โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นับถอยหลัง 1 มิ.ย. 2569 MRT เปลี่ยนผ่านบัตรโดยสาร สู่ระบบ EMV เป็นทางการ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เหลือเวลาเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์แล้ว สำหรับการเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จากระบบเดิม สู่ระบบ EMV Contactless เต็มรูปแบบ ซึ่งตามไทม์ไลน์กำหนดไว้จะใช้บัตรโดยสารระบบ EMV Contactless เป็นระบบหลัก 100% ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ยังมีหลายรายละเอียดน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนบัตรใหม่ ประเภทบัตร EMV ที่ใช้งานได้ จนถึงการตรวจสอบ-แก้ปัญหาต่าง ๆ

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปรายละเอียดสำคัญ การเปลี่ยนผ่านระบบบัตรโดยสารของ MRT ดังนี้

ระบบเดิม-ระบบใหม่ ต่างกันอย่างไร ?

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า จากจุดตั้งต้นในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน รฟม. ได้ติดตามประเมินข้อมูลสถิติ พบว่า ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมาก

รฟม. จึงหารือร่วมกับ BEM ที่จะเดินหน้าตามแผนการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ระบบ ABT (Account-based Ticketing) คือระบบของบัตรโดยสารที่มีการเก็บข้อมูล ประวัติการเดินทางไว้ในระบบเชิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบรายการโดยสารได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น หรือเติมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นได้โดยตรง

แตกต่างจากระบบ CBT (Card-based Ticketing) ที่ข้อมูลจะอยู่เฉพาะในบัตร ต้องอาศัยการแตะบัตรกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของสถานีรถไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบข้อมูล รวมถึงการเติมเงินที่ต้องปรับมูลค่าบัตรที่เครื่องในสถานีรถไฟฟ้า

เปิดไทม์ไลน์เปลี่ยนผ่าน สู่ยุค EMV

สำหรับไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนผ่านระบบบัตรโดยสาร จากระบบเดิม สู่ระบบ EMV แบบสมบูรณ์นั้น มีการวางระยะเวลาไว้ ดังนี้

1 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 : ผู้โดยสารสามารถนำบัตรแบบเติมเงินเดิม (MRT และ MRT Plus) ไปขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) และสามารถขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV ได้โดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตร

1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป : จะยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง ทั้งที่ห้องออกบัตรและช่องทางออนไลน์ (แต่ผู้โดยสารยังสามารถใช้มูลค่าคงเหลือในบัตรเดินทางได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569)

1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป :

  • ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรเดิมแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้อีก
    • เริ่มเปิดใช้งานระบบชำระค่าโดยสารด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless (เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรแมงมุม EMV) อย่างเต็มรูปแบบ

1 มกราคม 2570 : คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้ที่เดินทางเที่ยวเดียว โดยจะเปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket ในการแตะเข้าระบบแทน

31 ธันวาคม 2570 : เป็นวันสุดท้ายที่ผู้โดยสารจะสามารถขอคืนเงิน (Refund) จากบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ใบเดิมได้

คืนบัตร MRT-เปลี่ยนเป็น Mangmoom EMV มีขั้นตอนอย่างไร ?

สำหรับขั้นตอนการขอคืนเงินบัตร MRT / MRT Plus นั้น BEM ระบุขั้นตอนดังนี้

1. นำบัตร MRT หรือ MRT Plus ติดต่อที่ ห้องออกบัตรโดยสาร ของสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง
2. แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าประสงค์ขอคืนบัตร MRT / MRT Plus
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัตร และดำเนินการคืนเงินเป็นเงินสด (รวมมูลค่าเงินคงเหลือและค่ามัดจำบัตร)

บัตร MRT / MRT Plus ทุกประเภทสามารถขอคืนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตร (Refund) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 70

หมายเหตุ : แสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน, การคืนเงินดำเนินการเป็น เงินสดเท่านั้น, เป็นไปตาม เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

นอกจากการคืนบัตร MRT และ MRT PLUS แล้ว ยังสามารถขอเปลี่ยนเป็นบัตร Mangmoom EMV ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการออกบัตร ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ตั้งแต่ วันที่ 1 มี.ค. – 31 ธ.ค. 69 จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 บัตร เท่านั้น (ใบถัดไปชำระค่าธรรมเนียมเท่ากับกรณีออกบัตรใหม่)

