โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ รับอุปการะเด็กในคลิปไวรัล TikTok ทนเห็นโดนบูลลี่ไม่ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 มิ.ย. 2565 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2565 เวลา 03.40 น. • The Bangkok Insight

หนูแหม่ม สุริวิภา ควงสามี บ๊อบบี้ เปิดใจ สุดเห่อลูกสาว อายุ 1 ขวบ หาโรงเรียนรอแล้ว เผยรับอุปการะเด็กในคลิปไวรัล TikTok เพิ่มอีกคน ทนเห็นโดนบูลลี่ไม่ได้

เปิดครอบครัวสุดอบอุ่นของพี่ หนูแหม่ม สุริวิภา กับคุณสามี บ๊อบบี้ ที่ล่าสุด (31 พ.ค.) ได้อุ้ม น้องแอลลี่ มาเผยความน่ารักครั้งแรกพร้อมเผยพัฒนาการของลูกสาววัย 1 ขวบ 2 เดือน สายลุย ฟังเข้าใจแล้ว 3 ภาษา งานนี้แด๊ดดี๊บ๊อบบี้เห่อหนักมาก ติดกล้องวงจรปิดทั่วบ้านเอาไว้ดูลูกโดยเฉพาะ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ, ชมพู่ ก่อนบ่าย และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

หนูแหม่ม สุริวิภา รับอุปการะเด็กในคลิปไวรัล TikTok ทนเห็นโดนบูลลี่ไม่ได้

น้องแอลลี่กี่ขวบแล้ว ?

หนูแหม่ม : 1 ขวบ 2 เดือน เมื่อวานนี้

เห็นว่าพูดได้ 3 ภาษา ?

หนูแหม่ม : ณ วันนี้แอลลี่ยังไม่ได้พูด เขาเดินก่อน แต่ว่าเราเดากันว่าแอลลี่เข้าใจทุกภาษาที่ทุกคนคุยในบ้าน มีภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และกะเหรี่ยง เพียงแต่ว่าเขายังไม่ได้เลือกที่จะพูดภาษาอะไรก่อน

ตามเกณฑ์การพูดพี่หนูแหม่มมองว่าน้องช้าไหม ?

หนูแหม่ม : เด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หนูแหม่มไม่รู้สึกว่าช้านะคะ หนูแหม่มว่าเมื่อไหร่ที่เขาพร้อม เดี๋ยวเขาก็จะพูด เพราะว่าเขายังขยับปากตามเรา เขาฟังเรา เขาสื่อสารกับเรา ซึ่งเราก็คุยกับคุณหมอตลอด คุณหมอก็ไม่ได้เร่งอะไรเขาหนูแหม่มคิดว่าไม่หรอกมันตามเกณฑ์

เห็นว่ามีชาวเน็ตช่วยเลี้ยงด้วย ?

หนูแหม่ม : ไม่เยอะ ๆ เขาน่าจะเห็นแล้วคงเป็นห่วง เขาบอกว่าน่าจะฝึกให้น้องใส่แมสก์ ซึ่งน้องยังเด็กเกินไป คุณหมอบอกว่าถ้าจะฝึกใส่แมสก์จริง ๆ ก็ต้อง 2 ขวบขึ้นไป แต่ก็ขอบคุณนะคะ เขาเป็นห่วงนั่นแหละ เพราะน้องยังเล็กมาก

การมีลูกเขาสามารถเติมเต็มได้จริงไหม หรือเขาสามารถประสานความเป็นชีวิตคู่ให้มันต่อไปได้สำหรับกรณีการมีลูก ?

