โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทันตแพทย์เตือน ไม่แปรงฟัน เกิดผลกระทบมากกว่าที่คิด เสี่ยงโรคหัวใจ สมองเสื่อม

Khaosod

อัพเดต 30 ม.ค. 2565 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2565 เวลา 09.08 น.

การแปรงฟันหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี เพื่อลดแบคทีเรียที่สะสมจนเกิดกลิ่นเหม็น ทว่ายังมีหลาย ๆ คนแปรงฟันเพียงวันละครั้ง และมากกว่าหนึ่งในสี่ไม่เคยใช้ไหมขัดฟัน

เดอะซันรายงาน จากการสำรวจผู้ใหญ่ 2,000 คน พบว่า 3 ใน 10 คนละเลยดูแลช่องปากในขณะช่วงล็อกดาวน์ต่าง ๆ และร้อยละ 36 กล่าวว่าการไม่ทำกิจวัตรประจำวันแบบปกติก่อนเกิดโรคระบาด หมายความว่าพวกเขาลืมแปรงฟันให้บ่อยเท่าที่ควร ส่วนอีก 28 เปอร์เซ็นต์เผยว่ามีปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ ดังนั้น สุขภาพช่องปากไม่ใช่สิ่งจำป็นส่งผลให้หลาย ๆ คนไม่เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ หกเดือนและไม่แปรงฟันมากกว่า 3 วัน

ผลการศึกษายังพบว่าเกือบ 3 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (28 เปอร์เซ็นต์) ไม่ทราบว่าภาวะในช่องปากสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพในวงกว้างได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว มีการแปรงฟัน 93 วินาทีในแต่ละครั้ง

ดร.อเล็กซ์ จอร์จ ผู้ซึ่งทำงานร่วมกับคอลเกต โททัล สำหรับแคมเปญ #HappyHabits กล่าวว่า “ปากของคุณเป็นประตูสู่สุขภาพโดยรวมของคุณ ปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาเหงือก, ฟันผุ, ฝีในฟัน, อาการเสียวฟัน หรือการสะสมของคราบจุลินทรีย์อย่างรุนแรง มีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ และแม้กระทั่งภาวะสมองเสื่อม"

ผลศึกษาของมหาวิทยาลัยโตรอนโตระบุว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายส่วนหนึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่างโรคเหงือกและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ  ภาวะสมองเสื่อมบางรูปแบบ และโรคเบาหวาน ตามข้อมูลของ Harvard Health โรคเหงือกมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองมากกว่าสองถึงสามเท่า ซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคบางชนิดอาจเนื่องมาจากการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อการติดเชื้อ

นักวิจัยพบว่าการปรากฏตัวของโรคเหงือกยังเพิ่มการปรากฏตัวของนิวโทรฟิลหรือเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นเพื่อต่อสู้กับแบคทีเรียในปากโดยเอ็นไซม์ ไม่เพียงแต่ทำลายแคทีเรีย ยังสามารถกัดกร่อนเนื้อฟันที่ได้รับความเสียหายจากแบคทีเรียไปแล้ว ซึ่งอาจเพิ่มฟันผุได้

ไมเคิล โกลเกาเออร์ ผู้เขียนอาวุโสของการศึกษาวิจัยและหัวหน้าทันตแพทย์ที่ University Health Network กล่าวว่า นิวโทรฟิลหรือเม็ดเลือดขาว มีแนวโน้มที่จะปล่อยไซโตไคน์เร็วกว่ามาก ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงลบ ทั่วร่างกายปรากฏการเพิ่มของเซลล์เหล่านี้ เพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้ออื่น ๆ

ศาสตราจารย์ โยอาว์ ไฟเนอร์ ผู้เขียนนำการศึกษาปี 2019 และประธาน George Zarb/Nobel Biocare ด้านทันตกรรมประดิษฐ์ที่คณะทันตแพทยศาสตร์บอกกับ UofT News ว่า “มันเหมือนกับว่าเมื่อคุณเอาค้อนขนาดใหญ่ฟาดแมลงวันบนผนัง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อนิวโทรฟิลต่อสู้กับผู้บุกรุก ซึ่งการปรากฏตัวของแบคทีเรียในปากก็มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของนิวโทรฟิลในเลือด ลำไส้ใหญ่ และเยื่อบุช่องท้อง นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขึ้นของนิวโทรฟิลในไขกระดูก บ่งชี้ว่าร่างกายเพิ่มการผลิตเซลล์เหล่านี้เพื่อตอบสนองต่อโรคเหงือก"

จากนั้นนักวิจัยทำการศึกษาว่า นิวโทรฟิลมีผลเชื่อมโยงกับมนุษย์อย่างไร อาสาสมัครถูกขอให้ไม่แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันเป็นเวลา 3 สัปดาห์เพื่อทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก มีการเก็บเลือดและน้ำลายเป็นระยะตลอดการศึกษานี้ ผลลัพธ์สรุปว่าปรากฏตัวของนิวโทรฟิลเพิ่มขึ้นในช่วงที่ไม่มีการแปรงฟัน จากนั้นก็เริ่มสลายไปเมื่ออาสาสมัครกลับมาปฏิบัติตามกิจวัตรด้านสุขอนามัยในช่องปาก ด้วยเหตุนี้การดูแลช่องปากจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทางด้านดร.โมนิก วาสันต์ ทันตแพทย์จากลอนดอน กล่าวว่า “ปัจจัยทางสังคมที่อยู่รอบๆ การระบาดของไวรัสครั้งใหญ่ส่งผลให้สุขภาพช่องปากของผู้คนจำนวนมากลดลง หลายคนไม่รู้หรอกว่าการไม่แปรงฟันวันละสองครั้ง แม้เพียงสองสัปดาห์ อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของคราบหินปูนหรือหินน้ำลายที่ส่งผลกระทบได้ยาวนาน ซึ่งเราเห็นว่าสิ่งนี้มีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่นำเสนอ ด้วยโรคเหงือกและฟันผุ"

“เพื่อให้สุขภาพช่องปากกลับมาเป็นปกติได้ เราขอแนะนำให้แปรงฟันวันละสองครั้งเป็นเวลา 2 นาที เปลี่ยนแปรงหรือหัวแปรงทุก ๆ สามเดือน และทำความสะอาดระหว่างแปรงสีฟันสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ให้ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ที่มีส่วนผสมต้านเชื้อแบคทีเรียที่ดูแลทั้งปาก ไม่ใช่แค่ฟัน"

“ร่างกายที่แข็งแรงเริ่มต้นด้วยปากที่แข็งแรง และความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนให้กิจวัตรด้านสุขอนามัยในช่องปากที่ดีขึ้น ขอย้ำอีกครั้งสุขภาพช่องปากที่ดีเริ่มต้นที่บ้าน ไม่ใช่ที่คลินิกหมอฟัน"

ขอบคุณที่มาจาก The Sun Healthing

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...