โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.กลาโหม เมินกัมพูชาดีลอาวุธจีน เชื่อมั่นศักยภาพผู้นำไทยเดินสายการทูตเชิงรุก พร้อมมั่นใจจัดซื้อเรือฟริเกต ทร. โปร่งใสตาม TOR

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มิถุนายน 2569 เวลา 1.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รมว.กลาโหม ไม่กังวลกรณี 'ฮุน เซน-เตีย บันห์' เยือนจีนเพื่อเจรจาด้านอาวุธ ชี้เป็นเรื่องปกติของแต่ละประเทศในการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคง ย้ำกลไกชายแดนไทยมีมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นนโยบายการทูตเชิงรุกของรัฐบาล ก่อนเตรียมร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16-20 ก.ค. นี้

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ พล.อ.เตีย บันห์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจมีการเจรจาในข้อตกลงด้านอาวุธยุทโธปกรณ์

พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นสิทธิและภารกิจด้านความมั่นคงของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปห้ามปรามได้ เช่นเดียวกับกองกำลังตามแนวชายแดนของไทยที่มีการดัดแปลงที่มั่นและการเตรียมความพร้อมตามแนวทางทหาร ซึ่งทางกัมพูชาก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน สิ่งสำคัญคือประเทศไทยต้องมีความเชื่อมั่นในมาตรการทางการทูตเชิงรุกของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้นำรัฐบาลไทย

นอกจากนี้ รมว.กลาโหม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ตนมีกำหนดการจะเดินทางร่วมคณะของนายกรัฐมนตรี ในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของรัฐบาลจีนเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป

นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ โดยระบุว่า ได้มอบนโยบายแก่ปลัดกระทรวงกลาโหมให้ยึดหลักผลประโยชน์ของกองทัพเรือและประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดขอบเขตงาน หรือ TOR ภายใต้กรอบงบประมาณและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนรายละเอียดเชิงลึกทางเทคนิคเป็นหน้าที่ของกองทัพเรือเป็นผู้ชี้แจง

พล.ท.อดุลย์ ยืนยันความมั่นใจว่า กระบวนการจัดหาเรือฟริเกตครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความโปร่งใส เนื่องจากมีขั้นตอนและข้อบังคับตามกฎหมายรองรับอย่างเข้มงวด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ได้รับมอบหมายมาจากนายกรัฐมนตรี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเชื่อมโยงกับนโยบายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ พล.ท.อดุลย์ ชี้แจงว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศจะต้องมีเงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และการแลกเปลี่ยนสินค้าทางเศรษฐกิจร่วมด้วย เช่น ในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ย่อมต้องมีการเจรจาขอความร่วมมือให้ประเทศผู้ขายร่วมสนับสนุนการซื้อสินค้าเกษตรจากประเทศไทยในสัดส่วนร้อยละ 10-15 แม้เงื่อนไขดังกล่าวจะไม่สามารถระบุลงใน TOR ได้โดยตรง แต่เป็นแนวทางความร่วมมือที่สามารถขับเคลื่อนผ่านการเจรจาระหว่างประเทศได้

นอกจากนี้ รมว.กลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากโอกาสที่ได้เดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศสเพื่อศึกษาดูงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และได้หารือกับผู้ประกอบการหลายประเทศ ยืนยันว่าแนวทางการเจรจาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนสินค้าต่างตอบแทนสามารถทำได้จริง โดยสัดส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะดึงผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมห่วงโซ่การผลิตนั้น จะขึ้นอยู่กับชั้นเชิงและฝีมือในการเจรจาของคณะทำงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...