"ฮุน เซน" เดินสายปั่นหัวเขมร ลั่นพยายามแก้ปัญหาอย่างสันติกับไทย อ้างงบฯส่วนใหญ่ถูกใช้ดูแลชีวิตปชช. มากกว่าจัดซื้ออาวุธ
วันนี้ ( 10 มิ.ย.) สมเด็จฮุน เซน รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา และ ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวในระหว่าง ตรวจเยี่ยมและพบปะพูดคุยกับประชาชนผู้ลี้ภัยสงคราม ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว “สลากราม” ในอำเภอสวายเจก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะเรียกร้องดินแดนพิพาทคืนมา “ที่ดินที่ถูกบุกรุกและครอบครองอย่างผิดกฎหมายจะต้องได้รับการทวงคืน และผมต้องการส่งสารว่า การแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีนั้น ยั่งยืนกว่าการแก้ปัญหาด้วยกำลังทหาร” สมเด็จฮุน เซนย้ำว่าการแก้ปัญหาอย่างสันติโดยอิงตามกฎหมายและสนธิสัญญาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย พร้อมกันนี้ยังกล่าวเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาอดทน พร้อมแสดงความหวังว่าฝ่ายไทยจะปฏิบัติตามพันธสัญญาของตน หลังจากเกิดความล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า“เราต้องเป็นรัฐที่เคารพกฎหมาย และ หากเราเปิดฉากยิงทันที กระสุนนัดแรกจะหมายถึงความล้มเหลวของกัมพูชา การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงจะทำให้เราสูญเสียอย่างหนัก ประชาคมระหว่างประเทศจะประณามเราอย่างรุนแรง ดังนั้นเราจึงไม่ควรทำเช่นนั้น มันจะหมายถึงความล้มเหลวทางการเมืองและการทูตในทันที”ประเด็นสำคัญ สมเด็จฮุน เซน ระบุด้วยว่าการรบในช่วงที่ผ่านมา กัมพูชาอยู่ในฝั่งเสียเปรียบ เพราะในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทรัพยากรถูกจัดสรรไปยังภาคส่วนต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการสังคม มากกว่าการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ “ด้วยความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่สันติ เราจึงไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับสงครามและไม่ได้ลงทุนอย่างหนักในด้านอาวุธ” ทำให้กัมพูชาต้องเผชิญกับความท้าทาย และพบว่าขีดความสามารถและอุปกรณ์ทางทหารของกัมพูชานั้นไม่เพียงพอ และไม่ได้คาดคิดว่าการรุกรานหรือความขัดแย้งทางอาวุธจะลุกลามไปทั่วทั้งชายแดน