ยี่เถา
ข้อมูลเบื้องต้น
น้ำใส สาวน้อยวัยใส(?) อายุ 18 ปี กำลังจะเข้าเป็นน้องปี 1 แสนน่ารักในมหาลัยรัฐ ชีวิตที่อุตสาห์สู้อดทนจนเกือบได้เรียนมหาลัยต้องจบลง แค่เพราะตาแก่บนสวรรค์ทำแจกันตกใส่หัวเธอตาย ! แล้วอะไรคือให้ไปเกิดใหม่ โดยใช้ระบบสุ่ม ฮัลโหล คิดว่าดวงน้ำใสคนนี้ดีมากเหรอจ้ะ!! หื้อออ แล้วเป็นไง ก็เกลือไงล่ะ!! เกลือมากๆด้วย เกิดมาเป็นคุณหนูตัวร้ายแบบในนิยายที่เคยอ่านหน่อยก็ไม่ได้ หรือเกิดมามีพลังวิเศษ ปลูกผักขาย เข้าป่าโชคดีหาเงินสร้างบ้านอะไรพวกนั้นหน่อยก็ไม่ได้
นี่อะไร บ้านก็ไม่มี พ่อแม่ก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ต้องขอคนอื่นเอา ! ใช่ ฟังไม่ผิด ขอคนอื่นเอา ก็ดันสุ่มได้เกิดมาเป็น ขอทาน จะเรียกว่าดวงดีไหมล่ะ ชีวิตลำบากพอกันเลยให้ตายเถอะ ไม่เห็นเหมือนนิยายที่อ่านในเว็บเลยสักนิด แล้วชีวิตที่ต้องดิ้นร้นต่อไปนี้จะเป็นไง ก็ต้องสู้สิ !! ขอทานก็ขอทานวะ อยากน้อยๆ ยี่เถาก็มีพรที่แสนดีเลิศ(น่าจะ) อย่างประเมินนี่อีก มาดูสิว่าจะใช้ยังไง แล้วจะเอาชีวิตรอดยังไง
ทักทาย
สวัสดีรี้ดที่น่ารักทุกคนนะคะ
กลับมาพบกันอีกแล้ว ครั้งนี้ไรท์มานำเสนอ ยัยหนูยี่เถา
ฝากยี่เถาไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ
**อัพทุกวัน วันล่ะ 1 ตอน มีตอนติดเรียญล่วงหน้า
นิยายอื่นๆ
1. ข้าผิงอาน…ก็แค่คนธรรมดา (จบ)
นิยายเรื่องนี้ไม่อิงประวัติศาตร์ ไม่อิงบุคคลใดๆ
ทุกอย่างมาจากความคิดมโนของนักเขียนล้วนๆ
ผิดผลาดจุดไหน คำผิดตรงไหน เม้นบอกกันได้นะคะ เลิฟ ม๊วฟฟฟฟฟ
ยี่เถา
จากวัยรุ่นวัยใสอายุ 18 ปีที่กำลังเตรียมเข้ามหาลัยเพื่อใช้ชีวิตปี 1 อย่างมีความสุข กลับต้องมาโดนอะไรไม่รู้หล่นใส่หัวระหว่างกลับจากซื้อของร้านสะดวกซื้อ พอรู้สึกตัวคนแก่ที่ไหนไม่รู้ก็มาบอกว่ามือเผลอไปโดนกระถางดอกไม้เลยหล่นลงมาใส่หัวนางตาย เอ๊า!! แล้วยังมาบอกว่ากลับเข้าร่างเดิมไม่ได้แล้ว เพราะโดนรถร่วมกตัญญูตัดสินว่าตายแล้ว และห่อผ้าขาวเตรียมส่งวัดเรียบร้อย เอ๊ารอบสองอีกสิ!! อิหยั๋งวะคะ แบบนี่จะให้ทำไงล่ะ 12 ปีที่อุตสาห์อดทนมีชีวิตมาตลอดจบสิ้นง่ายๆแบบนี่เลยเหรอ ?
“เช่นนั้นแม่หนูก็ไปเกิดใหม่ที่โลกอื่นแล้วกันนะ”
“ห้ะ โลกอื่น”
“ใช่ แบบนิยายที่เจ้าอ่านบ่อยๆไง ทะลุมิติ เกิดใหม่อะไรแบบนั้น”
“ได้เหรอคะ”
“ได้สิ แต่เจ้าเลือกเกิดไม่ได้หรอกนะ แต่ข้ารับรองว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์แน่ๆ ”
“แล้วไปเกิดใหม่แล้วให้ทำอะไรล่ะ”
“ก็มีชีวิตอยู่ตามที่เจ้าต้องการ”
“ก็ถ้านอกจากที่คุณบอกให้เกิดใหม่แล้ว มีอยากอื่นอีกไหม แบบเป็นนางฟ้า เทวดาอะไรแบบนั้น”
“ไม่มีๆ เอาล่ะให้แม่หนูไปเกิดใหม่แล้วกัน ส่วนจะเกิดไปแบบไหนก็ให้โชคของแม่หนูสุ่มเอาแล้วกันนะ” พูดจบก็มีกระดานสุ่มแบบเป็นกระดาษแผนใหญ่กลมๆ แบบกงล้อเสี่ยงโชคที่บ้านเมืองนางเรียกกัน
ตามช่องต่าง ๆ มีคุณลักษณะมากมาย เช่น สวยล้มเมือง ร่ำรวยเงินทอง หล่อเหลามากมาย ชื่อเสียงโด่งดัง พลังพิเศษดีเยี่ยม โอรสสวรรค์ ขุนนางมือหนึ่ง อะไรพวกนั้นเต็มไปหมดหรือที่แปลกก็มีอย่างพวก คนบ้าข้างทาง แม่เล้าหอโคมเขียว ขันทีวังหลวง อะไรแบบนั้น ซึ่งนางไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าสุ่มได้จะเป็นยังไง แต่ที่รู้ๆคือน้ำใสคนนี่ไม่เคยมีดีเรื่องดวง!
