“ภราดร” ซัด ปชน. สร้างวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” ดิสเครดิตรัฐบาล ย้ำทุกพรรคเป็น “เอเจนต์ประชาชน”
“ภราดร” ซัด ปชน. สร้างวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” ดิสเครดิตรัฐบาล ย้ำทุกพรรคเป็น “เอเจนต์ประชาชน” ชี้ ภท.เติบโตจากเสียงประชาชนและแรงหนุนพรรคสีส้ม พร้อมเชิญทุกฝ่ายหยุดการเมืองเชิงวาทกรรม หันหน้าร่วมแก้วิกฤตเศรษฐกิจ-พลังงานประเทศ
วันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาชนบอกว่าพรรคภูมิใจไทยอาจเป็นเอเจนต์คนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ว่า ทุกพรรคการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งมาเป็นเอเจนต์ของประชาชน ที่ตัดสินใจเลือกพรรคตัวเองเข้ามา พรรคภูมิใจไทยก็เป็นเอเจนต์ของประชาชนที่เลือกเข้ามา พวกตนไปนำเสนอนโยบายของพรรค เขาถูกใจนโยบายเขาก็เลือกเข้ามา เพื่อเป็นเอเจนต์ของเขาในการไปขับเคลื่อนนโยบาย เช่นเดียวกันพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ก็เป็นเอเจนต์ของคนกากบาทเลือกเขาเข้ามา เพื่อไปทำภารกิจตามที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน เพราะฉะนั้นทุกพรรคการเมืองเป็นเอเจนต์ของประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา ส่วนระบอบสีน้ำเงินตนไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่พรรคภูมิใจไทยมีสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของพรรค ที่แน่ๆ พวกเราถูกเรียกว่าพรรคสีน้ำเงิน อันนี้ตนยอมรับว่าเป็นพรรคสีน้ำเงินจริงๆ เพราะสัญลักษณ์ของพรรคเป็นสีน้ำเงิน พรรคสีน้ำเงินเติบโตขึ้นเพราะเกิดจากกากบาทของประชาชนเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ก่อนหน้านั้นการเติบโตของพรรคสีน้ำเงิน เติบโตขึ้นจากพรรคสีส้ม พวกตนมีเพียง 70 เสียงในขณะนั้น ไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และเป็นรัฐบาลเดียวที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของพรรคสีส้ม ทำให้พวกตนได้มีโอกาสทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึง 4 เดือน ตาม MOA ด้วยซ้ำไป มีโอกาสทำหน้าที่เพียงแค่ 2 เดือนกว่าๆ แต่ก็ใช้เวลาทุกวินาทีขับเคลื่อนนโยบายที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ สัญญาไว้กับพรรคประชาชน เราใช้เวลา 2 เดือนกว่าๆ ขับเคลื่อนจนกระทั่งสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับประชาชนในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จนเกิดความเติบโตขึ้นของพรรคสีน้ำเงิน นั่นคือพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 190 เสียง เพราะฉะนั้นการเติบโตของพรรคสีน้ำเงินเติบโตขึ้นจากประชาชนและจากพรรคประชาชนในการสนับสนุนให้นายอนุทิน เป็นนายกรอบที่หนึ่ง
เมื่อถามว่าคิดว่าการที่พรรคประชาชนออกมาพูดแบบนี้เขาต้องการอะไร นายภราดร ระบุว่า สร้างวาทกรรม และต้องการดิสเครดิตรัฐบาลในขณะนี้ ตนคิดว่าเราควรต้องกลับมาทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตสถานการณ์ที่รุนแรงมาก ในทางเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงาน จากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าสงครามจะยุตติลงเมื่อไหร่ และวิกฤตของประเทศที่เกี่ยวข้องกับพลังงานจะยืดยาวไปถึงเมื่อไหร่ ตนอยากเชิญชวนทุกฝ่ายให้หยุดวาทกรรมแล้วมาช่วยกันทำหน้าที่ เมื่อเป็นฝ่ายค้านก็ท้วงติงแบบมีเหตุมีผล ใช้วิธีของสภามาท้ววติงในการทำหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่ไปสร้างวาทกรรมใหม่ขึ้นมาเป็นระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าระบอบสีน้ำเงินคืออะไร ย้ำอีกครั้งว่ามีเพียงพรรคสีน้ำเงิน คือ พรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามว่าจะเรียกร้องให้พรรคประชาชนออกมาพูดหรือไม่ว่าใครเป็นตัวการของระบอบสีน้ำเงิน นายภราดร กล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ พวกตนในฐานะพรรคการเมืองและทุกพรรคการเมืองก็เป็นเอเจนต์ของประชาชนทั้งนั้น รับสัญญาณจากประชาชนมาก็หน้าที่เป็นเอเจนต์ขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ ตามเจตนาที่เขาเลือกพวกเราเข้ามา