โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝรั่งเศสเทไวน์ทิ้ง 300 ล้านลิตร เพื่อ ‘ตรึงราคาไวน์’ หลังจากผลิตไวน์เยอะเกิน

TOJO NEWS

อัพเดต 29 ส.ค. 2566 เวลา 18.08 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 11.08 น. • Admin_Tojo_Nook

ไวน์ฝรั่งเศสถูกยกให้เป็นไวน์ ‘ชั้น 1’ ของโลก อย่างไรก็ดี ฝรั่งเศสได้เทเครื่องดื่มประจำชาติชนิดนี้ทิ้งไปราว ๆ 300 ล้านลิตร โดยรัฐบาลฝรั่งเศสยอมจ่ายงบประมาณราว 7,000 ล้านบาทให้เกษตรกรที่ยอมทำลายไวน์ทิ้ง เพราะนี่คือ ‘ทางออกที่ดีที่สุด’ เนื่องจากไวน์ก็เหมือนกับสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่เกิดปัญหาผลผลิต ‘ล้นตลาด’ ได้เช่นกัน คือ มีสินค้ามากไปจนเฟ้อ ราคาก็เลยตกเหมือนแจกฟรี และเกษตรกรเดือดร้อน

เกษตรไร่องุ่นในประเทศฝรั่งเศสต้องเผชิญกับต้นทุนในการผลิตไวน์สูงมากในช่วง 2 ปีผ่านมา เริ่มจากราคาปุ๋ยถีบตัวสูงขึ้นเป็นผลจากรัสเซียทำสงครามกับยูเครน ทำให้กระทบการขนส่งปุ๋ย และขวดบรรจุไวน์ มายังฝรั่งเศส ท่ามกลางปัจจัยโลกร้อนที่กระทบต่อแผนการผลิตไวน์ที่ผันผวนตลอดเวลา

เกษตรกรฝรั่งเศสที่เป็นชาวไร่องุ่นในภูมิภาคบอร์โดซ์ (Bordeaux) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก เปิดเผยว่ารัฐบาลฝรั่งเศสพยายามจะจ่ายค่าจ้างให้ลดการผลิตไวน์ หรือให้เลิกปลูกองุ่น แล้วไปปลูกพืชชนิดอื่น เนื่องจากการผลิตไวน์ปัจจุบันนั้นมากเกินกว่าความต้องการของตลาดโลก ถ้าหากเกษตรชาวสวนองุ่นยังปลูกในปริมาณเดิมอีก ไวน์จะต้องโดนทำลายทิ้งอีกเช่นกัน

ในแง่พฤติกรรมการดื่มไวน์ พบว่าคนดื่มไวน์ลดน้อยลง แม้แต่คนรุ่นใหม่ ๆ ในฝรั่งเศสไม่นิยมดื่มไวน์กันแล้ว ในขณะที่อเมริกา พบว่าคนอเมริกันที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปเท่านั้นที่ดื่มไวน์กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คนในวัยอื่นในสหรัฐอเมริกาดื่มไวน์ลดน้อยลง

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...