“แต่หนูไม่มีดวงเรื่องโชคดีเลยนะ ”
“งั้น ข้าให้ความสามารถเจ้า 1 อย่างแล้วกัน”
“หนูเลือกได้ไหมคะ”
“ไม่ได้เหมือนกัน ก็เหมือนคำพูดที่แม่หนูเคยได้ยิน คนเราเลือกเกิด และเลือกพรสวรรค์ไม่ได้ แต่เจ้าเลือกพรแสวงได้อยู่นะ อย่างไรก็ขอให้โชคดีกับชีวิตใหม่นะ” พูดจบกงล้อหมุนเสี่ยงชีวิตใหม่ของน้ำใสก็หมุน ไม่รอให้นางเห็นอะไรสิ้น ร่างของนางก็ค่อยๆจางหายไป ลูกสรก็ชี้ไปที่ข้อความหนึ่งชายชราเห็นก็ส่ายหน้าพร้อมหันไปจดอะไรบางอย่างลงในม้วนคัมภีร์
“ก็…ไม่แย่เท่าไรล่ะนะ ”
อุแว้ๆ
เสียงเด็กแรกเกิดดังระงมไปทั่วบริเวณวัดร้าง ที่ชาวเมืองไน่เรียกว่าที่ซุกหัวนอนของคนเร่ร่อนและขอทาน ในวันที่ 26 เดือน 8 หญิงสาวนามอี้ชิง ขอทานคนหนึ่งในเมืองไน่คลอดบุตรสาวออกมาแต่ด้วยการคลอดที่ไม่มีแม้แต่หมอตำแย คนช่วยก็เป็นเพียงป้าที่ขอทานมาด้วยกันแล้วเกิดสงสารอี้ชิงจึงช่วยทำคลอดให้อย่างจำเป็น ไม่มีน้ำร้อน ไม่มีผ้าสะอาด ไม่มียาช่วยบำรุง มีเพียงแรงเบ่งของคนเป็นแม่ที่พยายามจะให้ลูกของตนออกมาลืมตาดูโลกแม้ในใจจะรู้ว่าตนอาจจะทนไม่ไหวก็ตาม ด้วยเลือดที่เสียมากเกินไป ยาที่ไม่มีกิน แม้แต่แรงจะลืมตายังไม่มีทำให้อี้ชิงที่เมื่อได้ยินเสียงบุตรตนเองร้อง ก็เผยยิ้มออกมา รอยยิ้มเล็กๆที่เผยให้เห็นทำเอาป้าอวี่ขอทานอีกคนที่อายุถึง 47 ปีน้ำตาคลอ อุ้มเด็กสาวไปวางไว้ในมือของมารดาที่ดูก็รู้ว่าอีกไม่นานก็คงทนไม่ไหวแล้วแทน
“ดูสิ เกิดแล้วๆ ดีใจด้วยอี้ชิง เจ้าได้ลูกสาวล่ะ”
“ดียิ่ง ขะ ขอบคุณท่านป้าอวี่ ข้าฝากลูกข้าไว้ดะ ด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้ๆ เจ้าพักก่อน เดี่ยวข้าดูให้ เจ้าอย่าลืมตั้งชื่อบุตรสาวของเจ้าด้วยล่ะ เอาชื่อน่ารักๆเสียหน่อยเถอะ โตมาจะได้ดีใจไงล่ะ”
“ละ ลูกสาวของแม่ เหมิงยี่เถา ขอให้เจ้ามีความสุขตลอดไปนะ” สิ้นเสียงของแม่ผู้เอื้อมมือมาลูบแก้มเล็กๆของเด็กทารก เสียงเด็กร้องไห้เงียบไปแล้ว เพราะเด็กในห่อผ้าตอนนี้กำลังจับนิ้วเรียวที่ลูบแก้มตนเองก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากออกมาราวได้ของถูกใจ
“อี้ชิง ดูยี่เถาจะชอบชื่อมากเลยล่ะ ดูสิ ยิ้มใหญ่เลย ” เสียงป้าอวี่เอ่ยพร้อมยิ้มอบอุ่นเห็นเด็กน้อยตาใสที่เมื่อครู่ร้องไห้เสียงดังตอนนี้เปลี่ยนเป็นยิ้มรับชื่อที่ผู้เป็นแม่ตั้งให้อย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เด็กในผ้าห่อสีซีดแต่สะอาดที่สุดในบรรดาของใช้ทั้งหมดจะหล่นลงข้างตัวมารดา แม้จะไม่สูงแต่สำหรับเด็กอาจจะเจ็บเนื้อเจ็บตัวได้ ป้าอวี่ก็รีบเข้าไปรับเด็กทารกในห่อผ้าขึ้นมามองหญิงสาวที่เป็นมารดาของเด็กในอ้อมกอด น้ำตาของนางที่ไหลข้างแก้มมิรู้จะสงสารใครดีระหว่าง เด็กที่เสียแม่ไปตั้งแต่เกิด หรือมารดาที่ไม่ได้เห็นบุตรสาวของตนเติบใหญ่
อุ้แงๆ อุแว้ ๆ
“ชู่ๆ เด็กดีนะยี่เถา ไม่เป็นไร เจ้าจะไม่เป็นไร อยู่กับป้านะ” เด็กน้อยถูกอุ้มออกไปจากตรงนี้ พื้นเต็มไปด้วยเลือดและร่างของมารดาที่หมดสิ้นแล้วลมหายใจและความลำบากในชีวิต หลงเหลือเพียงเด็กน้อยที่ต้องเผชิญเรื่องราวของตอนเองต่อไปในวันข้างหน้า ป้าอวี่อุ้มเด็กไปฝากกับตาเฒ่าคนหนึ่งที่เสียขาไปและนั่งมองพวกนางอย่างสงสาร