หนูแหม่ม : เอาเติมเต็มก่อน ถ้าคิดว่าอยากให้เติมเต็ม ผิดตั้งแต่คิดแล้ว เราต้องมีพอก่อน ต้องมีเหลือก่อน ใจเราพร้อมก่อน หมายถึงเหลือในเรื่องของความรัก เหลือในเรื่องของการที่อยากจะให้ เหลือในเรื่องของการที่เห็นเขาอยากได้รับโอกาส อย่าคิดว่าต้องมาเติมเต็ม เพราะเราไม่ได้คิดว่าเขามาเติมเต็มเรามีล้นอยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นความรัก โอกาสความสุข อันนั้นคือคำตอบที่ว่าเราพร้อมแล้วหรือยัง ทุกอย่างเหมือสวรรค์จัดสรรให้เราแล้ว มันเป็นพรหมลิขิต ถ้าเราไปกระเสือกกระสนเราจะไม่ได้อารมณ์นี้เลย

ทั้งที่ทุกวันนี้พี่หนูแหม่มจดทะเบียนรับเป็นลูกตามกฎหมาย แต่พี่หนูแหม่มจะให้เกียรติแม่แท้ ๆ เขามากที่สุด ?

หนูแหม่ม : ใช่ค่ะ อันนั้นคือเบอร์ 1 เขาโตมาเขาก็ต้องรู้ด้วยว่าอันนั้นคือเบอร์ 1 ของเขา

ถ้าสมมติในอนาคตแม่ ๆ ต้องไปใช้ชีวิตของเขาไม่อยู่กับเราแล้ว ?

หนูแหม่ม : เรามองว่านั่งคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของแม่ ๆ และแอลลี่ แต่วันที่แอลลี่มั่นคงในทุกด้านอย่าง เช่น สามารถดูแล จัดสรร รับผิดชอบต่อชีวิตเขาได้ หมายถึงว่าเขาโตที่จะตัดสินใจเองได้ คือเกิดขึ้นแน่นอน การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือฟอร์มให้แอลลี่เป็นคนที่เข้มแข็ง แล้วก็รับได้กับทุกสถานการณ์ ตัดสินใจเองได้ในทุกสถานการณ์ วันนั้นโบยบินเลยลูก

เราเตรียมความรู้สึกตรงนี้ยังไง ?

หนูแหม่ม : หนูแหม่มเตรียมตั้งแต่วันแรกที่เราจะรับ

บ๊อบบี้ : ก่อนเรารับ เรามาคุยกันก่อน

หนูแหม่ม : เราประชุมกันทั้ง 2 ครอบครัวแล้ว ให้ไปถามยาย ถามตา ถามปู่ ถามย่า พ่อ ๆ แม่ ๆ ว่ายังไง พี่หนูแหม่มไม่ได้คุยกัน 2 คน เพราะฉะนั้นเราวางแผนตั้งแต่วันแรกแล้ว

บ๊อบบี้ : เราคุยกันแต่แรก แอลลี่จะอยู่กับใครหรือตัดสินใจอะไรเป็นสิทธิ์ของแอลลี่เลย เราจะไม่ทะเลาะ ไม่บังคับ เราจะไม่เป็นแบบนั้น เราแค่อยากให้แอลลี่โตขึ้นเป็นคนดี

พอมีเด็กสักคนมาอยู่ในบ้านมันไม่ต้องการอะไรอีกแล้วจริงไหม ?

บ๊อบบี้ : เมื่อก่อนแหม่มกลับมาจากที่ทำงาน ร้อน โมโหนู่นนี่ เจอแอลลี่ยิ้มทีเดียวหาย

หนูแหม่ม : เรากลัวเขารับความเทา ๆ จากเราไป เราต้องเปลี่ยนโหมด

เห็นว่าตอนนี้ไปดูโรงเรียนแล้วเหรอ ?

หนูแหม่ม : เผอิญว่าเราเห็นในเฟซบุ๊ก เป็นเนอร์สเซอรี่ พาแอลลี่ไปเที่ยวเล่นดีกว่า เขาชอบนะคะ

หลายคนมองว่าแอลลี่เพิ่งขวบกับ 2 เดือน ไปดูโรงเรียนแล้ว เห่อไปหรือเปล่า ?

หนูแหม่ม : ก็เห่อนะ จริง ๆ เราเตรียมถึงเข้าอนุบาลไปแล้ว

ปรับตัวกันยากไหมพอมีน้องเข้ามา ในการใช้ชีวิตส่วนตัว หรือเรื่องบางที่รู้สึกเหตุผลไม่ตรงกัน ?

