โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

S&P Global ชี้สงครามอิหร่านดัน ‘สหรัฐ’ ขึ้นแท่นฮับพลังงานโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทที่ปรึกษา S&P Global ได้เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า สถานการณ์สงครามอิหร่านและความหยุดชะงักของตลาดพลังงานทั่วโลก กำลังกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่สำหรับการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ “สหรัฐอเมริกา”

ปัญหาสินค้าติดขัดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการกระจายแหล่งพลังงานทางภูมิศาสตร์ เพื่อรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก

แดเนียล เยอร์กิน (Daniel Yergin) นักประวัติศาสตร์และที่ปรึกษาด้านพลังงานและรองประธานของ S&P Global ได้แสดงทัศนะว่า ในปัจจุบันกระแสความนิยมก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐนั้นค่อนข้างรุนแรงมาก

หลังจากนี้คาดว่าผู้ซื้อทั่วโลกจะหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงาน และมองหาทางเลือกอื่นเพื่อทดแทนจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นปัญหาคอขวดในการขนส่ง ส่งผลให้สหรัฐกลายเป็นเป้าหมายหลักในการเลือกซื้อ LNG เพื่อกระจายความเสี่ยง

นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้น สหรัฐในฐานะผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยชดเชยปริมาณก๊าซที่ขาดหายไปจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเพิ่มปริมาณการส่งออกไปยังตลาดยุโรปและเอเชีย

ในขณะที่ศูนย์กระจายสินค้า Ras Laffan ของกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกำหนดการเปิดดำเนินงาน หลังจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ความต้องการพลังงานจากสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น

‘สหรัฐ’ จ่อครองสัดส่วน LNG 25%

เอริค ไอเบิร์ก (Eric Eyberg) รองประธานฝ่ายให้คำปรึกษาด้านก๊าซและ LNG ของ S&P Global Energy คาดการณ์ว่า สหรัฐจะมีการอนุมัติเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับการส่งออก LNG อีก 30 ล้านตันต่อปี ภายในช่วง 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า โดยก๊าซธรรมชาติที่จะนำมาป้อนโรงงานผลิต LNG ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐจะเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า

รายงานของ S&P ระบุว่า ภายในปี 2031 การส่งออก LNG ของสหรัฐจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 25% ของความต้องการก๊าซทั้งหมดภายในประเทศ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากระดับเกือบ 13% ในปีนี้

การส่งออกที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวกลับส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของประชาชนภายในประเทศสหรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากสหรัฐมีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีปริมาณมหาศาล

วิกฤติความขัดแย้งในอิหร่านครั้งนี้ จึงเป็นตัวเร่งให้เม็ดเงินลงทุนในภาคพลังงานย้ายออกจากกลุ่มประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย มุ่งหน้าสู่สหรัฐอเมริกาและพื้นที่นอกตะวันออกกลางอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...