“ตาเฒ่าถัง ข้าฝากยี่เถาสักครู่เถิด ข้าจะไปทำความสะอาดพื้นกับห่อร่างอี้ชิงเสียหน่อย”
“ได้สิ เจ้าไปเถอะ แล้วเดี่ยวให้จิงเซียนกับจิงเถียนแบกไปฝังไว้ที่สุสานด้านหลังอีกที ” ตาเฒ่าถัง ผู้อาวุโสที่สุดของวัดร้างนี่เอ่ยบอกก่อนก้มลงไปคุยหยอกล้อเด็กในอ้อมกอดที่ตนรับมา
“ว่าไงยี่เถา ยัยหนูของตา เดี่ยวเล่นกันตาดีกว่านะ”
เอิ้กๆ
เด็กน้อยในห่อผ้าก็ราวกับนกรู้ พอตาถังเอ่ยเย้าก็เลิกร้องไห้หันมาหัวเราะให้แม้ในใจตาถังจะสงสารเด็กในอ้อมกอดตัวเองเหลือเกินก็ตาม เกิดมามารดาก็เสียทั้งยังกลายมาเป็นขอทานยากจนแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินยังไม่มี ไม่รู้ว่าเด็กคนนี่จะรอดหรือไม่แต่ในเมื่อสวรรค์ให้เด็กคนนี่เกิดมาแล้ว เพราะตอนแรกตนยังคิดว่าไม่รอดทั้งแม่ทั้งลูกสะอีก ยาก็ไม่มี ของทำคลอด หรือหมอก็ยังไม่มี วัดร้างที่เป็นที่ซุกหัวนอนของเหล่าขอทานทั้งหลายก็คงจะมีศพแม่ลูกตายทั้งกลมเกิดขึ้นเป็นแน่ แต่เด็กคนนี่ก็คลอดออกมาได้ แม้จะเสียมารดาทันทีก็ตาม
“ยี่เถา เป็นเด็กดี และเจ้าจะต้องมีชีวิตรอดให้ได้นะรู้ไหม”
// ทำไมไรท์ชอบให้นางเอกเราอาภัพตั้งแต่เกิดมาก็ไม่รู้ (วิ่งหนีไม้เรียวรี้ดทั้งหลาย)
* แก้คำผิดครั้งที่ 1
เกิดใหม่
ความจริงตัวเองก็ไม่เคยเชื่อหรอกว่าเราจะมีดวงซวยอะไรมากมาย แต่มาตอนนี้ก็เชื่อเต็มร้อยแล้วล่ะนะ เพราะน้ำใสเจอมากับตัวเองอีกครั้งแล้ว ครั้งแรกคือตอนอายุ 6 ขวบ พ่อแม่หย่าร้างพ่อก็ผลักน้ำใสให้แม่เอาไปเลี้ยง ส่วนแม่ก็ผลักน้ำใสให้พ่อเอาไปเลี้ยงทั้งคู่ผลักไปผลักมาเธอในวัย 6 ขวบก็มาลงที่บ้านคุณยายที่ต่างจังหวัด
ชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้นเพราะยายก็มีหลานอีก 2 คนให้เลี้ยงและดูจะรัก 2 คนนั้นมากกว่าน้ำใสอยู่แล้วด้วย ตัวเองจึงกลายเป็นสาวใช้ภายในบ้านไปแทนทั้งซักผ้า ล้างจาน ทำอาหาร ทำความสะอาด และช่วยคุณตาทำกับข้าวไปขายที่ตลาดตอนเช้าเสื้อผ้าของทุกคนในบ้านเธอเป็นคนซัก ล้าง รีด ตากทั้งหมด ยังดีที่คุณตายังแอบให้เงินน้ำใสเก็บไว้ทุกครั้งที่ขายกับข้าวตอนเช้าเสร็จ
น้ำใสไม่มีเวลาเล่นวิ่งไล่จับหรือเล่นพ่อแม่ลูก เธอมีอะไรให้ทำทั้งวันก่อนเข้านอนน้ำใสก็ยังจะอ่านหนังสือเรียน เพื่อหวังว่าตัวเองจะเรียนเก่ง 3 ปีผ่านไป น้ำใสได้เข้าเรียนพร้อมกับหลานรักของยายอีก 2 คน ที่อายุน้อยกว่าน้ำใส 1 ปี และเป็นเหตุให้เธอต้องรอเข้าเรียนพร้อมทั้งสอง แรกๆคิดว่าความขยันจะช่วยให้การเรียนเธอดีขึ้นและแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นเก่งกว่าหลานรักทั้งสองคนของยายแต่ไม่เลยเพราะขนาดเด็ก 2 คนจะไปเที่ยวเล่น ไม่ช่วยงาน และยังแกล้งน้ำใสตลอดยังไงสุดท้ายก็เรียนเก่งกว่าเธอที่พยายามมากกว่าใคร
สุดท้ายเธอจบการเรียนขั้นพื้นฐานยายก็บอกว่าไม่ให้เธอเรียนต่อเพราะเปลืองเงิน แต่ความขยันไปเข้าตาคุณครูใจดีคนหนึ่งในโรงเรียน ทำให้ไปขอร้องคุณยายของน้ำใสให้เธอได้เรียนต่อแม้ตอนแรกคุณยายจะไม่ให้เรียนต่อแต่คุณครูก็บอกว่าจะออกเงินค่าเรียนให้ น้ำใสรู้สึกดีใจและปลื้มใจมากจนแทบจะกราบเท้าคุณครู เธอบอกว่าโตขึ้นจะทำงานเก็บเงินมาคืนและสุดท้ายเธอก็ทำสำเร็จ
