โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิด 6 ปมข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน ดับไฟสงคราม ปลดล็อกฮอร์มุซแก้เศรษฐกิจ

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเซ็นข้อตกลงหยุดยิงถาวร เปิด 6 ปมข้อตกลง เปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกคืนทรัพย์สิน แต่ศึกนิวเคลียร์และเลบานอนยังไม่ลงตัว

ทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่ตะวันออกกลางอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมใจเตรียมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับการประกาศหยุดยิงชั่วคราวให้กลายเป็นการยุติสงครามอย่างถาวร ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจช่วยดับไฟความขัดแย้งที่คุกรุ่นมานานหลายสัปดาห์ และช่วยต่อลมหายใจให้แก่เศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความผันผวนจากพิษบาดแผลของสงครามครั้งนี้

หัวใจสำคัญของดีลหยุดโลกครั้งนี้ หนีไม่พ้นแผนการทยอยเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานของโลก แลกกับการที่สหรัฐฯ จะต้องปลดล็อกและคืนทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล แต่อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่ดูเหมือนจะลงตัวนี้กลับยังมีรอยร้าวลึก เมื่อปมร้อนระดับชาติอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และชะตากรรมของแนวรบในเลบานอนยังคงหาข้อสรุปที่แท้จริงไม่ได้
Spotlight พาเปิด 6 ปมข้อตกลงลับ สหรัฐฯ-อิหร่านดับไฟสงคราม เงื่อนไขอะไรบ้างที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจและการเมืองโลก และปมร้อนไหนที่อาจทำลายดีลนี้ลงในพริบตา

1. ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ที่ทุกคนจับตา

ปมแรกที่เป็นหัวใจสำคัญของดีลนี้คือการเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางน้ำยุทธศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อพลังงานและเศรษฐกิจโลก โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณผ่านโซเชียลมีเดียว่าช่องแคบนี้จะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งภายใต้ข้อตกลงใหม่

แต่ฝั่งอิหร่าน โดยเฉพาะสื่อที่ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กลับมองต่างออกไป โดยระบุว่า ช่องแคบนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของอิหร่านเหมือนเดิม เพียงแต่จะยอมให้เรือพาณิชย์กลับมาเดินเรือในปริมาณเท่าช่วงก่อนเกิดสงครามภายใน 30 วัน

นอกจากนี้ อิหร่านยังยื่นเงื่อนไขว่า สหรัฐฯ ต้องยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือทันที แต่ทรัมป์กลับยันเสียงแข็งว่า "การปิดล้อมจะยังคงมีผลเต็มที่จนกว่าจะมีการเซ็นสัญญาฉบับสมบูรณ์" ด้านอิหร่านยังส่งสัญญาณว่า พวกเขาไม่ได้สละสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบ และในระหว่างความขัดแย้งที่ผ่านมา อิหร่านยังได้อ้างสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียมเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านอีกด้วย

2. คลังยูเรเนียมและอนาคตนิวเคลียร์: "ไม่มีฝุ่น ก็ไม่มีดอลลาร์"

ประเด็นร้อนแรงที่สุดหนีไม่พ้นเรื่อง "โครงการนิวเคลียร์" แหล่งข่าวเปิดเผยว่าในข้อตกลงเบื้องต้นนี้ อิหร่านจะต้องให้คำมั่นว่าจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ยอมระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมรอบใหม่ และเตรียมเข้าสู่เจรจาเพื่อสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตระเบิดนิวเคลียร์

ฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นคำขาดผ่านโฆษกในทำนองว่า "ไม่มีฝุ่น (นิวเคลียร์) ก็ไม่มีดอลลาร์" - No dust? No dollars หากอิหร่านไม่ทำตามเงื่อนไข ก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น และทรัมป์ยังยืนยันว่าอิหร่านต้องยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงกว่า 400 กิโลกรัมที่เชื่อว่าถูกฝังดินหนีระเบิดอยู่

อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิหร่านกลับพยายามแยกเรื่องนี้ออกไป โดยสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ในข้อตกลงขั้นแรกนี้ อิหร่านยังไม่ได้มีข้อผูกมัดใด ๆ เกี่ยวกับการส่งมอบคลังนิวเคลียร์หรือปิดโรงงาน และประเด็นนี้ควรคุยกันหลังจากลงนามหยุดยิงเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