หนูแหม่ม : ถ้าเป็นเมื่อก่อน พี่ว่าน่าจะไฟว์กันบ้านแตกแน่เลย แต่ชีวิตมันมาถึง 55 มันเหมือนต้องฟังความอีกข้างนึงด้วย แล้วค่อยเอามาไตร่ตรอง

เห็นว่ามีรับเลี้ยงน้องบุญธรรมอีกคนชื่อน้องจิ๊กซอว์ ?

หนูแหม่ม : ใช่ค่ะ ๆ ของน้องจิ๊กซอว์จะเป็นแนวอุปการะ ไม่ได้ยกเป็นบุตรบุญธรรม จริง ๆ น้องจิ๊กซอว์ทุกคนเคยเห็นเขาแล้วในไวรัลข่าวเมื่อปีนู่น น้องจิ๊กซอว์เป็นเด็กคนนึงที่แม่กำลังถ่ายคลิปแล้วนั่งร้องไห้ เป็นข่าวเกือบทุกสถานีเลยนะ บอกว่าแม่น้องอยากขาว เขาพูดภาษาใต้ แม่ก็เลยตกใจถ่ายคลิปไว้ ทำไมน้องถึงพูดแบบนี้ เขาบอกปู่ดำกับปู่เล็กเรียกน้องว่า อีดำ แล้วก็ร้องไห้ เขาบอกน้องดำ ๆ น้องอยากขาว ๆ ด้วยความที่น้องเป็นผิวที่ติดทะเล หรืออาจจะเป็นคุณปู่ คุณตา ผิวสีก็ได้ ทุกคนก็จะเรียกแบบที่เราพูดไปเมื่อกี้

เรารู้สึกว่าเด็กคนนึงไม่ควรที่ถูกบูลลี่อะไรแบบนี้ เขาเด็กเกินกว่าที่จะมาแบกรับสถานการณ์แบบนี้ เราไม่มีทางรู้ว่าถ้าเขารับมือไม่ได้ อนาคตจะเป็นยังไงพี่รู้สึกว่าเราจริตตรงกันตั้งแต่วันที่เห็นในข่าว ก็เลย DM คุยกับคุณแม่ไป ด้วยความที่เราอ่อนหัดเรื่อง TikTok มากเมื่อปีนู้น ก็ไม่เห็นแม่ตอบสักที แม่เขาคงคิดว่าเราเป็นตัวปลอมหรือแบบอาจจะมาหลอกเขาหรือเปล่า ก็ไม่ได้รับการตอบ

1 ปีผ่านไป พี่ก็เก่ง TikTok ขึ้น คลิปใหม่น้องก็เด้งขึ้นมา พี่ก็รีบคุยไปเลย โชคดีครั้งที่ 2 พี่เก่ง TikTok แล้ว แม่ก็เลยตอบกลับมา เขาขอโทษข้อความเมื่อปีนู้นเขาไม่ได้อ่าน มันไม่ขึ้นมา เขาบอกอย่างนี้ พี่ก็เลยรู้สึกแบบนี้แหละเป็นจุดเริ่มต้น พี่ขอเป็นส่วนนึงในครอบครัวของคุณแม่ ทำให้น้องเข้มแข็งทางภาวะอารมณ์ของเด็ก 5 ขวบ จริง ๆ น้องไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นพูด พี่รู้สึกว่าพี่ทนไม่ได้ที่เด็กถูกบูลลี่ เราจะซัพพอร์ตน้องในทุกเรื่อง

เรื่องอะไรบ้าง ?

บ๊อบบี้ : เรียนเป็นหลัก เรียนภาษาอังกฤษ เรียนว่ายน้ำ กิจกรรมที่จิ๊กซอว์อยากทำ เราสนับสนุน ไปซื้อของ ซื้อเสื้อผ้า

คุณพ่อคุณแม่น้องว่ายังไงบ้าง ?

หนูแหม่ม : อีกไม่กี่สัปดาห์นี้เราจะไปที่ชุมพร ไปเจอคุณพ่อ คุณแม่น้อง เราเจอแค่คุณแม่คนเดียว ตอนที่น้องมากรุงเทพฯ คุณแม่มาด้วย เราก็จะไปคุยกัน

ตอนที่เขารับสายบอกว่าพี่หนูแหม่มจะมาอุปการะมันเป็นยังไงบ้าง ?