น้ำใสทำงานพิเศษมากมายพร้อมทั้งเรียนไปด้วยแม้จะรู้สึกท้อและเหนื่อยตลอดเวลา แต่เงินทุกบาทที่เธอได้มาก็มาจากเหงื่อของตัวเองทั้งนั้น 4 ปีผ่านไปกับการคืนเงินค่าเรียน และเก็บเงินเพื่อจะเตรียมเรียนต่อมหาลัยของเธอก็สำเร็จด้วยดี ไหนจะทุนที่เธอสอบมาได้และมหาลัยที่ค่าเรียนถูกที่สุดอีกเธอพร้อมมากๆแต่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะจบแบบโชว์ความโชคร้ายขั้นสุดได้ขนาดนี้
ตึ้งนึ๊ง
เสียงประตูอัตโนมัติของร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลจากห้องเช่าโทรมๆของน้ำใสดังขึ้น คืนนี้เธอเลิกจากการทำงานพิเศษในตอนตี 1 ของวันใหม่ เลยแวะซื้อไข่กับมาม่าไปเก็บไว้ทำกินอาหารพวกนี้น้ำใสกินมาตลอดและจะต้องกินตลอดไปเพราะเธอต้องประหยัดเงินมากถึงมากที่สุด
‘อยากรวยแบบนางเอกนิยายที่อ่านบ้างจัง หรือไม่ก็มีพระเอกหล่อ บ้านรวยมาตกหลุมรักอะไรพวกนั้น ’ แต่ก็ได้แค่คิดละนะ ระหว่างทางกลับหอเก่าราคาถูกแสนถูกเพราะมันเล็กมากๆและโทรมมากๆ เสียงตะโกนจากบนหัวของนางก็ดังขึ้น เพียงแวบเดียวก่อนที่น้ำใสจะล้มลงกับพื้นและเกิดอาการมึนงง
“ระวัง!”
เพล๊ง
ตุ๊บ
แค่เพียงเสียววินาทีเท่านั้นอะไรบ้างอย่างกระแทกเข้ากับหัวของน้ำใสเธอล้มลงบนพื้น ไข่ที่ถือมาพร้อมมาม่าที่อยู่ในถุงร้านสะดวกซื้อตกพื้นกระจายออกมาจากถุงพร้อมซองมาม่าหลากรส ได้แต่คิดเสียดายซื้อมาหลายบาท แล้วอะไรร่วงลงมาใส่หัวเธอกันล่ะ ในเมื่อสองข้างทางมันไม่มีบ้านที่สร้างสองชั้นขึ้นไปเลยสักหลัง อาคารสูง 2 ชั้นก็ไม่มี เธอเดินผ่านมาตั้ง 2 เดือนแล้วจำไม่เห็นได้เลยว่าจะมีอะไรที่สามารถร่วงลงมาจากข้างบนได้แต่ก็คิดได้แค่นั้น เพราะสติของน้ำใสค่อยเลือนราง และสุดท้ายก็ดับไป
อุแว้ๆ
อ้า รู้สึกแปลกๆแฮะ ไม่สบายตัวเลย น้ำใสพยายามคิดจะบิดขี้เกียจร่างกายตัวเองหลังแสงสว่างลอดเข้ามาในสายตา ตอนแรกคิดว่าเป็นแสงจากหน้าต่างติดลูกกรงของห้องเช่าเก่าๆของนางแต่กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ ร่างกายที่ไม่มีแรงจะเยียดแขนขานี่อีก ทำไมรู้สึกเหมือนเธอตัวเล็กลงทั้งยังขยับเนื้อตัวไม่สะดวกเลยแบบนี้ล่ะ
“ดูสิ เกิดแล้วๆ ดีใจด้วยอี้ชิง เจ้าได้ลูกสาวล่ะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงที่ได้ยินก็เหมือนอยู่ใกล้ในระยะข้างๆกันนี่เอง
หรือว่าน้ำใสจะเจอผีอ้ำเข้าแล้ว แต่เธอไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลยน่ะแล้วก็ไม่เคยเจอผีตัวเป็นๆเลยสักครั้ง มาอยู่ที่หอนี่ก็ 2 เดือนแล้วก็ไม่เคยเจอเลยจะบอกว่าผีเพิ่งจะว่างมาอ้ำเธอวันนี้เหรอ? แล้วประโยคที่ได้ยินนั้นอีก
“ดียิ่ง ขะ ขอบคุณท่านป้าอวี่ ข้าฝากลูกข้าไว้ดะ ด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้ๆ เจ้าพักก่อน เดี่ยวข้าดูให้ เจ้าอย่าลืมตั้งชื่อบุตรสาวของเจ้าด้วยล่ะ เอาชื่อน่ารักๆเสียหน่อยเถอะ โตมาจะได้ดีใจไงล่ะ”
เสียงคุยกันกับเสียงอีกเสียงที่อยู่ใกล้เธอมากกว่า เสียงอีกเสียงฟังแล้วดูอบอุ่นมากในความรู้สึกนางนอกจากนั้นก็เหมือนมีอะไรมาสัมผัสที่แก้มของน้ำใสทำให้รู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ เดี๊ยวเถอะ! อย่าซนน่ะถึงจะเป็นผู้หญิงด้วยกันแต่น้ำใสก็ไม่อยากยุ่งกับคนแปลกหน้าหรอกน่ะ
