โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะนำ 8 คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ถ้าไม่ใช่ "หมอ" แต่อยากช่วยคน เรียนอะไรดี

Dek-D.com

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2566 เวลา 08.00 น. • DEK-D.com
อยากเรียนวิทย์สุขภาพ ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ได้มีแค่หมอ แต่ยังมีอีกหลาบคณะ มาดูเลย!

เด็กสายวิทย์ เคยเป็นมั้ย? อยากเรียนต่อคณะสายวิทย์สุขภาพ แต่สับสนตัวเองไม่รู้จะเรียนอะไรดี ถามใคร ใครก็บอกให้เรียนหมอ แต่น้องๆ รู้หรือเปล่าว่า สายวิทย์สุขภาพที่เรียนไปแล้วสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ มีอีกหลายสาขาวิชาชีพเลย และแต่ละอาชีพก็เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานด้วย เพราะในอนาคตประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อาชีพด้านนี้จึงสำคัญมากๆ

วันนี้พี่มิ้นท์ก็จะมาสรุปให้ว่า คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีอะไรอีกบ้าง เผื่อเป็นไอเดียให้น้องๆ ที่ยังรู้จักคณะไม่มาก ไม่แน่อาจจะมีเป้าหมายคณะก็วันนี้!

แนะนำ 8 คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ถ้าไม่ใช่ "หมอ" แต่อยากช่วยคน เรียนอะไรดี

1. คณะทันตแพทยศาสตร์

เป็นคณะที่ตีคู่มากับคณะแพทยศาสตร์เลยก็ว่าได้ 2 อาชีพนี้ได้ขึ้นชื่อว่า "หมอ" เหมือนกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน หมอทั่วไป จะรักษาร่างกายหรือรักษาให้หายจากโรคต่างๆ ค่ะ ส่วนทันตแพทยศาสตร์ จะเป็นคุณหมอที่ดูแลรักษาโรคในช่องปากโดยเฉพาะ จะฟันผุ ฟันแตก จัดฟัน ทำฟันปลอม ก็ต้องมาหาหมอฟันเลย

คณะนี้จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปีค่ะ เป็นคณะที่คะแนนสูงมากๆ และในแต่ละปีก็ไม่ได้รับเยอะด้วย ใครอยากเข้าต้องตั้งใจสุดๆ

2. คณะเภสัชศาสตร์

ไม่มีใครเชี่ยวชาญเรื่องยาไปมากกว่าเภสัชกรแล้วค่ะ คณะเภสัชศาสตร์ จะใช้เวลาเรียน 6 ปี โดยจะแบ่งออกเป็น 2 สาขา คือ สายที่เรียกว่าเภสัชกรรมอุตสาหการ คือ สายที่เรียนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ ผลิตยา ไปทำงานได้ในโรงงานยา อีกสายคือ การบริบาลเภสัชกรรม จะเป็นเภสัชกรในโรงพยาบาลที่มีหน้าที่จัดและจ่ายยาให้กับผู้ป่วยนั่นเอง

ในแวดวงงานด้านสุขภาพ เภสัชกร ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่สำคัญมากๆ เพราะจะเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาเรื่องยา ซึ่งในชีวิตจริง บางคนป่วยก็จะเลือกเข้าร้านยาก่อน ดังนั้นเภสัชกรในร้านขายยาก็ถือเป็นด่านแรกที่ได้ช่วยคนให้หายจากการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้

3. คณะพยาบาลศาสตร์

เป็นคณะในฝันของน้องๆ นักเรียนหญิงหลายคน (ผู้ชายก็เรียนได้นะ) พยาบาลจะเรียนเกี่ยวกับการพยาบาลผู้ป่วยและมีหน้าที่ช่วยคุณหมอในขั้นตอนการรักษาต่างๆ เพื่อให้การรักษาราบรื่นขึ้น รวมถึงการดูแลฟื้นฟูหลังการรักษาให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บป่วยและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เรียกว่าเป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือคนโดยตรงเลย

คณะนี้จะใช้เวลาเรียน 4 ปี ทำได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน หรือ สามารถทำงานเป็นพยาบาลพิเศษ ดูแลผู้ป่วยตามบ้านก็ได้เหมือนกัน

4. คณะเทคนิคการแพทย์

คณะเทคนิคการแพทย์ เป็นคณะยอดฮิตติด Top รอบ Admission ตลอด แม้อาชีพนักเทคนิคการแพทย์จะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคนไข้โดยตรง แต่ก็ถือว่าสำคัญมากๆ ในขั้นตอนการรักษา

