โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ก้าวไกลเสวนาเดือด 'ใบตองแห้ง' ชำแหละเหตุกา ก.ก.ไทยไม่เหมือนเดิม ศิโรตม์หวัง ปชต.คืนสู่ พท.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ย 2566 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2566 เวลา 11.40 น.

ก้าวไกล เปิดวงเสวนา ‘อธึกกิต’ มอง กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิมเพราะพลังคนรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลง ชี้อนุรักษนิยมใช้ ‘เพื่อไทย’ ค้ำอำนาจเดิม ด้าน ‘ศิโรตม์’ ชี้เลือกตั้งครั้งหน้า ปชช.รู้ว่าพรรคไหนเป็น ปชต. บอก ‘เพื่อไทย’ ต้องคืน ปชต.ให้พรรค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่สนามกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาดินแดงไทย-ญี่ปุ่น พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จัดกิจกรรม “ก้าวต่อไป ไกลทั้งแผ่นดิน” ซึ่งมีการจัดกิจกรรมวงเสวนา “ตื่นเถิดประเทศไทย” โดย นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า และ นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง คอลัมนิสต์

ในช่วงต้น น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ที่มาอยู่ตรงนี้วันนี้เพื่อจะบอกให้ใครบางคนที่เบื่อตนเองว่าให้เบื่อแล้ว เบื่ออยู่ และเบื่อต่อไป เพราะดิฉันจะอยู่ตรงนี้และจะสู้ต่อไปจนกว่าจะชนะ

โดยคำถามแรกนั้น เมื่อบอกว่ากาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมและสิ่งที่ยังเหมือนเดิมคืออะไร นายอธึกกิตกล่าวว่า มี 2 ด้านประกอบกัน คือประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ถึงกาก้าวไกลและกาก้าวไกลยิ่งทำให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เวลาเราบอกว่าประเทศไทยไม่เหมือนเดิมคืออะไร สังเกตจากพื้นที่ที่พรรค ก.ก.ชนะเลือกตั้ง คือพรรค ก.ก. ชนะในเขตที่พลังการผลิตก้าวหน้าสุดในประเทศไทย ประกอบด้วย กรุงเทพฯและปริมณฑล จ.ภูเก็ต จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว

นายอธึกกิตกล่าวว่า หากพูดถึง จ.เชียงใหม่ มีความเปลี่ยนแปลงสูงมาก เกิดผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องการเป็นอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อยไม่ต้องการอยู่ใต้รัฐเป็นใหญ่ สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ทำให้พรรค ก.ก.ชนะเลือกตั้ง รวมถึงพลังงานของคนยุคใหม่ คนในเมือง รวมถึงคนชนบท ซึ่งปัจจุบันการเคลื่อนย้ายแรงงานและการเติบโตของโลกออนไลน์ ทำให้ชนบทและเมืองไม่ต่างกัน

นายอธึกกิตกล่าวต่อว่า ตนเห็นผู้สมัครพรรค ก.ก.และผู้สมัครตัวเต็งอีกพรรคก็หัวเราะ คิดว่าพรรค ก.ก.ไม่น่าชนะ คิดว่าเป็นเรื่องของความคิด ค่านิยมของคนที่เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่อยากเปลี่ยนทำให้คนเลือก

“ทำไมเวลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาธิการ (ศธ.) บอกให้คนไปล้างจาน 20 บาท ถึงกลายเป็นมีมชวนหัวเราะกันไปหมด สิ่งนี้สะท้อนว่าความคิดค่านิยมเปลี่ยนไปแล้ว ถามว่าปัจจัยชัยชนะของพรรค ก.ก.คืออะไร เห็นได้ชัดว่า 9 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้คนโกรธมาก ไม่มีพรรคการเมืองใดที่ก้าวมารับเหตุการณ์เหล่านี้ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าประเทศไทยไม่เหมือนเดิมเพราะเลือกพรรค ก.ก.” นายอธึกกิตระบุ

