โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แรงหนุน ‘หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยง’ สดใสอีกครั้ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 03.00 น. • The Bangkok Insight

3 ปัจจัยหนุน “หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยง” สดใสอีกครั้ง ประเทศไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน

ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงถือว่าเป็นธุรกิจมาแรงที่น่าจับตามองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Pet Humanization" หรือ พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ ที่เปรียบเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว และยอมที่จะควักเงินในกระเป๋าเพื่อซื้ออาหาร ของใช้ และบริการต่าง ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง

เทรนด์ Pet Humanization มีแรงกระตุ้นจากการที่คนยุคใหม่อยู่เป็นโสดมากขึ้น รวมถึงไม่นิยมแต่งงานมีลูก พร้อมกับการก้าวเข้าของสังคมผู้สูงวัย"Aging Society" ส่งผลให้การเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนแก้เหงา เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก

สัตว์เลี้ยง

สำหรับประเทศไทย ถือว่าได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตดังกล่าว ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2555-2564) มูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยปีละ 1,522 ล้านดอลลาร์ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี

ขณะที่ปี 2565 มูลค่าส่งออก 2,847 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2564 ประเทศไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับ 4 ของโลก โดยประเทศคู่ค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ สหรัฐ กลุ่มประเทศอาเซียน สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย

สัตว์เลี้ยง

การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ในปี 2565 ที่ผ่านมา มีหุ้นอาหารสัตว์เลี้ยงแนวหน้าพร้อมใจกันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กันถึง 2 บริษัท ได้แก่ AAI หรือ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ITC หรือ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ปี 2566 ความเคลื่อนไหวของ หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยงปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก นำโดยหุ้น AAIปรับตัวลดลงมาเหลือ 4.48 บาทต่อหุ้น ลดลง 35.07 นับจากต้นปี และลดลงจากราคาเสนอขายไอพีโอที่ 5.55 บาทต่อหุ้น กว่า 23% ด้านหุ้น ITCปรับตัวลดลงมาเหลือ 22.90 บาทต่อหุ้น ลดลง 23.67 นับจากต้นปี และลดลงจากราคาเสนอขายไอพีโอที่ 32 บาทต่อหุ้น กว่า 40%

ภาพ: https://asianalliance.co.th/business-group/

สาเหตุหลักมาจากราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมาก อาทิ ปลาทูน่า เนื้อไก่ รวมถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ส่วนการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าก็ทําได้เพียงบางส่วน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาดมาก นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งมาจากการลดสต๊อกสินค้าในสหรัฐ และยุโรป เพราะมีปัญหาของการขนส่ง

สัตว์เลี้ยง

หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยง ปัญหากำลังจะยุติ

ทั้งนี้ บล. กสิกรไทยเปิดเผยว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศกำลังจะยุติ และมองว่าอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงการซื้อคืนในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วย 3 ปัจจัยหนุน ได้แก่

1. สินค้าคงคลังของประเทศสหรัฐ อยู่ในช่วงขาลง

2. ยอดพรีเซลล์ของประเทศจีนที่แข็งแกร่ง

3. ช่วงหมดอายุของอาหารสัตว์เลี้ยงอาจส่งสัญญาณถึงช่วงเติมสต็อกในเร็ว ๆ นี้

มุมมองของนักวิเคราะห์ คาดว่ากำไรของ ITC และ AAI ได้แตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/2566 พร้อมคาดว่ารายได้ของ ITC และ AAI ในไตรมาสถัดๆ ไปจะลดลงในอัตราที่ลดลง จากนั้นจึงจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเติบโตอีกครั้ง

ภาพ: https://asianalliance.co.th/business-group/

โดยมองว่ายอดขายของ AAI จะเติบโตภายในไตรมาส 4/2566 ซึ่งฟื้นตัวเร็วกว่า ITC เนื่องจากอุปสงค์ที่ยืดหยุ่นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับกลาง อีกทั้ง ITC ยังมีความเสี่ยงขาลงต่อแนวทางในปี 2566 เกี่ยวกับการเติบโตของรายได้ที่ทรงตัวจากคำสั่งซื้อของกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง

ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ” AAI ที่ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท และ แนะนำ “ซื้อ” ITC ที่ราคาเป้าหมาย 26.80 บาท แต่นักวิดคราะห์ชื่นชอบ AAI มากกว่า ด้วย 3 เหตุผล คือ แนวโน้มระยะสั้นที่ดี ความเสี่ยงขาลงที่ต่ำ และการประเมินมูลค่าที่ถูกกว่า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...