“Fund of Property Fund” อ่วมพิษ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” กว่า 78% ผลงานติดลบ… กลุ่ม “REIT-โลก” ฟื้นผงาดติด Top5 ส่วน “ไทยหนักสุด” แดงยกแผงดิ่ง -7.1% !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2566 เวลา 10.43 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงสาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพาไปส่องผลงานของกลุ่ม “Fund of Property Fund” หรือ “กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์” กันบ้าง
ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นที่ผ่านมา ไม่เพียงจะกดดันตลาดหุ้นเท่านั้น แม้แต่กลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT” ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่พลันที่ Fed น่าจะจบดอกเบี้ยขาขึ้นในปีนี้ ก็เห็นสัญญาณฟื้นตัวในกลุ่ม REIT โลกและสหรัฐขึ้นมาเช่นกัน ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ยังคงติดลบอยู่
นับตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน REIT-โลก +0.78%, REIT-สหรัฐ+3.25%, REIT-ยุโรป-4.10%,REIT-ญี่ปุ่น-2.16% และ REIT-ไทย-9.34% ตามลำดับ (ที่มา: Morningstar, ณ วันที่ 4 ส.ค. 23)
นั่นทำให้ “Fund of Property Fund” ในช่วง 7 เดือนแรกผลงานในภาพรวมไม่สดใสเท่าไรนัก ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบไป -3.18% โดยมีกองทุน 76 กอง จากทั้งหมด 98 กอง คิดเป็นสัดส่วน 78% ที่มีผลตอบแทน “ติดลบ”
โดยกลุ่ม “Fund of Property Fund-ไทย” อาการหนักสุด แดงยกแผง ผลงานดิ่งหนักสุดเฉลี่ย -7.1% !!!
ผลงานของ “Fund of Property Fund” ในช่วง 7 เดือนแรกปี23 เป็นยังไงกันบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลสรุปที่น่าสนใจมาฝากกัน
“Fund of Property Fund” อ่วมกว่า 78% ผลงานติดลบ…กดผลตอบแทน 7 เดือนแรกเฉลี่ยติดลบ -3.18% !!!
สำหรับ “Fund of Property Fund” เป็นอีกทางเลือกในการลงทุนใน “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งแทนที่จะไปเลือกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง ก็ลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” แทน ซึ่งกองทุนนี้ก็จะมีผู้จัดการกองทุนไปเลือกกองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT/Infra Fund เพื่อลงทุนให้
“จุดเด่น คือ ช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงเพราะจะมีการลงทุนในหลากหลายกองทุนอสังหาฯ และยังมีสภาพคล่องที่ดีกว่า ในกรณีที่ต้องการใช้เงินก็จะทำได้สะดวกกว่า เพราะหนึ่งในปัญหาของกองอสังหาฯ ในตลาดปัจจุบันก็คือเรื่องสภาพคล่องด้วยเช่นกัน”
ปัจจุบัน “Fund of Property Fund” มี 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
-“Fund of Property Fund-โลก” ปัจจุบันมี 33 กอง ทำผลตอบแทนช่วง 7 เดือนแรกเฉลี่ยติดลบ -0.67%มีกองทุน 19 กอง คิดเป็น 58% ที่มีผลตอบแทนเป็นบวก
“โดยกองที่มีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนได้ +3.27%ส่วนกองที่แย่สุดติดลบ -7.85% หรือต่างกันอยู่ 11.12%”
-“Fund of Property Fund-ไทย” ปัจจุบันมี 18 กอง ผลตอบแทนช่วง 7 เดือนแรกเฉลี่ยติดลบ -7.10%ผลงานทุกกองทุนติดลบทุกกอง
“โดยกองที่มีผลงานดีสุดผลตอบแทนติดลบ -5.56%ส่วนกองที่แย่สุดติดลบ -9.87% หรือต่างกันอยู่ 4.32%”
-“Fund of Property Fund-ผสม” เป็นกลุ่มใหญ่สุด ปัจจุบันมี 47 กอง ที่ลงทุนทั้งกองอสังหาฯ ในไทยและต่างประเทศผสมกัน ช่วง 7 เดือนแรก ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -1.77%มี 3 กอง คิดเป็น 6% ที่ผลตอบแทนเป็นบวก
“โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนได้ +0.08% ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดผลงานติดลบ -5.09% หรือต่างกันอยู่ 5.17%”
ในช่วง 7 เดือนแรก ผลงานของ Fund of Property Fund ถือว่าไม่สดใสนัก ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบไป -3.18% โดยมีกองทุน 76 กอง จากทั้งหมด 98 กอง คิดเป็นสัดส่วน 78% ที่มีผลตอบแทน “ติดลบ” โดยไทยเป็นกลุ่มเดียวที่ติดลบทั้งหมด 100%
“Fund of Property Fund-โลก” ครอง Top5 ผลงานดีสุด…ส่วน “ไทย” แดงยกแผงติดกลุ่ม 5 อันดับท้ายตาราง
สำหรับ “Fund of Property Fund” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก นั้น เป็นกลุ่มที่ลงทุนต่างประเทศทั้งหมด โดยเน้นกระจายลงทุนใน REIT ทั่วโลก 4 กองได้แก่ IREITPVD+3.27%, SCBGPROPA +2.30%, TGREIT +1.62% และ K-GPROP-A(A)+1.22% โดยมี REIT-สหรัฐติดเข้ามาด้วย 1 กอง ได้แก่ TUSREIT +1.86% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของ REIT-โลกและสหรัฐที่ฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ด้วยเช่นกัน
“ส่วนกองทุนที่มีผลงานร่วงมากสุด 5 อันดับแรก นั้น เป็นกลุ่ม REIT-ไทย 4 กอง ได้แก่ ONEPROP-RMFติดลบ -9.87%, ONEPROP-RD -9.83%, M-PROP RMF -8.14% และ M-PROPERTY -7.53% ตามทิศทางของ REIT-ไทยในปีนี้ที่ร่วงแรงเช่นเดียวกับทิศทางของตลาดหุ้นไทยนั่นเอง โดยมี REIT-โลกติดเข้ามา 1 กอง ได้แก่ ASP-PRE-UI-Aติดลบ -7.85%”
กลุ่ม “กองทุนอสังหาฯ/REIT” เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอจาก “ค่าเช่า” มาคืนสู่ผู้ลงทุนในรูปของ “เงินปันผล” จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในพอร์ตการลงทุนเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี แต่ช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ที่ผ่านมาก็กดผลงานกองอสังหาฯ ให้ดำดิ่งไปตามๆ กัน ส่งผลถึงผลงานของ “Fund of Property Fund” อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่พลันที่ดอกเบี้ยขาขึ้นใกล้จะจบ ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในกลุ่ม “REIT-โลกและสหรัฐ” ให้เห็นแล้ว ก็มีโอกาสที่โมเมนตัมจะส่งต่อไปถึง REIT ในภูมิภาคอื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน