โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ADVANC ชัดดาต้าเซ็นเตอร์ บิ๊กโปรเจ็กต์เมืองทองธานี

ทันหุ้น

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ADVANC #ทันหุ้น – ADVANC ประกาศขยาย Data Center, Cloud ชี้ไทยคือจุดมุ่งหมายสำหรับอุตสาหกรรมนี้ เป็นโอกาสบริษัท ลั่นไทยต้องมีการประมวลผลเป็นของตัวเอง ล่าสุดได้ผนึกกำลังกับ BLAND ในการยกระดับพื้นที่เมืองทอง สู่ Smart City 4,000ไร่ ทุ่มงบลงทุนมหาศาลวางโครงการพื้นฐานดิจิทัลใน 12เดือน

นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า บริษัทจะเดินหน้าในการสร้างและขยาย Data Center, Cloud เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และเสถียร มีศักยภาพในการประมวลผลรวมถึงการเชื่อมต่อระดับโลก

ปัจจุบันไทยได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับอุตสาหกรรม Data Center และ Cloud จากการที่มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มากกว่า 30 ราย ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับบริษัท โดย AIS นับเป็นผู้ดำเนินการวางโครงสร้างพื้นฐานให้กับเกือบทุกนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

“การลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาในไทย บริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่นักลงทุนต้องการ ซึ่งบริษัทต่างชาติต้องการเข้ามาประมวลผลในไทยแล้วส่งกลับออกไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ข้อมูลในเมืองไทยถูกประมวลผลและใช้งานภายในเมืองไทยเอง”

@ เดินหน้า Data Center ไทย

นายปรัธนา กล่าวย้ำว่า โครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งCloud Data Center และ Cloud AI นับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย การประมวลผลข้อมูลสำคัญของประเทศควรจะต้องเกิดขึ้นภายในประเทศ ไม่ส่งออกไปภายนอก ADVANC จึงมีแนวคิดหลักคือการสร้างSovereign Cloud และ Sovereign AI หรือการให้ความสำคัญกับการประมวลผลข้อมูลสำคัญของประเทศ เช่น ข้อมูลประชาชน ข้อมูลการศึกษา สุขภาพ และภาษี ให้เกิดขึ้นภายในประเทศแทนการส่งออกไปภายนอก เพื่อความมั่นคงและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ในส่วนการพิจารณากำหนดอัตราค่าบริการสำหรับ Data Center ทั้งค่าไฟฟ้าหรือหลักเกณฑ์การลงทุน ยังต้องรอความชัดเจนของนโยบายต่อไป ซึ่งทางบริษัทไม่ได้มีความกังวลต่อนโยบายภาครัฐ เนื่องจากเชื่อมั่นว่านโยบายต่างๆ จะออกมาเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนาประเทศในภาพรวม โดย ADVANC มีความพร้อมจะทำหน้าที่ในการพัฒนา Smart City ด้วยDigital Infrastructure ต่อไป

@ บิ๊กโปรเจ็กต์เมืองทอง

ล่าสุด ADVANC ได้ผนึกกำลัง บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND ในการยกระดับพื้นที่เมืองทองธานีสู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบของไทย ภายใต้แนวคิด“Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City” เพื่อพัฒนาเมืองทองธานีจากศูนย์กลางการจัดงานและอีเวนต์ระดับประเทศ สู่ Hub Connectivity City ซึ่งถือว่าโครงการ Smart City ที่เมืองทองธานี เป็นโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ชิ้นแรกในแง่ของ Dedicated Infrastructure

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาบริษัทจะเคยทำโครงสร้างเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์ประชุม หรืออาคารคอมเพล็กซ์ต่างๆ มาบ้างแล้ว โดยโครงการนี้มีขนาดใหญ่ด้วยพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย บริษัทเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ ADVANC จากสถิติมีคนเดินทางเข้า-ออกเมืองทองธานีสูงถึง 2.2 ล้านคนต่อเดือน หรือมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี

ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านดิจิทัลที่เข้มแข็งนี้ ตั้งเป้ายกระดับการเข้าถึงสัญญาณ ในพื้นที่เมืองทองธานีให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกระดับให้เข้าถึงทุกซอกทุกมุมได้มากกว่า 98% ขึ้นไป จากเดิมที่อาจจะครอบคลุมเพียง 70% โดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดใหญ่อย่าง Impact Arena ที่เดิมทีการเข้าถึงสัญญาณทำได้ยากในช่วงที่มีงานคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมใหญ่ ๆ ดังนั้นโครงสร้างใหม่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ให้ใช้งานได้ลื่นไหล

@ ใช้งบลงทุนมหาศาล

อย่างไรก็ดีคาดการณ์ว่าระบบทั้งหมดจะมีความพร้อมสมบูรณ์และเป็นรูปธรรมภายใน 12 เดือนข้างหน้า โดยในปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่มีความพร้อมอยู่แล้ว ด้านงบลงทุนทางADVANC จะเป็นคนจัดสรรเองทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะเป็นเม็ดเงินลงทุนมหาศาล โดยโครงสร้างพื้นฐานหลักที่จะถูกนำมาใช้ในโครงการนี้มี 4 ส่วนสำคัญ คือ

1. การใช้เครือข่าย 5G ที่มีความเร็วและครอบคลุมกว้างไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโครงการขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานหนาแน่นทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะศูนย์จัดงานและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานพร้อมกันหลักหมื่นคน

2.Fiber to the Room การนำโครงข่ายใยแก้วนำแสงความเร็วสูงส่งตรงถึงทุกบ้านและทุกห้องพัก พร้อมรองรับบริการอัจฉริยะในอนาคต ตั้งแต่ Smart Home, Work from Home ไปจนถึง Telemedicine และระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล

3.Global Connectivity การเชื่อมต่อประเทศไทยออกสู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center, AI และ Cloud เพื่อรองรับการเติบโตของภาคธุรกิจในเมืองทองธานี

4.ยกระดับประสบการณ์คอนเสิร์ตและอีเวนต์ของ IMPACT ด้วยเครือข่าย WiFi และระบบเชื่อมต่อที่รองรับผู้ร่วมงานจำนวนมาก ให้การสื่อสาร ธุรกรรม และ Digital Engagement ดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...