3. ทรัพย์สินที่ถูกอายัด: เงินถุงที่อิหร่านรอคอย

ด้วยสภาพเศรษฐกิจของอิหร่านที่กำลังย่ำแย่และอยู่ในขั้นวิกฤต รัฐบาลเตหะรานจึงยื่นคำขาดว่า สหรัฐฯ ต้อง "ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์" ที่ถูกอายัดไว้ในธนาคารต่างประเทศทันที โดยสื่ออิหร่านย้ำชัดว่า หากไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนว่าจะคืนเงินก้อนนี้ให้ในขั้นตอนแรก ข้อตกลงหยุดยิงทั้งหมดก็จะไม่เกิดขึ้น

แต่ในมุมของสหรัฐฯ เกมนี้เป็นแบบสัดส่วนแลกเปลี่ยน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า เงินก้อนนี้จะถูกปล่อยก็ต่อเมื่อช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเรียบร้อยแล้วเท่านั้น แถมในตอนนี้ สหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอย่างเป็นรูปธรรมเลยว่า จะมีกระบวนการส่งคืนเงินในธนาคารต่างประเทศเหล่านั้นกลับไปให้อิหร่านในรูปแบบใด

4. มาตรการคว่ำบาตร: เม็ดเงิน 10,000 ล้านที่ยังต้องลุ้น

นอกจากเงินที่ถูกอายัดแล้ว อิหร่านยังจมอยู่ใต้กอง "มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ" มหาศาลจากทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ทางอิหร่านได้ประเมินว่า แค่เพียงสหรัฐฯ ยอมปลดล็อกให้พวกเขากลับมาขายน้ำมันได้ตามปกติ ก็จะสามารถสร้างรายได้เข้าคลังได้เกือบ 10,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาแค่ 60 วัน

แม้ว่าอิหร่านจะพยายามระบุเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรลงไปในร่างข้อความ แต่ทางโฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านก็ยอมรับว่า รายละเอียดเชิงลึกอาจจะยังไม่ได้ข้อยุติในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ และต้องไปว่ากันต่อหลังจากบันทึกความเข้าใจนิวเคลียร์เริ่มนับหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ย้ำว่า มาตรการคว่ำบาตรจะถูกยกเลิกก็ต่อเมื่อช่องแคบฮอร์มุซเปิดอย่างเต็มรูปแบบแล้วเท่านั้น

5. ขีปนาวุธทิ้งตัว: ปมร้อนที่เริ่มถูกลดโทน

ในช่วงที่เกิดการสู้รบอย่างดุเดือด สหรัฐฯ เคยยื่นคำขาดเสียงแข็งว่า "ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยไกล" (Ballistic Missiles) ของอิหร่านจะต้องถูกทำลาย เนื่องจากทรัมป์มองว่าโครงการพัฒนาขีปนาวุธนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและน่ากลัวเกินไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในการเจรจาร่างข้อตกลงครั้งล่าสุดนี้ ประเด็นเรื่องการรื้อถอนคลังแสงขีปนาวุธกลับถูกพูดถึงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอย่าง อิสราเอล และกลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย จะยังคงมองว่าขีปนาวุธของอิหร่านคือภัยคุกคามที่ร้ายแรงและเร่งด่วนที่สุดก็ตาม

6. เลบานอน: แนวรบซ่อนเงื่อน

ปมสุดท้ายที่ยังคงคลุมเครือคือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลลาห์ใน "เลบานอน" ซึ่งมีอิหร่านหนุนหลังอยู่ สื่อฝั่งอิหร่านระบุว่า ถ้อยคำในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุมถึงการประกาศยุติสงครามในทุกแนวรบ ซึ่งหมายความว่าไฟสงครามในเลบานอนต้องดับลงด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่คืออีกปมที่ทั้งสองฝั่งเห็นไม่ตรงกัน เพราะเจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า ในการต่อสายตรงคุยกันระหว่าง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และโดนัลด์ ทรัมป์ ฝั่งอิสราเอลได้ย้ำชัดเจนว่า อิสราเอลต้องมีเสรีภาพในการโจมตีเพื่อจัดการภัยคุกคามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย ซึ่งทรัมป์เองก็แสดงท่าทีเห็นชอบและสนับสนุนหลักการนี้ของอิสราเอล ทำให้ปมแนวรบเลบานอนยังคงเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...