คุณธรรม.. อำนาจที่บอบบาง..ในระบบราชการไทย!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องราว โกงสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นในกระทรวงมหาดไทย กำลังชัดเจนตามพยานหลักฐานที่ปรากฏจากการสอบสวนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ แม้ว่าจะยังไม่ตรงใจสาธารณชน แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ถึงความตั้งใจปราบทุจริตอย่างจริงจังของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม สาธุชนควรทำใจเผื่อขาดเผื่อเกินไว้ล่วงหน้า หากการปราบปรามการทุจริตไม่สะเด็ดน้ำ ส่อมีภาวะยืดเยื้อให้ต้องขยายผลการสอบสวนไปตามเส้นสายของ วงจรโคตรทุจริต ในครั้งนี้ ซึ่งทุกฝ่ายเชื่อมั่นอย่างมีเหตุผลเหนือความรู้สึกว่า มีการดำเนินการเชื่อมโยงในหลายระดับ ทั้งฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม.. ฝ่ายอำนวยการ.. ฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายบงการ (อำนาจนอกระบบ) ที่พยายามเข้ามามีบทบาทต่ออำนาจรัฐ..
จึงได้เห็นการขับเคี่ยวขัดแย้งในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกันอย่างมีนัยแอบแฝง จนนำไปสู่การร้องเรียน.. การชี้เบาะแสเพื่อต้องการอาศัยความเปลี่ยนแปลง และการเปิดเผยเพื่อทำลาย.. เมื่อผลประโยชน์ไม่ตรงกัน
จริงๆ แล้ว ประเทศไทย ติดกับดัก วงจรทุจริตของกลุ่มอำนาจนอกระบบ มายาวนาน เพียงแต่ไม่ปรากฏชัดเจนเหมือนกับในครั้งนี้ ที่มีการทำมาหากินกันอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดินจะลงโทษ ทั้งนี้ เพราะด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเป็นผลประโยชน์ล่อใจ จน โลภจิต ขยายตัวเติบโต จนยากจะควบคุมให้อยู่ในกรอบศีลธรรม… ที่เปลี่ยนสภาพเป็น อภิชฌาวิสมโลภะ
เมื่อพิเคราะห์เชิงธรรมชั้นสูงในคำดังกล่าว ก็จะพบว่า เป็น อกุศลธรรม ที่เกิดจาก โลภมูลจิต โดยมี โลภะเป็นเจตสิกหลัก ที่ประกอบด้วยความยึดติด ความทะยานอยาก และความเห็นแก่ตัว หากเข้าขั้นรุนแรง อาจเป็นเหตุให้เกิดการลักทรัพย์ ทุจริตฉ้อโกง คอร์รัปชัน หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบได้
คำว่า อภิชฌา จึงไม่ใช่ความ “อยากได้” ตามปกติ แต่เป็นการจดจ่อหมายเอา สิ่งของหรือฐานะ ของผู้อื่น ด้วยเจตนาต้องการให้ตกเป็นของตน ดังเรื่องราวที่ปรากฏเกิดขึ้นในขณะนี้ในแวดวงราชการมหาดไทย จากกรณี การโกงสอบพนักงานส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ยิ่งสาวยิ่งลึกเข้าไปในวังวนอำนาจการเมืองที่บงการอยู่เบื้องหลัง ข้าราชการที่ไร้เกียรติ … ไร้ศักดิ์ศรี
การอยากได้อย่าง ผิดศีล .. ผิดธรรม ผิดความชอบธรรม จึงเป็นเหตุปัจจัยของการทุจริตแบบมหากาพย์ในครั้งนี้ ที่ควรอย่างยิ่งในการตั้ง ผู้ทรงความรู้มีภูมิธรรม เพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยลงไปให้ถึงรากเหง้าของการทุจริตและการเบียดเบียนผู้อื่นที่ไม่เกรงกลัวต่อ กฎหมาย กฎแห่งกรรม และกฎสังคม
อะไรเป็นสาเหตุ.. ให้เกิดการกระทำทุจริตดังกล่าวขึ้นอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน.. ไม่เกรงกลัวต่อโทษจากการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายบ้านเมืองและกฎแห่งกรรม..