นายอธึกกิตระบุด้วยว่า พอเลือกพรรค ก.ก.เราก็ยิ่งเห็นความไม่เหมือนเดิม อย่างชัดคือระบบอำนาจ หมายถึง ระบบอำนาจไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเก่าจึงดึง พรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อค้ำจุนอำนาจเดิม อย่างที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า เคยพูดว่านี่คืออำนาจของชนชั้นนำทั้ง 3 ส่วน คือ ชนชั้นนำจารีต ชนชั้นนำทางการเมือง และชนชั้นนำทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรารู้ว่ากลุ่มทุนสำคัญอยู่ในกลุ่มจัดตั้งรัฐบาล นี่คือสิ่งที่เราต้องเผชิญ พรรค ก.ก.ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ทำให้เห็นชัดว่าเกิดการประจันหน้าระหว่างประชาชนที่กำลังเข้าสู่ความคิดใหม่กับอำนาจเดิม ซึ่งพยายามที่จะดึงพรรค พท.เข้าไปเป็นตัวบรรเทาปัญหา

ด้านนายศิโรตม์กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมเพราะพรรค ก.ก.ทำให้เปลี่ยนไป ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเสียง 14 ล้านคนธรรมดาต้องการเปลี่ยนประเทศ การเติบโตของคนจำนวนมากที่ตาสว่างรักประชาธิปไตยมากขึ้น แสดงออกถึงการเป็นเจ้าของประเทศผ่านการเลือกตั้ง

“ประชาชนตื่นรู้ หวงแหนอำนาจจากคนที่ผูกขาดประเทศ พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ได้เปลือยทุกอย่างออกมา ผู้มีอำนาจทำทุกทางเพื่อคงไว้จนเข้าสู่สถานการณ์วิกฤตด้านความชอบธรรม นายกฯเศรษฐา ทวีสิน หงุดหงิดบ่อย เพราะพูดแล้วไม่น่าเชื่อถือ เพราะความไม่ชอบธรรมในการเข้าบริหารประเทศ ประชาชนตาสว่าง แต่ผู้มีอำนาจมีวิกฤตเรื่องความชอบธรรม ทำให้รู้ว่าหวงแทนอำนาจจะเผชิญหน้ากับประชาชนอย่างไร ประชาชนจะได้คำตอบหรือไม่” ศิโรตม์ระบุ

เมื่อถามว่า โจทย์ใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าคืออะไร นายอธึกกิตกล่าวว่า สำหรับตนการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค ก.ก.ไม่จำเป็นต้องแลนด์สไลด์ ซึ่งเชื่อว่าจะได้เป็นที่ 1 เพราะพลังรุ่นใหม่ปะทุขึ้นและจะขยายตัวไปเรื่อยๆ ถ้าย้อนถามว่าทำไมพรรค ก.ก.ถึงไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือถามว่าทำไมไม่มีใครคบ ไม่ใช่ไม่มีใครคบ เขาถูกสั่งไม่ให้คบ ไม่ว่านักการเมืองจะมาจากการเลือกตั้ง หรือระบบอุปถัมภ์ เชื่อว่าเขาไม่ได้ซีเรียสที่จะตั้งรัฐบาลกับพรรค ก.ก. แต่เขาถูกอำนาจบางอย่างบี้ไปแล้ว

“ต้องเสริมอีกข้อในเรื่องประเทศไทยไม่เหมือนเดิม คนเสื้อแดงตาสว่างปี 2553 คนรุ่นใหม่ตาสว่างปี 2562-64 แต่คราวนี้เป็นคนเสื้อเหลืองที่ตาสว่าง ตอนที่เห็น นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจคือแทบจะอกแตกตาย เราเห็นสิ่งที่พลิกผันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นมาอย่างไร” นายอธึกกิตกล่าว

นายอธึกกิตกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการต่อสู้เพื่อให้อำนาจอนุรักษนิยมรับรู้ว่าเขาอยู่โดยไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงและไม่ประนีประนอมกับประชาชนไม่ได้ ต้องมีการสู้กันหลายยกเพื่อให้อำนาจนั้นเปิดพื้นที่ยอมรับเจตนารมณ์ประชาชน พรรค ก.ก.ได้เสียง 180 คน เป็นพรรคได้คะแนนเสียงมากเป็นอันดับ 1 ก็ต้องยอมให้เขาจัดตั้งรัฐบาล นั่นคือเป้าหมายของสิ่งที่เราจะเปลี่ยน

