โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดใจ ด.ต. เหยื่อโจรใต้ลอบยิง ยังทำใจไม่ได้สูญเสียภรรยา แต่ต้องเข้มแข็งเพื่อลูก 4 คน

เดลินิวส์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ด.ต.อดุลย์ เหยื่อคนร้ายประกบยิงภรรยาเป็นครูเสียชีวิต ลูกสาววัย 2 เดือนเจ็บ เปิดใจทั้งน้ำตา ยอมรับยังจมกับความสูญเสีย แต่พร้อมลุกขึ้นสู้เพื่อดูแลลูกๆ ที่กลายเป็นเด็กกำพร้าแม่ในพริบตาเดียว

จากกรณีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ ป. ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี บริเวณหน้ามัสยิด ใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ต.พงสตา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดินทางมารับลูกชาย 2 คนที่เรียนอยู่โรงเรียนดังกล่าว โดยมาพร้อมนางฟาตีเมาะ ยาโงะ อายุ 35 ปี ภรรยาซึ่งเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกัน ส่งผลให้ภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน ด.ญ.อัฟฟรีนา หะยีสุหลง วัยเพียง 2 เดือน ที่อุ้มอยู่บนตักบาดเจ็บจากกระสุนเฉี่ยวถลอกบริเวณหน้าท้อง ท่ามกลางความสะเทือนใจของประชาชนในพื้นที่ นั้น

ไร้มนุษยธรรม! 4โจรใต้ประกบยิง ‘ด.ต.’ เจ็บ-‘ครูสาวภรรยา’ ดับขณะอุ้มลูกแรกคลอด

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี สั่งการให้ พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ไปเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณขาทั้งสองข้าง โดยแพทย์ รพ.ปัตตานี ได้ทำการรักษาปลอดภัย อยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีญาติและเพื่อนตำรวจเดินทางมาให้กำลังใจตลอดเวลา รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนทารกวัย 2 เดือน อาการโดยรวมปลอดภัย สามารถให้นมได้ตามปกติ โดยมีญาติและแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ขณะที่พิธีศพของ นางฟาตีเมาะ ยาโงะ ทางญาติได้ทำพิธีฝังศพ วานนี้เวลา 22.00 น. โดยมีญาติพี่น้องเพื่อนครู รวมไปถึงนักเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมพิธีจำนวนมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้ที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้

ด.ต.อดุลย์ เปิดเผยทั้งน้ำเสียงสั่นเครือว่า ปกติหน้าที่ไปรับส่งลูกจะเป็นหน้าที่ของภรรยา แต่ช่วงนี้ภรรยาลาคลอด อีกทั้งโรงเรียนเพิ่งเปิดเรียนได้เพียง 1 สัปดาห์ ตนจึงเป็นคนไปรับลูกแทน โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว และอาจมีคนในพื้นที่รู้ว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะใช้รถเก๋งของภรรยา และไม่เคยแวะที่อื่นระหว่างทางก็ตาม

ด.ต.อดุลย์ เผยต่อว่า ที่ผ่านมา ตนระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุขณะขับรถมาตามเส้นทาง จู่ๆ ได้ยินเสียงคล้ายกระจกแตก ตอนแรกคิดว่ากระจกรถระเบิด กระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ภรรยาจึงถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำให้ตนมั่นใจทันทีว่าถูกยิง จึงรีบเร่งเครื่องขับหลบหนีเข้าไปภายในโรงเรียน เพราะหากจอดรถ เชื่อว่าคนร้ายอาจเข้ามายิงซ้ำแน่นอน เมื่อขับรถเข้าไปถึงภายในโรงเรียน ตนรีบลงจากรถทันที เพราะเกรงว่าหากคนร้ายเห็น อาจยิงตนก่อน โดยเชื่อว่าคนร้ายคงไม่ทำร้ายลูกและภรรยาในขณะนั้น จากนั้นพยายามตั้งสติ ก่อนหันไปดูด้านหลังและพบว่าภรรยาไม่ตอบสนองแล้ว จึงรีบขอให้ครูในบริเวณนั้นช่วยดูลูก เนื่องจากลูกยังร้องไห้ด้วยความตกใจ

"เชื่อว่าคนร้ายน่าจะดักซุ่มอยู่ภายในซอย และช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาที่ผู้ปกครองจำนวนมากกำลังไปรับลูก ทำให้บรรยากาศชุลมุน ไม่สามารถสังเกตได้ว่าใครเป็นใคร อีกทั้งคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็แต่งกายคล้ายกัน โดยสวมฮิญาบเหมือนชาวบ้านทั่วไป" ด.ต.อดุลย์ กล่าว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด.ต.อดุลย์ ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ และไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเป็นความสูญเสียที่หนักหนา แต่หลังจากนี้ยังต้องเดินหน้าชีวิตต่อไป โดยเฉพาะเพื่อลูกทั้ง 4 คนที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด และสู้ต่อไปเพื่อครอบครัว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...