ทำไม โลภจิต ของคนทั่วไปที่ มีความต้องการ.. มีความอยาก มีความกำหนัดติดใจ เงินธรรมดาๆ จึงได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปเป็นพลังความอยากที่เกินใจห้ามได้ อย่างรวดเร็วแค่เพียงชั่วขณะจิตเดียว ให้เพ่งเล็งไปยังสิ่งของหรือผลประโยชน์ของผู้อื่น อย่างขาดความเมตตากรุณา.. จนที่สุด แม้จะต้องประพฤติผิดศีล.. ผิดธรรม.. ผิดความถูกต้องชอบทำ.. ก็ยังกล้ากระทำทุจริต
จึงนับเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศชาติ ที่จะต้องศึกษาทุกปัญหาลงไปให้ถึงรากเหง้า หากต้องการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะ “การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ ที่สั่นสะเทือนวงการบริหารราชการแผ่นดินครั้งใหญ่ที่สุด อันควรอย่างยิ่งต่อการมองลงไปให้ครบทั้ง ๓ มิติ หากต้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ได้แก่
ก) มิติข้อเท็จจริงและมาตรการทางกฎหมายที่อ้างอิงข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งจากผลการตรวจสอบ ๑๐๐% พบความผิดปกติเชิงโครงสร้างราชการอย่างชัดเจน โดยมีตัวเลขและผู้เกี่ยวข้องที่น่าสนใจจากสถิติมหากาพย์โคตรทุจริต มียอดผู้รายงานตัวบรรจุ ๑๔,๙๘๘ ราย พบกลุ่มคะแนนปกติเพียง ๙,๑๒๗ ราย (ร้อยละ ๖๑.๕๐)
ขณะที่ ตรวจพบความผิดปกติสูงถึง ๕,๓๗๒ ราย (ร้อยละ ๓๕.๘๔) และมีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ภาค ก. และภาค ข. สูงถึงร้อยละ ๙๐ ในกลุ่มนี้ เป็นต้น
ข) มิติมุมมองเชิงสังคมวิทยา.. เมื่อ “เดรัจฉานจิต” แปลงร่างลงเสพสมกับกระแสวัตถุไอที จึงเห็นพฤติกรรมในบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ เดรัจฉานวิชาทางโลก (Modern Malpractices) ที่จำแนกเป็น
๑.วิชาลวงโลกเชิงระบบ ขบวนการนี้ ไม่ได้ใช้คาถาอาคมจากชายแดนเขมร-พม่า อย่างเดียว แต่ใช้การผสมผสานกับ “ความเชี่ยวชาญด้านมืด” ในการเจาะระบบราชการ เทคนิคการแก้ไขฐานข้อมูลดิจิทัล และการใช้อำนาจแทรกแซงสถาบันการศึกษาที่จัดสอบ.. เพื่อมุ่งเน้นตอบสนองความโลภ แม้จะต้องข้ามหัวความถูกต้องชอบธรรม
๒.เงินตรานิยมและการซื้อขายความสำเร็จ ด้วยกระแสวัตถุนิยม ทำให้คนในสังคมมองว่า…
.. ตำแหน่งหน้าที่การงาน คือ สินค้าที่ซื้อได้ด้วยเงิน
.. การสอบไม่ได้วัดกันที่สติปัญญาและความรู้หรือคุณธรรมความดี แต่วัดกันที่อำนาจเงินทุน (Capital) ที่นำไปสู่ “การถอนทุนคืน” ในอนาคต เมื่อได้เข้าไปบริหารถิ่นฐาน.. ซึ่งแนวคิดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถาบันองค์กรและระบบราชการส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรงที่สุด
ค) มิติมุมมองตามหลักธรรมทางศาสนา
เพื่อการเข้าไปให้ถึงรากเหง้าแท้จริงของความล่มสลายในระบบคุณธรรมความดีในองค์กร โดยเฉพาะในเรื่อง วจีกรรมทุจริต และ มิจฉาอาชีวะ ดังเกิดปรากฏ มิจฉาอาชีวะระดับโครงสร้าง
ซึ่งส่งผลให้เกิดการแสวงหาความมั่นคงในชีวิตผ่านทางทุจริต ดังที่มีผู้สมัครสอบยอมเป็นส่วนหนึ่งของ “วงจรบาป” ไปจนถึงข้าราชการระดับสูง ที่ทรยศต่อ ระบบคุณธรรมของแผ่นดิน เพื่อให้ได้มาในสิ่งตอบแทน
สำคัญยิ่ง ในอำนาจแห่งความโลภที่ล้ำเส้นศีลธรรม ได้แก่ การแพร่ระบาดโรคใส่ร้ายใส่เท็จ เติมแต่งสีสันให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ที่ทำกันเป็นขบวนการ เพื่อสร้างข่าวลวง ปล่อยข่าวลือ บิดเบือนข่าวจริง.. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ตัดตอนขบวนการ (Scapegoating) โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของใครๆ นอกจากเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งนับเป็นความโหดร้ายอย่างยิ่งของ อำนาจอภิชฌาวิสมโลภะ ในจิตใจของสัตว์ถ่อยเถื่อน..
จึงไม่แปลก เมื่อเกิดการผลิตเอกสารเท็จ จากการแก้ใบคะแนนในกระดาษคำตอบ ซึ่งถือว่าเป็นการหลอกลวงครั้งยิ่งใหญ่ในระบบราชการที่เคยมีมา ทั้งนี้ เพื่อหวังเบียดเบียนเอาเก้าอี้ข้าราชการที่ควรจะเป็นของบุคคลที่มีคุณสมบัติถึงพร้อม ให้กลายเป็น ของคนทุจริต .. ขี้โกง!!
จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวิจัยลงไปให้ครบทั้งสามมิติตามที่กล่าวมาโดยย่อ เพื่อความรู้ความเข้าใจครบด้าน จนหยั่งลงถึงรากลึกของปัญหา ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงในความเสื่อมโทรมของระบบคุณธรรมความดีในองค์กรราชการ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐในการทำหน้าที่บริหารประเทศชาติ จะได้จัดทำแผนงานฟื้นฟูคุณภาพ จิตวิญญาณคุณธรรม ขององค์กรและสังคมราชการให้กลับคืนมาโดยเร็ว เพื่อการสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในจิตใจและความรู้สึกของประชาชน ที่ได้เห็นความเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาครบทุกมิติ จาก “กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น” ที่ชี้บอกความเป็นจริงให้เห็นว่า เดรัจฉานวิชาเข้าควบคุมวัตถุนิยมยุคไอที อย่างสมบูรณ์แล้ว
การคิดอ่านหา ธรรมวิธีขุดรากถอนโคนปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งในยามนี้ เพื่อนำองค์กร.. สังคม คืนกลับสู่ “ความถูกต้องและความชอบธรรม” อันเป็นพื้นฐานดั้งเดิมของสังคม จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องช่วยกันขับเคลื่อนสังคม ประเทศชาติ ก้าวตัดกระแสเดรัจฉานวัตถุนิยม ด้วยการคืนกลับ “อำนาจคุณธรรมและความดี” สู่ระบบราชการไทย ดังที่บรรพชนผู้สร้างชาติเคยปฏิบัติกันมา!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com