สำหรับขั้นตอนการขอเปลี่ยนบัตร MRT เป็นบัตร Mangmoom EMV มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : ติดต่อห้องออกบัตรโดยสาร – นำบัตร MRT หรือ MRT Plus ไปติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสาร สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง

ขั้นตอนที่ 2 : แจ้งความประสงค์ – แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าประสงค์ขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อมูลบัตร – เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรโดยสารเดิม เพื่อดำเนินการออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่

กรณีที่ 1: เงินคงเหลือในบัตร มากกว่า 100 บาท (รวมค่ามัดจำบัตร 50 บาท)

  • พนักงานออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ ให้
  • บัตรใหม่มีมูลค่าเดินทาง 100 บาท
  • เงินส่วนเกิน คืนเป็นเงินสด

กรณีที่ 2: เงินคงเหลือในบัตร น้อยกว่า 100 บาท (รวมค่ามัดจำบัตร 50 บาท)

  • พนักงานออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ ให้
  • บัตรใหม่มีมูลค่าเดินทาง 100 บาท
  • ผู้โดยสารต้อง ชำระเงินเพิ่มในส่วนที่ขาด ให้ครบ 100 บาท

หมายเหตุ

  • จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 บัตร
  • การเปลี่ยนบัตรใบถัดไป คิดค่าธรรมเนียม เทียบเท่าการออกบัตรใหม่
  • สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569
  • แสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน
  • ผู้โดยสารที่ได้รับบัตรแมงมุม EMV แล้ว ต้อง ผูกบัตรผ่านแอปฯ เป๋าตัง

โดยหลังจากได้รับบัตรแล้วขอให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้บัตรได้ activate กับประตูอัตโนมัติ (AFC Gate) ก่อน แล้วจึงลงทะเบียนใน https://www.mangmoomemv.com เพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทาง

บัตร Mangmoom EMV คืออะไร ?

สำหรับบัตร Mangmoom EMV ที่จะกลายเป็นหนึ่งในบัตรโดยสารหลักตัวใหม่ของระบบรถไฟฟ้านั้น สามารถรับส่วนลดค่าโดยสาร MRT สูงสุด 50% (ขึ้นอยู่กับประเภทบัตร) และแตะจ่ายรถไฟฟ้า MRT/SRT รถเมล์ หรือทางด่วนได้

รวมถึงสามารถใช้จ่ายได้ทั้งร้านค้าทั่วไป และผูกบัตรใช้จ่ายออนไลน์ กับร้านค้าที่รับบัตร VISA และรับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย ได้เช่นเดียวกับบัตร Play ของเป๋าตังเปย์

บัตร Mangmoom EMV แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • บัตร Mangmoom EMV รุ่น Student (บัตรนักเรียน/นักศึกษา) : สําหรับลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 15-23 ปี และต้องมีบัตรนักเรียน หรือนักศึกษาเท่านั้น ได้รับส่วนลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT 10%
  • บัตร Mangmoom EMV รุ่น Adult (บัตรบุคคลทั่วไป) : สําหรับลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เสียค่าโดยสารในอัตราปกติ
  • บัตร Mangmoom EMV รุ่น Elder (บัตรคนชรา) : สําหรับลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้รับส่วนลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT 50%

โดยบัตร Mangmoom EMV รุ่น Student (บัตรนักเรียน/นักศึกษา) สามารถชําระเงินค่าสินค้าหรือบริการได้ สูงสุด 50,000 บาท/บัตร/วัน ส่วนบัตร Mangmoom EMV รุ่น Adult (บัตรบุคคลทั่วไป) และบัตร Mangmoom EMV รุ่น Elder (บัตรคนชรา) สามารถชําระเงินค่าสินค้าหรือบริการได้สูงสุด 500,000 บาท/บัตร/วัน