โดยนักเทคนิคการแพทย์จะมีหน้าที่วิเคราะห์เลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อหาโรคหรือความผิดปกติของผู้ป่วย จากนั้นก็จะส่งต่อให้แพทย์ ทำหน้าที่แจ้งผลการรักษาและทำการรักษาต่อไป ดังนั้น หน้าที่ก็ได้ช่วยคนเช่นกัน

สาขาเทคนิคการแพทย์ ใช้เวลาเรียน 4 ปี มีเปิดสอนอยู่หลายแห่ง ก็จะมีทั้งที่ใช้ชื่อว่า คณะเทคนิคการแพทย์ บางทีอาจเป็นชื่อ คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ค่ะ

5. สาขารังสีเทคนิค

รังสีเทคนิค เป็นสาขาที่สังกัดอยู่ในคณะเทคนิคการแพทย์หรือสหเวชศาสตร์เหมือนกัน โดยมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกับเทคนิคการแพทย์ คือ ได้ช่วยผู้ป่วยในลักษณะของงานเบื้องหลัง มีหน้าที่วินิจฉัยโรคจากเครื่องมือทางรังสีค่ะ นึกภาพง่ายๆ เช่น การเอ็กซเรย์ ที่สามารถมองเห็นความผิดปกติจากฟิล์มเอ็กซเรย์ได้ เป็นต้น จากนั้นก็ส่งต่อให้แพทย์ทำการรักษา

สาขารังสีเทคนิค ใช้เวลาเรียน 4 ปีเช่นกันค่ะ

6. คณะกายภาพบำบัด

หลายคนรู้จักนักกายภาพบำบัด ในมุมของที่พึ่งพิงวัยทำงาน ปวดหลัง ปวดคอ ออฟฟิศซินโดรม นักกายภาพช่วยได้ แต่จริงๆ แล้ว นักกายภาพบำบัดเป็นหนึ่งในวิชาชีพสำคัญ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้หลังการรักษา โดยหน้าที่ของนักกายภาพบำบัดคือ ช่วยฟื้นฟูร่างกาย จากโรคหรืออาการเจ็บป่วยให้กลับมาเป็นปกติ เพราะหลังจากการรักษาหลายๆ โรค ผู้ป่วยอาจจะต้องนอนติดเตียง หรือ ผ่าตัด ทำให้ไม่สามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้เป็นเวลานาน ก็ได้นักกายภายมาช่วยให้กลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกครั้ง

คณะหรือสาขากายภาพบำบัด ใช้เวลาเรียน 4 ปี บางที่อาจเป็นสาขาที่อยู่ในคณะสหเวชศาสตร์

7. สาขากายอุปกรณ์

หลายคนไม่คุ้นชื่อนี้ สาขาวิชากายอุปกรณ์ เป็นสาขาที่อยู่ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยจะเรียนเกี่ยวกับการสร้างอุปกรณ์ที่ใช้กับร่างกายภายนอก เพื่อช่วยเหลือการเคลื่อนไหว ป้องกัน แก้ไข หรือทดแทนลักษณะความผิดปกติของร่างกาย เช่น ขาเทียม แขนเทียม รองเท้าทางการแพทย์ เป็นต้น เรียกว่าเป็นสาขาที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ เพราะนอกจากความรู้ด้านการแพทย์ ชีวกลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แล้ว ยังต้องใช้ศิลปะเพื่อออกแบบให้สวยงามและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายอีกด้วย

ดังนั้นนักกายอุปกรณ์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้ช่วยเหลือคนไข้ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และปัจจุบันเป็นที่ต้องการสูงทั้งตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ สาขานี้ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปีค่ะ

8. คณะทัศนมาตรศาสตร์

มาที่สาขาสุดท้ายที่จะแนะนำวันนี้ คือ หลักสูตรทัศนมาตรศาสตร์ จะเน้นที่การรักษา "สายตา" เป็นพิเศษ โดยนักทัศนมาตรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดสายตาหรือตรวจสุขภาพตาและแก้ไขปัญหาสายตาเบื้องต้น เช่น การตัดแว่น การวัดสายตา คอนแทคเลนส์ เป็นต้น แม้จะไม่สามารถทำการรักษาในเชิงผ่าตัดได้ (แบบนั้นต้องเรียนเฉพาะทางเป็นจักษุแพทย์) แต่ก็ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และสามารถทำงานร่วมกับจักษุแพทย์ได้

สำหรับหลักสูตรนี้ จะใช้เวลาเรียน 6 ปีค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ น้องๆ มีสาขาในใจหรือยังคะ สุดท้ายไม่ว่าจะเลือกเรียนอะไร หากน้องๆ มีความตั้งใจช่วยเหลือผู้ป่วยอยู่แล้ว ก็เชื่อว่าจะสามารถเรียนได้อย่างมีความสุขค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...