“ละ ลูกสาวของแม่ เหมิงยี่เถา ขอให้เจ้ามีความสุขตลอดไปน่ะ” น้ำใสที่รู้สึกจั๊กจี้ก็หลุดหัวเราะออกมา แต่เสียงที่ออกมาจากปากของเธอกลับแปลกไป แต่ก็เลิกสนใจเพราะรู้สึกว่าสายตาตัวเองนั้นแปลกไปยิ่งกว่า
“เจ้าดูสิอี้ชิง ดูท่ายี่เถาจะชอบชื่อนี่มากเลยล่ะ ยิ้มใหญ่เลย ” เสียงผู้หญิงอีกคนที่อยู่ห่างออกไปหน่อยดังขึ้น ฟังทั้งสองตอบโต้กันก็เหมือนว่าเสียงที่อยู่ข้างๆเธอจะคลอดลูกน่ะ แล้วทำไมมาคลอดใกล้ๆเธอล่ะทำไมน้ำใสมองอะไรไม่ค่อยชัดเลย อย่าบอกน่ะเมาขี้ตาตัวเองทำให้มองเห็นแต่แสงจ้า ตาต้องหรี่ลงเนืองจากแสงมันจ้าเกินไป ปากก็เม้มเพราะขัดใจที่ตัวเองลืมตาแล้วแต่ก็ยังรู้สึกมองอะไรไม่ชัดอยู่ดี
ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองเคลือนตัวลงต่ำเพียงไม่กี่วิก็ถูกจับตัวไว้ก่อนความรู้สึกเหมือนถูกอุ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะยังไม่รู้เรื่องอะไร ตอนนี้เธอพอจะจำได้รางๆแล้วว่าเรื่องเป็นมายังไง น้ำใสจำได้ว่าไปเจอชายชราแล้วก็คุยอะไรกันสักอย่างจากนั้นชายชราคนนั้นก็สุ่มให้เธอมาเกิดใหม่เหมือนในนิยายแฟนตาซีทะลุมิเกิดใหม่ที่เคยอ่านในเว็บ
น้ำใสยังไม่ทันได้รู้เลยว่าเธอจะได้เกิดมาเป็นใครและมีคุณลักษณะยังไง ที่แอบเห็นในกงล้อคือมีเยอะมาก และเธอกลัวเหลือเกินว่าจะได้อะไรแปลกๆเธอยิ่งขึ้นชื่อเรื่องดวงไม่ดีอยู่ด้วย บางครั้งตอนไปเรียนที่โรงเรียนเวลาโรงอาหารแจกอาหารใส่ถาดหลุมหลายครั้งกับข้าวมักหมดลงที่เธอจนต้องยืนรอนาน หรือบางครั้งหน้าฝนที่เธอต้องเดินไปโรงเรียนเด็กคนอื่นก็เดินกันน้ำจากพื้นไม่เห็นกระเด็นมาโดนใครเลย แต่พอเธอเดินผ่านแอ่งน้ำที่ถนนรถยนต์ก็ขับมาเหยียบและน้ำก็สาดมาโดนเธอสะงั้น
ยังไม่นับอีกหลายเรื่อง เช่นนกขี้ใส่หัวทั้งๆที่คนอื่นไปนั่งที่ม้านั่งกันตั้งหลายคนคนโดนขี้ใส่ก็เป็นนางสะงั้น นี่ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำใสขี้เกียจจะใส่ใจอะไรพวกนี่ปานนี้เธอคงช้ำใจแย่ที่สวรรค์ไม่เมตตาเธอเลยสักนิด เรื่องความซวยอีกมากมายที่เล่าไม่หมดตั้งแต่วัยเด็กของเธอก็พอจะเดาได้เลยการสุ่มของเธอต้องแย่ไม่แพ้กัน แต่ก่อนอื่นขอเช็กก่อนว่าเด็กที่คลอดออกมาตอนหญิงสองคนนี้คุยกันคือเธอจริงไหม
อุ้แงๆ อุแว้ ๆ
น้ำใสพยายามส่งเสียงตัวเองออกไปถามว่าที่นี่ที่ไหน แต่ก็ได้ยินเพียงเสียงเล็กๆของเด็กทารกที่พูดออกเสียงยังไม่เป็นคำพอได้ยินแบบนี้ก็พอจะทำใจได้แล้ว แต่เล่นส่งมาเกิดใหม่ตอนคลอดออกมาใหม่ๆเลยเหรอ แบบนี่คือไม่ใช่ทะลุมิติแล้วแบบนี่เรียกเกิดใหม่เลยต่างหาก!
“ชู่ๆ เด็กดีน่ะยี่เถา ไม่เป็นไร เจ้าจะไม่เป็นไรอยู่กับป้านะ” เสียงผู้หญิงที่เคยยืนห่างจากเธอดังขึ้นใกล้กว่าเดิม ทำให้น้ำใสรู้ว่าเธอกำลังโดนคนคนนี้อุ้มอยู่ก็แหม่ เธอเป็นเด็กทารกนี่น่ะ
“ตาเฒ่าถัง ข้าฝากยี่เถาสักครู่เถิด ข้าจะไปทำความสะอาดพื้นกับห่อร่างอี้ชิงเสียหน่อย”
“ได้สิ เจ้าไปเถอะ แล้วเดี่ยวให้จิงเซียนกับจิงเถียนแบกไปฝังไว้ที่สุสานด้านหลังอีกที ” น้ำใสได้ยินเสียงใหม่เสียงนี่เป็นเสียงผู้ชายถ้าให้เดาก็น่าจะอายุมากแล้ว อีกอย่างคือนี่เธอเกิดมาก็กำพร้าแม่เลยเหรอ น้ำใสได้ยินคำว่าห่อร่างแบบนั้นคือตายแล้วใช่ไหมนี่เธอเกิดมาก็พาคนอื่นดวงซวยเลยเหรอ ??
