โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลสั่งประหาร 2 อุยกูร์ คดีระเบิดศาลพระพรหม ปี 58

INN News

อัพเดต 11 มิถุนายน 2569 เวลา 20.59 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ศาลสั่งประหาร 2 อุยกูร์ คดีวางระเบิด ศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ปี 58 ชี้ เป็นภยันตรายต่อความมั่นคง และความสงบภายในประเทศ ด้านจำเลยที่ 2 ตะโกนกลางห้องพิจารณาคดี ไว้อาลัยให้ความยุติธรรมของไทย

วันนี้ (11 มิ.ย. 69) ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษา นายอาเด็ม คาราดัก หรือ (บิลาล มูฮัมหมัด) และ นายไมไรลียูซุฟู หรือ (ยูซูฟู เมียไรลี) ชาวอุยกูร์ จำเลยในคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นชาวต่างชาติ 14 ราย คนไทย 6 ราย และบาดเจ็บกว่า 126 คน ซึ่งคดีนี้ มีการเรียกสอบพยานหลักฐาน โดยผ่านมามานานเกือบ 11 ปี ซึ่งมีการสืบพยานโจทก์ มากกว่า 400 ปาก และฝ่ายจำเลยกว่า 45 ปาก โดยมีแฟ้มเอกสารคดีกว่า 10,000 หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในห้องพิจารณาคดี จำเลยทั้ง 2 เมื่อเดินเข้ามาในห้อง ได้มีการพูดคุยจับมือ และสวมกอดกับทนายความ โดยจำเลยทั้ง 2 มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีอาการวิตกกังวลแต่อย่างใด ก่อนที่ผู้พิพากษา
จะออกนั่งบัลลังก์ และมีการพูดคุยกับทั้งฝ่ายโจทก์ และจำเลย รวมถึงล่ามแปลภาษาอังกฤษ เพื่อพูดคุยถึงขั้นตอนการอ่านคำพิจารณาคดี โดยกำหนดให้อ่านแบ่งเป็น 3 ช่วง ซึ่งแต่ละช่วงจะหยุดพักเพื่อให้ล่ามได้แปลภาษา
ให้กับจำเลยที่ 2 ฟังเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่จำเลยที่สองจะแปลเป็นภาษาอุยกูร์ ให้จำเลยที่ 1 ทราบถึงรายละเอียด และเป็นวิธีที่ดำเนินการมาโดยตลอด

ศาลคำพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 2 มีความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงมีคำสั่งพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 และปรับ 1,000 บาท แม้จำเลยทั้ง 2 จะให้การรับสารภาพ แต่ถูกหยิบยกมาใช้ในศาลเพียงบางส่วน
อีกทั้งยังพิเคราะห์ว่า ในจุดเกิดเหตุมีประชาชนมาสักการะ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 คน บาดเจ็บ 126 คน ทรัพย์สินเสียหาย ถือเป็นภยันตราย รวมถึงยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความสงบภายในประเทศ จึงไม่มีเหตุให้บรรเทาโทษและให้ประหารสถานเดียว

นอกจากนี้ ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 2 จะต้องมีการชดใช้ทางแพ่ง ให้กับโรงพยาบาลตำรวจ ขสมก. กทม. ศาลท้าวมหาพรหม และโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ยอดรวมกว่า 1.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีคำพิพากษา นายไมไรลียูซุฟู ได้พูดเป็นภาษาไทย ว่า ขอไว้อาลัยให้กับความยุติธรรมของประเทศไทย ซึ่งเจ้าตัวระบุด้วยว่า ตนไม่ยอมรับคำตัดสิน พร้อมถามกลับว่ามีหลักฐานอะไรมาตัดสินตนแบบนี้ และปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกอย่าง ทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่ฝ่ายโจทก์ใช้เป็นพยานหลักฐาน ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือดังกล่าว และขอให้คนไทยช่วยเหลือ กับสิ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย

ด้าน นายชูชาติ กันภัย และนายจำเริญ พนมภคากร ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัก และนายไมไรลียูซุฟู จำเลยในคดีนี้ เปิดเผยภายหลังรับฟังคำพิพากษา ว่า ศาลได้มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคน
ในข้อหาที่ทำให้เกิดระเบิด และมีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความ ยืนยันว่า จะใช้สิทธิในการยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน เนื่องจากยังมีอีกหลายประเด็นสำคัญที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาคดีวันนี้ ได้มีสื่อมวลชนต่างชาติมารอติดตามเกาะติดทำข่าว เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...