา 17.01 น.

มาแล้ว!!!! กับงานที่หลายคนรอคอยจากเครือสหพัฒน์ กับงาน “สหกรุ๊ป แฟร์& เฟส ครั้งที่ 30 ภายใต้คอนเซปต์ “ไปด้วยกันนะ” ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมาแล้ว 30 ปี! แน่นอนว่าการจัดงานก็ปรับตามความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้าด้วย

ผู้บริโภคอาจจะรองาน Sale แบบจัดหนัก แต่นักข่าวรอฟัง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ที่มาฉายภาพเศรษฐกิจให้ได้ฟังกันทุกปี! โดยเสี่ยสหพัฒน์ระบุว่า ตอนนี้สถานการณ์ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงสงครามตะวันออกกลาง ส่วนตัวมองว่า แม้ว่าเมืองไทยเศรษฐกิจจะมีปัญหา

แต่ยังดีกว่าประเทศอื่น เนื่องจากไม่ได้มีสงครามและเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งแม้ว่าปัจจัยภายนอกจะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่มองว่าระยะนี้ยังมีโอกาสของเอเชีย เนื่องจากนานาชาติมองว่าประเทศแถบนี้จะมีการพัฒนาได้เร็วขึ้น ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจของเมืองไทยก็มีปัญหา แต่ภาพรวมเมื่อเทียบกับต่างประเทศมองว่าเราดีกว่าคนอื่นเยอะ

แต่…..หากเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะยังสู้เวียดนามและอินโดนีเซียไม่ได้ แต่หากเทียบกับประเทศอื่นๆ นั้น ไทยยังนับว่าดีกว่าอยู่!

แน่นอนว่านักข่าวต้องไม่ลืมถามเรื่องต้นทุนทางธุรกิจ เพราะเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเจ้าตัวเองก็ให้ความเห็นว่า ต้นทุนทางธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ไทย หรือแค่สหกรุ๊ปเท่านั้น และยังบอกอีกว่าต้นทุนเหล่านี้หากมีการปรับตัวขึ้นก็จะปรับตัวลง เพราะสงครามไม่ได้สู้กันตลอด ต้องมีวันหยุด! แต่ต้องดูว่าหากสงครามหยุดไปแล้ว ธุรกิจของตัวเองจะพัฒนาอย่างไรให้ทันกับสถานการณ์ ต้องใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนาเรื่องต่างๆ ในองค์กร เพื่อรอวันที่สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ……

แต่ที่แน่ๆ เครือสหพัฒน์พยายามไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา จะพยายามตรึงราคาให้นิ่งที่สุด แต่หากต้นทุนกระทบมากก็ต้องขึ้น ไม่งั้นก็จะขาดทุนแน่นอนในแง่ของการทำธุรกิจ แต่หากสงครามหยุดเร็วก็มีโอกาสลงมา ก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มองว่าสถานการณ์ของไทยยังดีกว่าญี่ปุ่น ยุโรป แต่สถานการณ์บ้านเราคงไม่ไปถึงแบบญี่ปุ่นที่บรรจุภัณฑ์เป็นสีขาว-ดำแบบนั้น

ส่วนเรื่องการ MOU กับพาร์ตเนอร์ต่างๆ ซึ่งโดยปกติสหพัฒน์จะมีพาร์ตเนอร์จากญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ ก็มองว่ายุคของญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทยเข้าใจว่ากำลังน้อยลง แต่สำหรับประเทศจีนจะเข้ามามากขึ้นในอาเซียน ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนจึงเห็นว่ายุคนี้เป็นโอกาสของเมืองไทย และ MOU ของเครือสหพัฒน์เองก็เน้นไปทางกลุ่มเทคมากกว่า แน่นอนว่ามีธุรกิจจีนเขามาคุยเยอะ แต่อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากการลงทุนของจีนแต่ละครั้งมีขนาดใหญ่ จึงอาจจะมีกระบวนการคิดเยอะมากกว่าพันธมิตรญี่ปุ่น

แล้วภาพรวมรัฐบาลในยุคอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ล่ะ….เป็นยังไง ก็ต้องบอกว่า รัฐบาลชุดนี้หากเทียบกับรัฐบาลของคุณเศรษฐา ทวีสิน และคุณแพทองธาร ชินวัตร เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นดีกว่า ดูได้จากตลาดหุ้น จากในยุคก่อนที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมาก แต่ตอนนี้ปรับตัวดีขึ้น แต่ก็อยาก ฝากถึงนายกฯ ให้กล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะเมืองไทยมีปัญหาเกี่ยวกับการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากกู้เงินมาลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็จะเกิดเม็ดเงินการลงทุนและจ้างงาน แน่อนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ย้อนกลับไปถ้าเมืองไทยสิบกว่าปีก่อนที่ไม่มีการลงทุน อย่างสนามบินสุวรรณภูมิ เมืองไทยจะเป็นอย่างไร หรือหากไม่ทำทางด่วนจะเป็นยังไง? ตอนนั้นก็มีคนต่อต้าน ทางด่วนก็มีคนต่อต้าน แต่หากมองมุมกลับ ถ้าไม่มีโครงการเหล่านั้น ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ดังนั้น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แต่ทุกอย่างต้องสะอาด โปร่งใส! แถมอีกนิด…..เสี่ยยังให้คะแนนรัฐบาลชุดนี้6/10 ก็ถือว่ามากกว่าอดีตนายกฯ ทั้งสองท่านที่กล่าวมา!

ส่วนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ห่วงว่าถ้าใช้เยอะ คนไทยก็จะรอขอเงินอย่างเดียว การทำโครงการนี้ต้องไม่เสียเปล่า รัฐบาลสามารถนำมาจัดเก็บเป็นข้อมูล หรือ Data Center ได้ก็จะเป็นการดี ถ้าแจกเงินเฉยๆ ก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์ ย้ำอีกนิด….ไทยช่วยไทยพลัส หากจบแล้ว มันไม่ยั่งยืน ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว อาจจะ 5-20 ปี อยากให้รัฐบาลต้องมองระยะยาวด้วย

ส่วนภาพรวมของบริษัทปีนี้สู้ปีที่แล้วไม่ได้ เพราะมีประเด็นเรื่องสงคราม ยอมรับว่าบางธุรกิจก็ลด บางธุรกิจก็ขึ้น ปีที่แล้วนิยามเศรษฐกิจเหมือนรถสามล้อแบบติดเครื่องยนต์ แต่ปีนี้คงเป็น “สามล้อถีบ” รัฐบาลต้องช่วยตรงนี้ แต่ถึงจะเป็นสามล้อแบบคนถีบ แต่หากทำดีๆ ก็อาจจะดีกว่าก็ได้!.

รุ่งนภา สารพิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...