โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จักหุ้นน้องใหม่ ‘COCOCO’ ขายมะพร้าว

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ก.ย 2566 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2566 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight

หุ้นน้องใหม่ COCOCO ขายมะพร้าว เปิดดำเนินการมาร่วม 15 ปี โชว์ผลประกอบการ 3 ปีย้อนหลัง ขณะที่ 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้ 1,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.91%

เป็นหุ้นน้องใหม่ที่เข้า IPO สดๆ ร้อนๆ สำหรับ COCOCO หรือ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว โดยเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา และทำราคาเปิดวันแรกเหนือจองที่ 8 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ +45.45% จากราคาจองซื้อ IPO ที่ 5.50 บาท ความเคลื่อนไหวระหว่างวันก็ยังคงทรงตัวในระดับสูงได้ต่อเนื่อง ไต่ระดับแตะจุดสูงสุดที่ 8.40 บาทต่อหุ้น ก่อนจะปิดเทรดวันแรกที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 2.40 บาท หรือ +43.64% มูลค่าซื้อขาย 3,080.30 ล้านบาท และทำให้ COCOCO มีมูลค่าหลักทรัพย์กระโดดขึ้นไปกว่า 11,613 ล้านบาท

นายวรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COCOCO กล่าวถึงความสำเร็จของราคาหุ้น COCOCO ว่า ราคาหุ้นเข้าเทรดวันแรกยืนเหนือจอง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นใจตัวธุรกิจของ COCOCO ที่เปิดดำเนินการมาร่วม 15 ปี มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก มีเป้าหมายจะสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง ยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น

หุ้นน้องใหม่

หุ้นน้องใหม่ เจาะธุรกิจ COCOCO น่าสนใจอย่างไร

COCOCO มีธุรกิจที่ครอบคลุมการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ เช่น กะทิบรรจุกระป๋อง, กะทิบรรจุกล่องยูเอชที (UHT), กะทิพาสเจอไรซ์น้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋อง, น้ำมะพร้าวกล่องยูเอชที (UHT), น้ำมะพร้าวพาสเจอไรซ์, ขนมมะพร้าว และอาหารสำเร็จรูป ภายใต้ตราสินค้า Thai Coco และ Cocoburi รวมถึงผลิตสินค้าเพื่อการอุตสาหกรรม

หุ้นน้องใหม่

นอกจากนี้ ยังประกอบธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกเพื่อสุขภาพสำหรับสุนัขและแมว ภายใต้ตราสินค้า Moochie รวมถึงการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ซึ่งจัดจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ในขณะเดียวกันยังผลิตและจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืช ผลิตภัณฑ์ชีส และเนยประเภทต่างๆ ที่ทำจากพืช

เดิมนั้นรายได้ก้อนใหญ่ๆ ของ COCOCO มาจากการขายกะทิ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ส่วนน้ำมะพร้าวอยู่ที่ 10-15% แต่ปีนี้สัดส่วนดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เพราะล่าสุดในงวดไตรมาส 2/2566 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากกะทิ 47% และน้ำมะพร้าว 43% เนื่องจากการเติบโตของตลาดในประเทศจีน สวนทางยอดขายกะทิที่หดตัวลงด้วยจากตลาดสหรัฐ และยุโรป

จะเห็นว่าการเติบโตของ COCOCO พึ่งพาออเดอร์จากต่างประเทศเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ทีเดียว เพราะฉะนั้น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจึงมีผลต่อผลประกอบการของบริษัทพอสมควร หากรวมเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอย่างเช่น จีน สหรัฐ ยุโรป เริ่มเผชิญปัญหามากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคได้เช่นกัน

รายได้-กำไร COCOCO ดีแค่ไหน

หุ้นน้องใหม่

ส่วนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้ 1,981.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.91% จากช่วงปีก่อน และกำไรสุทธิ 198.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.02% จากช่วงปีก่อน สาเหตุมาจากยอดขายน้ำมะพร้าวที่มากขึ้นจากการขายไปยังประเทศจีน ซึ่งน้ำมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่ากะทิ

โดยสรุปมองว่าหุ้น COCOCO มีลักษณะเป็นหุ้นเติบโตในระยะสั้นที่น่าสนใจ จากโอกาสของลูกค้าจีนที่เป็นตลาดใหญ่ มีกำลังซื้อมาก ซึ่งปีก่อนหน้า COCOCO ส่งออกน้ำมะพร้าวอันดับ 1 ของไทย และเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ในปี 2566 นี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด COCOCO จะส่งออกน้ำมะพร้าวเป็นอันดับ 1 แน่นอน

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของ COCOCO คืออยู่ในธุรกิจที่มี barrier to entry ต่ำ คู่แข่งเยอะ เจ้าใหม่ๆ เข้ามาท้าชิงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศที่มีอยู่หลายบริษัท ด้านต่างประเทศก็มีทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย หรือแม้แต่จีนเองก็ตาม ซึ่งก็ต้องระวังให้ดีว่าการเติบโตที่ร้อนแรงแบบนี้จะทำได้อย่างต่อเนื่องแค่ไหน เพราะอยู่ดีๆ อาจจะโดนสงครามราคา หรือโดนกดกำไรลง

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์หุ้น COCOCO ประเมินมูลค่าเบื้องต้น มูลค่าหุ้นเหมาะสมอยู่ที่ 6.60 - 6.65 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับ PER เฉลี่ยของคู่แข่งในอุตสาหกรรมที่ 26.48 เท่า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...