ขณะที่อายุของบัตร Mangmoom EMV นั้น มีอายุการใช้งาน 5 ปี นับจากเดือนที่ผลิต และ/หรือวันสุดท้ายของเดือนและปีที่พิมพ์บนบัตร โดยเมื่อบัตรครบกําหนด ผู้ถือบัตรสามารถออกใหม่ได้ที่จุดบริการจําหน่ายบัตรของสถานีรถไฟฟ้า MRT ที่กําหนด

กรณีลูกค้าที่ถือบัตร Mangmoom EMV รุ่น Student (บัตรนักเรียน/นักศึกษา) แล้วมีอายุเกิน 23 ปี โดยบัตรยังไม่หมดอายุ ประเภทบัตรจะยังคงเดิม แต่ส่วนลดการเดินทางจาก รฟม. จะเปลี่ยนไป โดยสามารถตรวจสอบได้จากเมนู “ข้อมูลบัตร” ในเป๋าตังเปย์ ในแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”

กรณีลูกค้าที่ถือบัตร Mangmoom EMV รุ่น Adult แล้วมีอายุถึง 60 ปี โดยบัตรยังไม่หมดอายุ ประเภทบัตรจะยังคงเดิม แต่ส่วนลดการเดินทางจาก รฟม. จะเปลี่ยนไป โดยสามารถตรวจสอบได้จากเมนู “ข้อมูลบัตร” ในเป๋าตังเปย์ ในแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”

ขึ้น MRT ใช้บัตรเครดิต-เดบิต ของเจ้าไหนได้บ้าง ?

สำหรับบัตร EMV ที่รองรับการใช้แตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า MRT มีทั้งบัตร Mangmoom EMV, บัตร MRT EMV รวมถึงบัตรเครดิต-บัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ดังนี้

บัตรเครดิต Visa และ Mastercard : ทุกธนาคาร

บัตรเดบิต : ธนาคารยูโอบี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)

บัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) : บัตรเครดิต อิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเงินด่วน เอ็กเพรส แคช ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ และ บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์

บัตรพรีเพด : BigPay, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงเทพ

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานบัตร EMV จะได้รับส่วนลด 14-15 บาท เมื่อเดินทางเปลี่ยนถ่ายระบบรถไฟฟ้าสายที่กำหนด คือ MRT สายสีน้ำเงิน-สายสีม่วง (เปลี่ยนสายที่สถานีเตาปูน) MRT สายสีเหลือง-สายสีน้ำเงิน (เปลี่ยนสายที่สถานีลาดพร้าว) และ MRT สายสีม่วง-สายสีชมพู (เปลี่ยนสายที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี)

ใช้บัตร EMV ขึ้นขนส่งสาธารณะ ตัดเงินค่าโดยสารอย่างไร ?

การใช้บัตร EMV ทั้งบัตรเดบิต บัตรเครดิต และบัตรพรีเพด เพื่อเข้า-ออก เดินทางในระบบรถไฟฟ้า หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ จะมีรูปแบบการตัดเงินค่าโดยสารที่แตกต่างกัน ดังนี้

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง : ตัดยอดเงินรวมเพียงครั้งเดียว ในเวลา 02.00 น. ของวันถัดไปที่ใช้บริการ

รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง และสายสีชมพู : ตัดยอดเงินหลังแตะบัตรเข้า-ออก ที่ประตูอัตโนมัติ (Gate) ภายใน 1-2 นาที

รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง : ตัดยอดเงินหลังแตะบัตรเข้า-ออก ที่ประตูอัตโนมัติ (Gate) ภายใน 1-2 นาที

ทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย : ตัดยอดเงินหลังแตะบัตร ภายใน 1-2 นาที

ดอนเมืองโทลล์เวย์ รถเมล์ ขสมก. และรถบัส บขส. (ไม่รวมรถร่วม) : ตัดเงินทันทีเมื่อแตะบัตร หากยอดเงินไม่พอ จะไม่สามารถผ่านเข้า-ออกได้

เช็กรายการย้อนหลัง ขึ้น MRT ทำอย่างไร ?