หนูแหม่ม : เราไม่ได้ประกาศว่าเราจะอุปการะกับแม่เขา แค่บอกว่าคุณแม่มาทำงานร่วมกันไหม โดยที่แม่หนูแหม่มจะเป็นผู้สนับสนุนข้างหลังน้องให้ แล้วให้แม่ของน้องจิ๊กซอว์ชื่อ แม่จุ่ม เป็นคนแอคทีฟหน้างาน เรามาร่วมมือกัน ซึ่งคุณแม่เขาดีใจ เขาบอกว่าเป็นความโชคดีของครอบครัวเขาที่ได้เจอกัน เขาก็คิดว่าเป็นพรหมลิขิตเหมือนกัน

ตอนแรกที่จะอุปการะ พี่หนูแหม่มมาปรึกษาพี่บ๊อบบี้ คุยกันยังไงบ้าง ?

บ๊อบบี้ : ตอนแรกคิดว่าแหม่มเขาจะแค่ส่งหนังสือ ซื้อของเด็กเล่น ไม่ได้คิดว่าจะเอาเขามากรุงเทพฯ มาในครอบครัวแบบนี้เราก็โอเค เรายินดี มันทำให้ทุกอย่างมันครบด้วย เราอยากให้จิ๊กซอว์เป็นคนดีในสังคม ไม่อยากให้เขาโดนบูลลี่

หนูแหม่ม : เราไม่มีทางรู้ คุณอาจจะพูดเล่นด้วยความรัก ความเอ็นดูก็ตาม แต่บางคำนั้นมันออกจากปากของคนที่เป็นญาติ หรือคนที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่สุดท้ายถ้าเขาข้ามกำแพงบูลลี่ไม่ได้ คนในสังคมคนนึง เสียดายนะคะ ถ้าเราจะหล่อหลอมให้เขาแข็งแรงวันนึงเขาอาจจะโตมาเป็นนางงามก็ได้ เป็นวิศวะก็ได้ เป็นพยาบาล เป็นหมอ อาจจะเป็นนักกีฬาระดับชาติก็ได้

พี่หนูแหม่มเห็นอะไรในตัวน้อง ?

หนูแหม่ม : จิ๊กซอว์เป็นเด็กที่มีของนะ พูดจาดี เข้าใจพูด คือเราเห็นเงาเราอยู่ในตัวจิ๊กซอว์ จิ๊กซอว์เป็นพิธีกรได้นะ

เลี้ยงลูกด้วยกล้องวงจรปิด ?

หนูแหม่ม : สืบเนื่องมาจากรถที่บ้านเคยหาย มีคนขโมย มาเอากุญแจแล้วสตาร์ตรถเราออกจากบ้านเลย เราเลยรู้สึกว่าต้องติดกล้องวงจรปิด แต่จริง ๆ หมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านปิดนะคะ คุณโจรเขาเอาไปเรามาคิดได้ทีหลังว่าติดกล้องวงจรปิดดีกว่า พอติดแล้วก็ยาวมาจนถึงมีลูกมันก็เลยได้ประโยชน์ สมมติเราไปไหน นอนโรงแรมแด๊ดดี้เขาก็จะตื่นเช้ามาดูลูกเขาว่าอ่านหนังสือหรือยัง เล่นของเล่นไหม ใครดูลูกเขา

เป็นกล้องมีเสียงไหม ?

หนูแหม่ม : ไม่มีเสียง เห็นแต่ภาพ

หนูแหม่ม : พี่ว่าเดี๋ยวจะเปลี่ยนแล้ว พอหนูพูดเดี๋ยวจะกลับไปเปลี่ยนแล้ว

แล้วเรื่องรถได้คืนไหม ?

หนูแหม่ม : ไม่ได้คืน หายไปเลย

บ๊อบบี้ : หลักฐานกล้องวงจรปิดมีทุกอย่าง

หนูแหม่ม : หลายปีแล้วค่ะ

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บShow ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...