“ว่าไงยี่เถา ยัยหนูของตา เดี่ยวเล่นกับตาดีกว่านะ”
เอิ้กๆ
น้ำใสทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่หัวเราะคิดคักไปก่อน ตอนนี้ถ้าแม่ที่คลอดเธอตายจริงเธอที่เป็นทารกก็ต้องทำเป็นไม่รู้เรื่องยังไงเธอก็พูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว น้ำเสียงของทั้งสองคนผู้หญิงและผู้ชายคนนี่ก็ฟังแล้วเศร้าๆ เพราะงั้นเธอจะต้องไม่เศร้า แม้เธอจะยังเรียบเรียงเรื่องราวไม่ได้แต่สิ่งที่เธอต้องทำคือไม่เป็นภาระให้ใครไปมากกว่านี่
“ยี่เถา เป็นเด็กดี และเจ้าจะต้องมีชีวิตรอดให้ได้น่ะรู้ไหม” ประโยคคำพูดของชายที่น้ำใสได้ยินใกล้ๆก็ทำให้เธอยิ้มและหัวเราะตอบ ทำอะไรไม่ได้เธอเป็นเพียงเด็กทารกที่จะมีชีวิตรอดได้ก็ต้องมาจากผู้ใหญ่ค่อยเลี้ยงดู เพราะงั้นเธอขอคว้าขอนไม้ที่ดูจะพาเธอไปถึงฝั่งได้ก่อนแล้วกัน
// ก็ยังคอนเซ้ปตัวเอกอาภัพอยู่อะนะ 55555
** แก้คำผิดครั้งที่ 1
ขอทาน
น้ำใสคิดว่าตัวเองพอจะเดาได้แล้วว่าเธอสุ่มได้อะไร ชุดที่ทั้งขาด เก่า และดูโทรม หน้าตาก็มอมแมมสถานที่นอนก็ราวกับวัดเก่าร้างคน และไร้เจ้าของที่เธอเดาได้เลยหลังจาก 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอก็มองอะไรชัดขึ้น คนเหล่านี่ก็คือ ขอทาน คนเร่ร่อนจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ แค่นี้ก็พอเดาได้แล้วว่าชีวิตน้ำใสคงไม่ง่ายแน่ๆ
“ยี่เถาเด็กดี เจ้าเงียบจนป้าใจหายแล้วนะ” เสียงป้าอวี่เอ่ยถึงเธอ และใช่เธอมีชื่อใหม่ว่า ยี่เถา
ก็ไม่แน่ใจว่าใช่ภาษาจีนไหมเสียงมีความคล้ายกันอยู่บ้าง ดีที่เธอฟังออกด้วยความชอบภาษาจากโลกเดิม น้ำใสจึงพยายามฝึกด้านภาษามาตลอดแม้จะไม่ได้ถึงขั้นวิชาการ แต่อย่างน้อยๆก็พูดคุยสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ และก็ไม่อยากจะอวดว่าเธอพูดได้ถึง 2 ภาษาไม่นับภาษาเกิดของตัวเองอย่างภาษาไทยเธอก็สามารถพูดจีน และอังกฤษได้ดีเลยคิดแล้วก็ใจหายอุตสาห์พยายามเก็บเงินและสอบเข้าคณะศิลปศาสตร์ที่ตัวเธอสนใจได้แล้วเชียว เรื่องร้ายก็ไม่เคยห่างจากเธอเลยจริงๆ
“หิวหรือยัง ป้ามีน้ำนมมาให้เจ้าด้วยนะ” ป้าอวี่ยังคงพยายามที่จะพูดกับน้ำใส เพื่อให้เธอส่งเสียงบ่อยๆ ก็นะเด็กทารกที่ไม่ค่อยร้องนอกจากว่าจะควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ กับหิวก็ดูจะแปลกไปจริงๆนั้นแหละ
“แอ้ๆ”
ส่งเสียงให้สักหน่อยแล้วกันนะคะ เพราะกลัวว่าจะห่วงเกินไปอีกอย่างเธอก็หิวด้วย แม้ที่ป้าอวี่ป้อนมาจะเป็นน้ำนมจากอะไรก็ไม่รู้แต่เธอก็กิน เพราะเธอหิวและจำเป็นต้องกินเพื่อให้อยู่รอดอีกอย่างเธอสงสารป้าอวี่ผู้ใจดีคนนี่ นอกจากตาบอดไปข้างแล้ว ใบหน้าตรงหน้าผากด้านบนขวาก็มีแผลเวอะน่ากลัวอยู่ด้วย เห็นแล้วเหมือนจะเป็นแผลโดนน้ำร้อนลวกและไม่ได้รับการรักษา ดีที่ไม่ใช่แผลสดแต่เป็นแผลเป็นที่ดูแล้วคงจะนานแล้วไม่งั้นคงติดตาเธอพอควร
“อิ่มแล้วใช่ไหมจ้ะ วันนี้ไปกับป้าหรือไม่ อย่างไรก็ให้ตาถังได้พักบ้าง” ป้าอวี่คงหมายถึงสิ่งที่เธอต้องไปทำทุกวันสินะน้ำใสพอเดาได้ว่าคืออะไร ขอทานยังไงล่ะ เพราะวัดร้างแห่งนี่คือที่พักของเหล่าขอทานหรือคนเร่ร่อนในเมืองนี้ เมืองใหญ่มากและก็มีมีขอทานอยู่เยอะพอควรจากที่เห็นมาหลายวัน เพราะคนเลี้ยงเธอมีแค่ 2 คนคือป้าอวี่และตาถัง
