โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หลิงฉือ’ โทษประหารแล่เนื้อสุดโหดของจีนโบราณ

Histofun Deluxe

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2566 เวลา 10.31 น.
การประหารชีวิตด้วยวิธีแล่เนื้อหรือหลิงฉือของจีนโบราณ

หลิงฉือ (Lingchi 凌遲) เป็นวิธีการประหารชีวิตรูปแบบหนึ่งของจีนในยุคโบราณ ว่ากันว่าถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ในยุคราชวงศ์ถัง จนถึงปี 1905 ในปลายยุคราชวงศ์ชิง โดยคำว่าหลิงฉือมีความหมายประมาณว่า ‘ความตายอย่างช้า ๆ’ ‘การแล่เนื้อช้า ๆ’ หรือ ‘ความตายจากบาดแผลนับพัน’

หลิงฉือคือการจับนักโทษมามัดกับเสาไม้ ก่อนที่เพชฌฆาตจะใช้มีดแหลมคมค่อย ๆ แล่เนื้อและตัดอวัยวะบนร่างกายของนักโทษออกทีละส่วนอย่างช้า ๆ เป้าหมายสำคัญของหลิงฉือ คือการทำให้นักโทษทุกข์ทรมานให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนที่นักโทษจะสิ้นใจตาย

เพชฌฆาตจะเริ่มจากตัดหัวนม และตัดกล้ามเนื้อบริเวณอกจนเห็นซี่โครงข้างใน จากนั้นจะตัดมือ ตัดแขน ตัดขา ก่อนปิดท้ายด้วยการตัดศีรษะเป็นอันจบวิธีประหารสุดโหดนี้

ภาพวาดการประหารชีวิตแบบหลิงฉือ

สำหรับนักโทษที่จะต้องรับโทษแบบหลิงฉือ จะเป็นนักโทษที่ก่อคดีร้ายแรง อย่างเช่นก่อกบฏ ก่อเหตุฆาตกรรมหมู่ รวมถึงสังหารเจ้านายของตัวเอง การประหารจะถูกจัดในที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเกรงกลัว

ที่สำคัญการประหารในลักษณะนี้ ยังเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อแบบขงจื๊อที่ว่า ร่างกายเป็นสิ่งที่บุพการีมอบให้มา ดังนั้นการตายโดยที่ร่างกายมีความเสียหายหรือพิการไม่ครบส่วน จะทำให้คนผู้นั้นไม่ได้ผุดได้เกิดอีก จึงถือเป็นการลงโทษทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

ด้วยความตายที่แสนทรมาน ทำให้ครอบครัวของนักโทษอาจจะยัดเงินเพื่อให้เพชฌฆาตปาดคอหรือแทงไปที่หัวใจ เพื่อให้นักโทษตายอย่างไม่ทรมานภายในการลงมีดไม่กี่ครั้ง บางครั้งเพชฌฆาตอาจจะให้นักโทษเสพฝิ่นก่อนลงมือประหาร เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด (ที่สุดท้ายก็ตายอยู่ดี)

มีบันทึกว่า นักโทษส่วนใหญ่จะตายภายในไม่ถึง 15 นาทีหลังจากลงมีด แต่นักโทษบางคนก็อยู่ได้นานเป็นชั่วโมง เป็นวัน หรือหลายวันเลยก็มี ทำให้นักโทษอาจจะถูกลงมีดไปมากกว่า 3,000 ครั้ง

นอกจากที่จีน หลิงฉือยังถูกเผยแพร่ไปยังดินแดนใกล้เคียงอย่างเวียดนาม หลืงฉือถูกยกเลิกไปในปี 1905 ซึ่งหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ทำให้รู้ว่า วิธีการประหารนี้มีอยู่จริง ก็คือภาพถ่ายที่ชาวตะวันได้เคยถ่ายเก็บไว้ (ไม่แนะนำให้ไปหาดู เพราะมีความสยองและติดตา)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...