ขณะที่นายศิโรตม์กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นการเช็กบิล เพราะการเลือกตั้งปี 2566 ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ แต่การเลือกนายกฯอยู่ที่เสียง ส.ว. คนที่จะเป็นรัฐบาลต้องมาจากหีบเลือกตั้งของประชาชน ครรลองที่ถูกต้องพรรคที่ชนะอันดับ 1 ต้องเข้าทำเนียบรัฐบาล การเลือกตั้งครั้งหน้าจะง่ายขึ้นเพราะประชาชนรู้ว่าจะต้องเลือกพรรคไหนที่เป็นฝั่งประชาธิปไตย

“การตั้งรัฐบาลสวนทางกับผลเลือกตั้ง เกิดรัฐบาลข้ามขั้ว ก่อนการเลือกตั้งบอกไม่เอา ไม่ข้ามขั้ว วันนี้เราเห็นสูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่น่ารังเกียจที่สุด ทำให้ผู้มีอำนาจเทหมดหน้าตัก รอบหน้าจะไม่เหลืออะไรให้ใช้ พรรคเพื่อไทยจะไม่ชนะการเลือกตั้ง ไม่สามารถตอบประชาชนว่าพูดแบบนี้เป็นเทคนิคหรือเปล่า หลังเลือกตั้งเป็นอย่างที่พูดหรือไม่

“แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้เชื่อว่าเศรษฐกิจจะโตปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่สวนกับการประเมินของธนาคารโลกว่าเศรษฐกิจไทยโตลดลง เราจะเชื่อการประเมินของใคร นี่คือจุดท้าทายที่รัฐบาลหาดทำไม่ได้ ประชาชนจะเผชิญแต่ความผิดหวังตลอด 4 ปี รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยและเศรษฐกิจไม่ดีเป็นของจริง

“การเลือกตั้งมีเพียง 2 โจทย์ใหญ่ คือคะแนนจากการเลือกตั้งจะต้องเป็นเครื่องมือการเข้าสู่ทำเนียบ และพรรคอันดับ 1 จะต้องได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลวันนี้เป็นฝ่ายค้าน แต่เพื่อเตรียมเป็นรัฐบาลในครั้งถัดไป พรรคก้าวไกลชนะเร็วเกินไป พท.ไม่ตั้งหลักว่าเป็นพรรคอันดับ 2 จึงไปรวมกับพรรคบ้านใหญ่

“ดังนั้น พรรค พท.ต้องคืนประชาธิปไตยกลับมาสู่พรรค แท้จะยากเพราะจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ใน ครม.จะเกิดเหตุการณ์รัฐบาลรัฐซ้อนรัฐ ผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารอยู่ที่คณะต่างๆ งานหลักของรัฐบาลแต่คนที่ทำไม่ได้อยู่ในรัฐบาล รวมทั้งในแต่ละปีนิวโหวตเตอร์โตขึ้นปีละล้านคน คิดว่าจะเลือกใคร การเลือกตั้งครั้งหน้าทิศทางค่อนข้างชัด แผ่นดินไหวของนิวโหวตเตอร์ ทุกหนึ่งปีจะมีคนเลือกก้าวไกลเป็น ส.ส. 20 คน 4 ปีจะเพิ่มเป็น 80 คน ส.ส.พรรค ก.ก.เป็นพรรคธรรมดา รู้ว่าความทุกข์ของประชาชนคืออะไร ส.ส.จะต้องไปสแกนความทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่ไปงานศพ” นายศิโรตม์กล่าว

ในช่วงท้าย น.ส.พรรณิการ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนที่เข้ามาทำงานการเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่เป็นโฆษกพรรคไทยรักไทยบอกกับตนว่า “ช่อทำงานการเมืองทำได้ แต่อย่าไปเป็นโฆษกนะ มันหนัก”

น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อว่า ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนด่าแทนพรรค สรุป พรรณิการ์ วานิช เข้ามาทำงานการเมืองในตำแหน่งโฆษกพรรค จากวันนั้นของอนาคตใหม่มาจนถึงวันนี้ก็บอกว่าการเป็นโฆษกพรรคมันเหนื่อยจริงๆ เป็นพรรคที่ต้องสู้กับผู้มีอำนาจ แบกรับกับความคาดหวังของผู้คนที่เป็นผู้สนับสนุน ต้องตอบได้ทุกคำถาม ต้องเผชิญหน้า การเป็นโฆษกพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รับบทหนักมากจริงๆ ในการทำงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...