อีกอย่างที่น้ำใสรู้คือ เธอน่าจะทะลุมิติมาโลกจีนย้อนยุคแบบนิยายทะลุมิติในเว็บที่เธอเคยอ่านมามากมาย แต่ไม่แน่ใจว่าจีนโบราณจริงๆตามประวัติศาสตร์ หรือจีนโบราณแบบนิยายหลายเรื่องที่แค่เป็นจีนโบราณเฉยๆแต่ไม่อิงประวัติศาสตร์ของจีนจริงๆแต่อย่างใดแบบที่เธอเคยอ่าน ส่วนเรื่องพาเด็กทารกไปขอทานด้วยก็เพราะจำเป็น นอกจากป้าอวี่แล้วก็ไม่มีใครพอจะดูแลเธอได้ อีกอย่างคนที่ใจดีจะดูแลน้ำใสมีแค่ตาถังกับป้าอวี่เท่านั้นแหละ ซึ่งเธอก็ไม่มีสิทธิฺไปว่าใครว่าใจดำด้วยเพราะเธอไม่ใช่ญาติ แค่ขอทานคนอื่นไม่แอบหยิบเธอไปทิ้งขว้างที่อื่นก็บุญของเธอแล้วล่ะ
ชายสูงวัยที่ขาพิการชื่อตาถังหากน้ำใสไม่ไปอยู่ขอทานกับตาถังในบางวัน ก็จะมีป้าอวี่อุ้มเธอไปขอทานด้วยส่วนใหญ่จะเป็นแถวๆโรงเตี๊ยม หรือเหลาอาหารที่มีคนเดินผ่านมากๆ ส่วนตาถังจะประจำอยู่ที่ตลาดสด ป้าอวี่จะประจำอยู่ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนเย็น ส่วนข้าวก็กินเพียงมื้อเย็นเท่านั้นมื้อเช้าจะเป็นของทานง่ายๆมากกว่า เพราะต้องประหยัดเงินสิ่งที่กินก็ไม่พ้นหมั่นโถวราคาถูก แผ่นแป้งที่ดูจะแข็งมากๆ เย็นก็เป็นข้าวกับน้ำแกงไม่มีเนื้อ ร่างการของทั้งสองคนก็ดูจะผอมลง ยิ่งมีเธอที่ต้องกินนมสองมื้อก็ดูจะเป็นภาระของทั้งสองคนมากๆ
ตาถังมักแบ่งเงินอีแปะที่ขอทานได้มาให้ป้าอวี่ไปซื้อนมมาให้เธอด้วย เพราะหลายครั้งที่เมื่อพาน้ำใสไปนั่งขอทานด้วยคนเดินผ่านไปมาก็มักจะสงสารและให้เงินมามากขึ้น ทุกครั้งที่มีคนวางเงินให้ตาถังหรือป้าอวี่เธอก็จะยิ้มพร้อมส่งเสียงอ้อแอ้ออกไปแม้ความจริงเธอจะพยายามขอบคุณคนที่ให้เงินก็เถอะ อย่างน้อยๆคนให้เงินก็เหมือนจะเดาได้ เพราะทุกครั้งที่น้ำใสส่งเสียงเอิ้กอ้าก หรืออ้อแอ้คนให้เงินก็จะยิ้มและเอ่ยชมเสมอรวมไปถึงป้าอวี่และตาถังด้วยไม่ว่าจะเป็น
‘ยี่เถาของตาเก่งจริงๆ’ หรือไม่ก็
‘ดีจริง เพราะยี่เถาเลยป้าถึงได้เงินเยอะขึ้น’
นอกจากสองคนป้าอวี่และตาถังยังมีคนที่เข้ามาหยอกล้อเหมือนเล่นด้วยอีก 2 คน ก็คือจิงเซียนกับจิงเถียน ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันเห็นหน้าก็เดาได้ว่าเป็นแฝด ทั้งสองเป็นเด็กชายอายุราวๆ 16 ร่างกายก็ผอมบางแม้จะบอกว่าเข้ามาหยอกล้อ แต่เธอคิดว่าเข้ามาพูดคุยกับเธอมากกว่าเพราะตอนเย็นเมื่อไรที่ทั้งคู่กลับมาก็จะแวะมาพูดอยู่กับนางเสมอ
‘ยี่เถารึ น่าตาดูไม่ออกเลยว่าจะงามหรือไม่’
‘พี่เซียน ข้าว่านางต้องน่ารักแน่ๆ เพราะป้าอี้ชิงก็งามไม่น้อยขอรับ’
‘ก็คงงั้น แล้วทำไมยี่เถาไม่ร้องเลย ปกติข้าเห็นเด็กของชาวบ้านที่เดินไปมาผ่านลานจอดม้าก็ร้องไห้ออกบ่อย’
‘นั้นสิขอรับ ข้าก็สงสัยเหมือนกัน แต่นางคงไม่ได้เป็นอะไรพี่เซียนดูสิตาคู่นั้นยังจ้องพวกเราไม่เลิกเลย’
ก็แน่สิ เด็กอย่างพวกนายลองมาโดนคนตัวโตกว่าล้อมดูไหม ทั้งอึดอัดและหายใจลำบากไหนจะกลิ่นขี้ม้านั้นอีก ถึงเธอจะเป็นเด็กทารกแต่ก็ยังได้กลิ่นอยู่นะ อีกอย่างเวลานี้พวกจิงเซียนกับจิงเถียนต้องไปอาบน้ำที่คลองข้างวัดร้างไม่ใช่หรือไงกัน ไปสิ ไปอาบน้ำ!