สำหรับการเช็กรายการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ย้อนหลัง สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต-บัตรเดบิต-บัตรพรีเพด แตะเข้า-ออกรถไฟฟ้า MRT สามารถลงทะเบียนได้ตามวิธีดังนี้

1. เข้าเว็บไซต์ https://metro.bemplc.co.th/EMV-Contactless หรือ www.mangmoomemv.com ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าสู่หน้าหลัก และเลือก “ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ”

2. เลือก “ลงทะเบียน”

3. กรอกรายละเอียด ชื่อ นามสกุล อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ รหัสผ่าน และเลือก “ลงทะเบียน”

4. กรอกรหัส OTP ที่ส่งมายังอีเมล์ที่ระบุ เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นเลือก “ดำเนินการต่อ”

5. ลงทะเบียนสำเร็จ

ทั้งนี้ บัตรที่จะลงทะเบียนเข้าใช้ระบบดังกล่าวได้ ต้องเคยนำไปแตะเข้า-ออกระบบแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบได้จากรายการย้อนหลังของบัญชีธนาคาร หรือรายการใช้จ่าย กรณีใช้บัตรเดบิต-บัตรเครดิต แตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู สายสีเหลือง และรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง

วิธีปลด Deny List กรณีใช้ EMV เข้า MRT ไม่ได้

อีกหนึ่งในเรื่องที่อาจเจอได้กับการใช้บัตร EMV ขึ้นรถไฟฟ้า คือ บางครั้งบัตรแตะแล้วไม่สามารถเข้าระบบ MRT ได้ สาเหตุหลักมักเกิดจาก “บัตรมียอดค้างชำระ” หรือ “ตัดเงินไม่สำเร็จ” จึงทำให้ถูกปฏิเสธการใช้งาน (Deny List)

สำหรับวิธีการปลด Deny List นั้น BEM ระบุวิธีการปลดไว้ดังนี้

1. เติมเงิน 2 เท่า ของยอดค้างชำระ*
2. นำบัตรไปแตะที่ประตูอัตโนมัติ ณ สถานี MRT หรือ ผ่านเว็บไซต์แมงมุม**
3. รอดำเนินการ 1 – 2 ชม. จากนั้นใช้เดินทางได้ตามปกติ

หมายเหตุ :
* ขั้นตอนการปลด Deny List เฉพาะบัตร Mangmoom EMV, MRT EMV, บัตรเดบิต และพรีเพด
** กรณีการดำเนินขั้นตอนผ่านเว็บไซต์แมงมุม จะต้องเป็นยอดค้างชำระต่ำกว่า 150 บาทและไม่เกิน 6 วัน นับจากวันเดินทาง

ทั้งนี้ หากพบปัญหา หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม ผ่าน ศูนย์บริการข้อมูลรถไฟฟ้า MRT 0-2624-5200

ที่จอดรถ รฟม. เชื่อมระบบสู่ Smart Parking

ขณะที่การใช้งานที่จอดรถของ รฟม. นั้น มีการระบุว่า สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า MRT ด้วยระบบ Smart Parking เพียง 4 ขั้นตอน ดังนี้

  • กดรับ QR-Code Slip หรือ Scan QR-Code บนแอปพลิเคชัน MRTA Parking ที่ตู้ Kiosk บริเวณทางเข้า
  • ทำรายการบันทึกส่วนลดที่ตู้ E-Stamp ที่ติดตั้งภายในสถานีรถไฟฟ้าที่บริเวณ Paid Area สำหรับผู้ที่โดยสารรถไฟฟ้า
  • ทำการชำระค่าบริการจอดรถที่ตู้ชำระเงิน (Payment Kiosk) ที่อาคารและลานจอดรถ หรือชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคารด้วย QR Payment
  • นำรถออกจากอาคารและลานจอดรถ โดยไม้กั้นจะเปิดอัตโนมัติ ในกรณีไม้กั้นไม่เปิด ให้ใช้ QR-Code สแกนที่ตู้ทางออก

รู้จักเพิ่มเติม “บัตร EMV”

สำหรับบัตร EMV ไม่ใช่บัตรประเภทใหม่ที่หลายคนอาจจะเข้าใจ แต่เป็นชื่อเรียกมาตรฐานความปลอดภัยของบัตรชำระเงิน