‘พวกเจ้าก็ไปอาบน้ำเถอะ กลับมาจากขนขี้ม้ายังจะไปล้อมยี่เถา ป้าอยู่ตรงนี่ยังเหม็นพวกเจ้า ยี่เถาก็คงไม่ต่างกันหรอก อาจจะหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ’
อ่า ป้าอวี่ก็ยังคงรู้ใจนางที่สุดเช่นเคย เห็นป้าอวี่ดุพวกเด็กชายก็ทำให้น้ำใสยิ้มดีใจและส่งเสียงเอิ้กอ้ากทักทาย พร้อมกับมองถ้วยไม้ที่ป้าถืออยู่คงเป็นน้ำนมแน่ๆ ถึงดื่มแล้วรู้ซึ่งมันจะจางๆ แต่เธอก็ดื่มได้หมดขอแค่มีให้กินก็พออีกอย่าง พวกนี้ก็เงินที่ตาถังกับป้าอวี่ลำบากหามาทั้งนั้น เพราะงั้นไม่ว่ายังไงเธอก็จะกินให้หมด!
“เช่นนั้นอวี่เจ้าก็พายี่เถาไปด้วยเถอะ วันนี้เหมือนจะมีขุนนางมากินอาหารที่เหลา อย่างน้อยเผื่อเห็นยี่เถาแล้วจะใจบุญ ให้เงินมากขึ้น” เสียงตาถังเอ่ยมาจากที่นอนที่ไม่หากจากเธอ
วัดร้างแห่งนี้จะเรียกว่าดีก็ไม่เชิง หรือจะเรียกว่าไม่ดีก็พูดไม่เต็มปาก เพราะที่พวกเราขอทานใช้นอนกันก็เป็นในวัด ที่เป็นโถงขนาดกว้างมีพระพุทธรูปเก่าโทรมๆแตกหักอยู่ในสุด ส่วนพื้นที่ว่างต่างๆก็ถูกจับจองด้วยคนเร่ร่อนและขอทาน รวมๆแล้วก็มีหลายคน น้ำใสมองจากสายตาก็น่าจะเกิน 15 คนแน่ๆ บางคนก็ไปขอทานบ้างคนก็รับจ้างทำงานที่คนทั่วไปไม่ชอบอย่างพวกขนขี้ไปทิ้ง ล้างจาน บ้างครั้งก็มีขนของพวกบ้านของคนมีเงินหน่อยที่มีส้วมอยู่ในบ้านแล้วไม่อยากทำเองอะไรพวกนั้น
มุมต่าง ๆภายในโถงนี้จึงถูกจับจองไปด้วยคนที่มีทั้งคนเดียว คู่ และครอบครัวพ่อแม่ลูก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนเดียวไม่ก็ 2 คนแบบคู่ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง แม่ลูก พ่อลูก หรือเด็กแค่ 2 คนก็มี แต่ตาถังที่อาวุโสสุดก็จะให้เด็กๆนอนรวมกันเป็นมุมๆหนึ่งไปเลย เวลามีเด็กคนใหม่มาแล้วไม่มีญาติก็จะให้ไปนอนต่อกันเรื่อยๆเพื่อให้เด็กไม่กระจายกันไป ส่วนชายหญิงก็เพียงแบ่งฝั่งกันเท่านั้น ถือว่าตาถังเป็นคนที่ทุกคนในวัดร้างนี่เชื่อถือคนหนึ่งเลยล่ะมั้ง
“นั้นสิ ข้าก็ได้ยินมาจากอิงอิงอีกทีเกือบลืมไปเสียได้ขอบใจมากตาถัง เช่นนั้นข้าไปก่อนดีกว่า” ป้าอวี่ที่เห็นว่าน้ำใสดื่มนมในถ้วยไม้หมดแล้วก็รีบเก็บของของตัวเองที่พกไปประจำ พร้อมทั้งนำนางไปอยู่ในผ้าผืนใหญ่ผูกไว้ข้างหลังอย่างชำนาญ น้ำใสเดาว่าป้าอวี่น่าจะเคยเลี้ยงเด็กทารกมาก่อน เพราะดูคล่องแคล่วไปน้อยตาถังก็เช่นกันเพราะอุ้มนางถูกตั้งแต่วันแรกที่นางเกิดเลยไม่มีเขินหรือเก้กังเลยสักนิด
“ไปๆ อีกสักพักข้าก็จะออกไปแล้วเช่นกัน ขอให้โชคดี”
ตาถังเอ่ยเช่นนี้กับทุกคนที่ออกไปขอทาน เพราะทุกคนต้องหวังพึ่งโชคจริงๆไม่ใช่ว่าทุกคนจะอยากเป็นขอทาน แต่ด้วยความจำใจเดินไปของานที่ใดก็ไม่มีใครให้ เพราะคนที่วัดร้างส่วนใหญ่ไม่พิการก็มีปัญหาอย่างป้าอวี่ที่มีแผลเป็นจนน่ากลัวนายจ้างไม่จ้างเพราะกลัวอัปมงคล หรือบ้างคนก็พิการทำให้นายจ้างไม่กล้าเสี่ยงจ้างขนาดคนที่ร่างกายดีๆ เจ้านายยังไม่จ้าง กลัวจะโดนขโมยหรือถูกทำร้ายเพราะเห็นว่าเป็นขอทานหรือคนเร่ร่อน
น้ำใสได้แต่คิดว่า ที่แห่งนี้คงไม่มีใครอยากเป็นขอทานหรอก และเธอก็เช่นกันแต่ทำไงได้ในเมื่อที่ทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงขอเงินที่คนใจดีโยนมาให้ หากที่ไหนเปิดรับคนงานก็ต้องตะเวนไปขอสมัครแม้รู้ว่าส่วนใหญ่จะโดนไล่ออกมาทันทีที่เห็นสภาพก็ตามแต่ทุกคนก็แค่อยากมีชีวิตอยู่ อะไรที่ดูมีหวังต่างก็พยายามกันเต็มที่และน้ำใสก็เช่นกัน
// เปงเศร้าาาา
**แก้ไขครั้งที่ 1