โดย EMV ย่อมาจากชื่อของ 3 เครือข่ายการชำระเงิน ได้แก่ Europay, Mastercard and Visa ซึ่งร่วมกันกำหนดมาตรฐานสำหรับการทำงานระหว่างกันของบัตรที่มี IC Chip เช่น บัตรเครดิต กับเครื่อง Terminal เช่น เครื่องรูดบัตร หรือตู้ ATM ซึ่งต่อมาบัตรเครดิตค่ายอื่น ๆ ก็เข้าร่วมเพิ่มขึ้น และพัฒนากลายเป็นมาตรฐานสากล (แตกต่างจากบัตรแถบแม่เหล็กแบบเดิม)

มาตรฐาน EMV จะกำหนดวิธีการติดต่อในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกายภาพ ระดับการเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และระดับแอปพลิเคชั่น สำหรับธุรกรรมทางการเงิน จึงทำให้มีความปลอดภัยและใช้งานร่วมกันได้ทั่วโลก โดยองค์ประกอบสำคัญคือการมีข้อมูลดิจิทัลแบบพลวัตอยู่ในทุกธุรกรรม ทำให้ธุรกรรมลักษณะนี้มีความปลอดภัย ยากต่อการทำซ้ำ

มาตรฐาน EMV ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของเทคโนโลยีด้านการชำระเงิน โดยจะทำให้ธุรกรรมผ่านบัตรและช่องทางชำระเงินต่าง ๆ มีความปลอดภัยสูงขึ้น ชาญฉลาดยิ่งขึ้น และไว้วางใจได้มากขึ้น และเมื่อผนวกกับเทคโนโลยี Contactless (การชำระเงินแบบแตะจ่าย) ทำให้การชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้รับการปกป้องด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น โดยไม่ต้องยุ่งยากกับเงินสดอีกต่อไป ด้วยการชำระเงินที่รวดเร็วและง่ายดาย เพียงแค่แตะเพื่อจ่ายเงินในทุกแห่งที่คุณเห็นสัญลักษณ์ Contactless

ระบบ EMV ช่วยเปลี่ยนโฉมการใช้งานระบบรถไฟฟ้า จากเดิมที่ต้องมีบัตรโดยสารของผู้ให้บริการแต่ละสายแยกกัน หรือต้องซื้อเหรียญ-ซื้อตั๋วโดยสารในแต่ละครั้ง เป็นการที่สามารถใช้งานบัตรเครดิต/บัตรเดบิต แตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้าได้ทันที ลดการพกบัตรหลายใบได้ ซึ่งประเทศไทยมีการผลักดันสังคมไร้เงินสด ส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงบัตรเดบิตมาตั้งแต่ปี 2559

EMV Contactless Transit บัตร EMV บัตรเดบิต บัตรเครดิต รถไฟฟ้า

ทั้งนี้ โดยทั่วไป บัตร EMV แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

1. บัตร EMV แบบ Contactless (แตะจ่าย)

บัตร EMV แบบ Contactless สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียบบัตรหรือรูดบัตร แต่ใช้วิธี “แตะ” กับเครื่องอ่านที่รองรับเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) เหมาะกับธุรกรรมมูลค่าน้อย เช่น การซื้อของในร้านสะดวกซื้อ หรือจ่ายค่ารถไฟฟ้า จุดเด่นคือความรวดเร็วและไม่ต้องสัมผัส

2. บัตร EMV แบบ Chip & Signature

แทนที่จะใช้รหัส PIN ผู้ใช้จะต้องเซ็นชื่อ เพื่อยืนยันตัวตนใน “ทุกธุรกรรม” เช่น เวลาใช้บัตรรูดที่ร้านค้า พนักงานจะตรวจสอบลายเซ็นบนใบเสร็จเทียบกับลายเซ็นที่ด้านหลังบัตร

3. บัตร EMV แบบ Chip & PIN

บัตรประเภทนี้จะต้องใช้ รหัส PIN (Personal Identification Number) ในการยืนยันตัวตนทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม เช่น การชำระค่าสินค้า หรือการถอนเงินผ่านตู้ ATM ระบบนี้ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผู้ถือบัตรต้องรู้รหัสลับจึงจะสามารถใช้งานบัตรได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นับถอยหลัง 1 มิ.ย. 2569 MRT เปลี่ยนผ่านบัตรโดยสาร สู่ระบบ EMV เป็นทางการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...